บทนำหนังสือพิมพ์มติชน 17 กันยายน 2564 : รับมือเวฟ 5

บทนำหนังสือพิมพ์มติชน 17 กันยายน 2564 : รับมือเวฟ 5

บทนำหนังสือพิมพ์มติชน 17 กันยายน 2564 : รับมือเวฟ 5

จากกรณี ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา กล่าวถึงแนวโน้มสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเริ่มลดลง แต่ยังต้องเร่งมาตรการฉีดวัคซีนให้มากขึ้น เพื่อให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด จากการติดตามตัวเลขในต่างประเทศที่เข้าสู่สถานการณ์ปกติแล้ว พบว่ามีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 สูงถึง ร้อยละ 70 ของประชากร และเข็มที่ 2 ถึง ร้อยละ 60 ซึ่งต้องเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกัน สำหรับผลการฉีดวัคซีนในประเทศไทย พบว่าถึงวันที่ 14 กันยายน 2564 เวลา 18.00 น. ประเทศไทยฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น 694,076 โดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 228,352 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 464,749 ราย และเข็มที่ 3 จำนวน 975 ราย ส่วนตัวเลขสะสม นับจากวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ฉีดไปแล้ว 41,647,101 โดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 27,769,095 ราย คิดเป็นร้อยละ 38.5 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และเข็มที่ 2 จำนวน 13,260,456 ราย คิดเป็นร้อยละ 18.4 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ขณะที่เข็มที่ 3 จำนวน 617,550 ราย

ถึงแม้ว่าระยะหลัง กระทรวงสาธารณสุขระบุว่าตัวเลขการฉีดวัคซีนรายวันสูงขึ้นกว่าเดิมมาก บางวันมีจำนวนถึง 9 แสนโดส เนื่องจากมีวัคซีนเข้ามาในประเทศจำนวนมากขึ้น แต่ในภาพรวมก็ยังมีตัวเลขไม่ถึง 70% ของประชากร ยังไม่ถึงเกณฑ์ของประเทศที่สถานการณ์เริ่มกลับสู่ปกติ ขณะที่รัฐบาลเอง ประกาศปรับมาตรการให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติมากขึ้น เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ในสถานการณ์เช่นนี้ การเร่งฉีดวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมาย 100 ล้านโดส ภายในสิ้นปี 2564 ยิ่งเป็นเรื่องจำเป็น และอาจจะต้องให้เร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยรัฐบาลจะต้องเร่งสั่งซื้อหรือนำเข้าวัคซีนให้มากและโดยเร็ว

ขณะนี้คาดหมายว่าการระบาดระลอกที่ 5 หรือ
เวฟที่ 5 อาจจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ หลังจากที่ตัวเลขการป่วยและเสียชีวิตลดลง ตั้งแต่ 1 ก.ย. เป็นต้นมาจนปัจจุบันอันเป็นผลจากการล็อกดาวน์ แต่เมื่อรัฐบาลประกาศผ่อนคลายมาตรการ เปิดให้การค้า กิจกรรมทางสังคมดำเนินการได้ ก็คาดหมายได้เช่นกันว่าผลที่จะตามมาคือตัวเลขป่วยและเสียชีวิตที่จะเพิ่มมากขึ้น จนอาจจะกลายเป็นการระบาดระลอกที่ 5 ได้ ทุกฝ่ายควรใช้เวลาช่วงนี้ เตรียมพร้อมรับมือ โดยเฉพาะความพร้อมของโรงพยาบาล บุคลากรการแพทย์ ยา และวัคซีน เพื่อให้สามารถจัดการกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยควบคุมความเสียหายและสูญเสียได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon