สิ่งที่ต้องไม่ผ่อนปรน

เมื่อกระแสข่าววเกี่ยวกับโรคโควิด-19 กระหึ่มขึ้นอีกครั้ง คงต้องหันกลับไปฟังความเห็นของแพทย์โดยเฉพาะแพทย์ทางระบาดวิทยากันอีกหน ทั้งนี้ นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กถึงประเด็น โควิด-19 กับการระบาดที่ยังเป็นปัญหาในประเทศไทยŽ โดยระบุว่า การระบาดครั้งนี้ มีผู้ป่วยจำนวนมากในกรุงเทพฯ โดยมีต้นตอจากสถานบันเทิง ผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่มีอายุไม่มาก อาการจึงไม่รุนแรง หรือไม่มีอาการ ทำให้ยากต่อการควบคุม เพราะผู้ติดเชื้อจะไม่รู้ว่าตัวเองมีเชื้อ จึงสามารถแพร่กระจายโดยไม่รู้ตัว เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว จำนวนยอดผู้ป่วยในเดือนเมษายนนี้ มากกว่ากันมาก หรือเปรียบเทียบง่ายๆ ปีที่แล้วเป็นหลักสิบ ปีนี้เป็นหลักร้อยต่อวัน

นพ.ยงบอกว่า ปีที่แล้วประเทศไทยมีมาตรการต่างๆ มากมาย เช่น เลื่อนวันหยุดสงกรานต์ งดกิจกรรมต่างๆ ห้ามขายเหล้าขายเบียร์ มีแม้กระทั่งการบ้านในเวลากลางคืน และมาตรการส่งเสริมต่างๆ ในการป้องกัน ทุกคนเคร่งครัด เมื่อผ่อนปรน มีการ scan ชัยชนะ ในปีนี้ ผู้ไปเที่ยวผับบาร์ ได้มีการสแกนชัยชนะหรือไม่ ความเข้มงวดต่างๆ ลดลงอย่างมาก จึงเป็นต้นตอให้เกิดการระบาดได้มากกว่าปีที่แล้ว โดยสมมุติว่า การระบาดครั้งนี้มากกว่าปีที่แล้ว 10 เท่า และมาตรการต่างๆ ของเราน้อยกว่าปีที่แล้ว 10 เท่า เท่ากับว่าความรุนแรงของการระบาดในปีนี้ เพิ่มมากขึ้นมากกว่าปีที่แล้ว 100 เท่า

ข้อมูลสำคัญที่ทุกคนควรรับทราบคือ นพ.ยงกล่าวถึงเทศกาลวันหยุดยาวที่กำลังจะเริ่มขึ้น อาจมีผู้ที่ไม่มีอาการหรือมีการน้อย เมื่อเดินทางไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ที่อยู่ต่างจังหวัด รวมทั้งการเฉลิมฉลอง จะเป็นแหล่งแพร่กระจายโรค ดี และครั้งนี้ผลกระทบจะอยู่ใน ญาติผู้ใหญ่ ที่มีอายุมากขึ้น โอกาสเกิดโรคหรือความรุนแรงก็จะมากตามอายุ จึงขอให้ทุกคนมีความเคร่งครัดระเบียบวินัย การไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ในช่วงเทศกาล ถือเป็นเรื่องดี แต่การนำโรคไปให้ท่าน ไม่ดี การเดินทางครั้งนี้จำเป็นจะต้องมีกฎเกณฑ์ต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะเรื่องวิถีใหม่ การกำหนดระยะห่าง หลีกเลี่ยงการสัมผัส และการปฏิบัติตนเพื่อสุขอนามัย มีความจำเป็นสูงสุด

ข้อห่วงใยจากแพทย์ในเรื่องการระบาดของโรคโควิด-19 ถือเป็นคำเตือนให้ทุกคนในประเทศหันกลับมาควบคุมการระบาดด้วยตัวเอง มาตรการการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ควรจะเป็นความเข้มงวดที่ทุกคนต้องถือปฏิบัติทุกครั้งเมื่อเดินทางออกจากบ้าน เพราะการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าจะช่วยลดโอกาสการระบาดได้มาก เช่นเดียวกับมาตรการเว้นระยะห่าง การล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ ซึ่งทุกคนเคยถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเมื่อปีก่อน ในขณะนี้สมควรจะเข้มงวดในการปฏิบัติต่อไป แม้ว่ามาตรการภาครัฐจำเป็นต้องผ่อนปรน เพื่อให้เศรษฐกิจไปต่อได้ และผู้คนยังมีรายได้ประทังชีวิต แต่มาตรการสาธารณสุขที่ทุกควรรู้อยู่แล้วต้องเข้มงวด โปรดอย่าละเลย เพราะการละเลยอาจนำไปสู่มหันตภัยของสังคม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“สยามไดกิ้นเซลส์” ร่วมมือ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ยืนยันประสิทธิภาพเทคโนโลยี “สตรีมเมอร์” ในแอร์ไดกิ้นรุ่นใหม่ เซ-ต้าส (ZETAS)
บทความถัดไปสสจ.ประจวบฯ เปิด 14 ไทม์ไลน์ผู้ติดโควิด-เที่ยวผับดังที่หัวหิน