ซุป’ตาร์ยูโร : กรานิต ชาก้า ไอน์สไตน์ลูกหนังแห่งทัพสวิส

ซุป’ตาร์ยูโร : กรานิต ชาก้า ไอน์สไตน์ลูกหนังแห่งทัพสวิส

กลายเป็นผู้นำทัพ “แดนนาฬิกา” สวิตเซอร์แลนด์ สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในเมเจอร์ทัวร์นาเมนต์ครั้งแรกในรอบ 67 ปีสำหรับ กรานิต ชาก้า มิดฟิลด์กัปตันทีมกระดูกเหล็กวัย 28 ปี หลังดวลจุดโทษโค่นแชมป์โลก “ตราไก่” ฝรั่งเศส ในศึกยูโร 2020

ตลอดทั้งเกมดังกล่าว ชาก้า สัมผัสบอลมากถึง 102 ครั้ง และจ่ายบอล 80 ครั้ง มากที่สุดของเกมนี้ พร้อมกับช่วยตัดเกม และสร้างสรรค์โอกาสในเกมรุก รวมทั้งยังเป็นยังเป็นผู้นำที่ช่วยปลุกให้ขุนพลแข้งสวิสเล่นได้อย่างดุดันไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีแชมป์โลกล่าสุด

ชาก้า เริ่มต้นเส้นทางค้าแข้งกับ คอนคอร์เดียบาเซิล เมื่อปี 2000 ก่อนย้ายมาเล่นกับ เอฟซี บาเซิ่ล ตั้งแต่ระดับเยาวชนจนถึงชุดใหญ่ช่วงปี 2002-2010 และข้ามฝากไปแจ้งเกิดกับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ช่วงปี 2012-2016 ด้วยการเป็นกัปตันทีมอายุน้อยเพียง 23 ปีเท่านั้น ล่าสุดค้าแข้งกับ อาร์เซน่อล

ในเส้นทางทีมชาติ ชาก้า สามารถเลือกเล่นให้กับแอลเบเนียได้จากครอบครัวที่มีเชื้อสายแอลเบเนียที่อพยพจากโคโซโว ซึ่งพี่ชายเขา เทาลันต์ ชาก้า เล่นให้กับทีมชาติแอลเบเนีย แต่กลับไม่สนใจในตัว กรานิต ชาก้า ทำให้เขาตัดสินเลือกเล่นให้กับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์

ผลงานกับทีมชาติสวิสเซอร์แลนด์ ชาก้า เคยพาทีมเยาวชนรุ่นไม่เกิน 17 ปี คว้าแชมป์โลกมาครองอย่างยิ่งใหญ่ เมื่อปี 2009 ซึ่งอยู่ในชุดเดียวกับ ชาริล ชัปปุยส์ มิดฟิลด์ลูกครึ่งไทย-สวิส ก่อนที่ชาก้าได้ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ เมื่อปี 2011 พร้อมกับพาทีมก้าวมาได้ไกลที่สุดในทัวร์นาเมนต์ยูโร 2020

ชาก้า ได้รับฉายาจากเพื่อนร่วมทีมว่าเป็น “ไอน์สไตน์น้อย” เพราะเป็นคนที่ชื่นชอบเรื่องวิทยาศาสตร์อย่างมาก ขณะเดียวกันเขายังเป็นสเมือน “ไอน์สไตน์ลูกหนัง” แห่งทัพสวิสจากสไตล์การเล่นที่วางบอลยาวได้แม่นยำ และเข้าสกัดคู่แข่งได้หนักหน่วงราวกับนำหลักวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับการเล่นฟุตบอล

เส้นทางต่อไปหลังจากนี้ของ กรานิต ชาก้า จะกลายเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของตัวเขาเอง และทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ที่จะขีดเขียนตำนานบทใหม่ในเวทีศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป…

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon