เทศกาลไทย 4.0 ใน ‘เดนมาร์ก’

แมลงทอดสีดำมันพูนกะบะขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ข้างๆ ถุงใส่เขียดทอดกองโต พอถามหาไข่มดแดง แม่ค้าก็หันไปหยิบขวดน้ำอัดลมไซส์ใหญ่ที่ข้างในบรรจุไข่มดแดงแช่แข็งเต็มขวดออกมาให้ดู ถ้าไม่มาเห็นกับตาก็คงยากจะเชื่อว่า เรากำลังอยู่ที่สวนสาธารณะเฮดเน่อ พาร์คเค่น ที่ตั้งอยู่ติดกับอ่าวด้านใต้ ในเขตอีสแลนนด์ ป๊อยเก้อะ ซึ่งเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของผู้คนกลางกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำเดนมาร์ก ใช้จัดงาน “เทศกาลไทย” เป็นประจำในช่วงต้นฤดูร้อนเช่นเดียวกับในปีนี้

ด้วยความงุนงงสงสสัยพอถามว่ามีคนกินด้วยหรือ แม่ค้าซึ่งคุ้นเคยกับเดนมาร์กมากกว่าเราตอบทันทีว่า ขายหมดแน่ คนกินเยอะ ยิ่งทำให้อึ้งเข้าไปอีกรอบ แถมพอได้เดินสำรวจตลาดตอนงานจบ ของแปลกในสายตาคนที่เพิ่งมาจากกรุงเทพอย่างเราก็อันตรธานหายไปเกือบหมดจริงเสียด้วย บางร้านของหมดตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลาปิดงาน เลยได้รู้ว่า ของแปลกสำหรับเรา ไม่เพียงแต่ไม่ใช่ของแปลกสำหรับคนเดนมาร์ก แต่ยังเป็นของยอดนิยมที่หาทานยาก และต้องมาทานกันที่ “เทศกาลไทย” อีกต่างหากด้วย

ทันทีที่ไปถึงสถานที่จัดงานซึ่งเป็นลานกว้างอยู่ริมน้ำในช่วงสาย เราก็เห็นคนมาปูเสื่อกางร่มรอชมการแสดงกระจัดกระจายกันบนสนามหญ้า คนค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเต็มพื้นที่ และล้นออกไปถึงทางเดินริมน้ำ

ยิ่งวันจัดงานแดดจ้าฟ้าใส ผู้คนที่มาร่วมงานซึ่งชอบแดดยิ่งสู้ไม่ถอย มีคนเดินเข้าออกงานตลอดทั้งวัน หลังเดินซื้อของที่อยากทานได้แล้วก็พากันไปนั่งชิมของอร่อยพร้อมกับชมการแสดงซึ่งสถานทูตวางโปรแกรมแบบจัดเต็ม เพื่อมอบความสนุกสนานบันเทิงใจอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ทั้งจากเยาวชนเชื้อสายไทยในนอร์เวย์ หมอลำซิ่ง โชว์ต่อยมวย ไปจนถึงการแสดงทางวัฒนธรรมจากประเทศไทย

ท่านที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายชัยสิริ อนะมาน อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำเดนมาร์กระหว่างปี 2548-2550 กล่าวเปิดงานว่า ปีนี้ครบรอบ 10 ปีของการจัดงานเทศกาลไทยในเดนมาร์ก โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคเปนเฮเกน และทีมประเทศไทยได้ร่วมกันจัดงานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้ได้พัฒนาเป็นงาน “เทศกาลไทย4.0” เพื่อให้เป็นไปตามความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจไทยให้มีนวัตกรรมและมูลค่าเพิ่ม ชาวเดนมาร์กรักและชอบเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไทย การจัดงานเทศกาลไทยที่เปรียบเสมือนการย่อประเทศไทยไว้ จะช่วยให้ชาวเดนมาร์กที่เคยเดินทางไปเยือนไทย ย้อนคิดถึงความสวยงามและน่าอัศจรรย์ของไทยได้เป็นอย่างดีจนอยากที่จะกลับไปประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง

ไม่ใช่เพียงแต่ชาวเดนมาร์กที่มาร่วมงาน คนไทยทั้งในเดนมาร์กและคนไทยที่รวมตัวกันขับรถมาจากหลายประเทศรอบข้างยังพาครอบครัวมาสนุกสนานในงาน แถมงานนี้ไม่ได้มีแค่ร้านอาหาร ขนม และเครื่องดื่มหลากหลายจากไทย รวมถึงบูธของทีมไทยแลนด์อย่าง การบินไทย และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยด้วย

และเพื่อให้เป็นงานเทศกาลไทย4.0 สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคเปนเฮเกน นำโดยท่านเอกอัครราชทูตวิชิต ชิตวิมาน ยังได้เชิญกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ให้ร่วมเปิดบูธภายในงาน ทั้งเพื่อแนะนำสินค้าที่ถือเป็นนวัตกรรมด้านอาหาร อาทิ น้ำมะพร้าวแบบฟรีซดราย และแกงปรุงสำเร็จแบบฟรีซดรายที่เพียงแต่ชงน้ำร้อนก็อร่อยด้วยรสชาติแบบไทยแท้ สินค้าโอทอป และการบริการทางการแพทย์จากไทยให้ชาวสวีเดนรู้จักมากขึ้น ซึ่งได้รับความสนใจอย่างดียิ่งจากผู้มาร่วมงานที่มาต่อแถวทั้งเพื่อรอชิมและรอช็อปกันมากมาย

นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน กล่าวว่า เดิมไม่ได้ออกมาทำตลาดสินค้าโอทอปในพื้นที่ไกลขนาดนี้ แต่จะไปที่จีนและประเทศเพื่อนบ้านซึ่งขณะนี้สินค้าโอทอปไทยเป็นที่นิยมชมชอมอย่างมาก ครั้งนี้จึงมาร่วมกับงานเทศกาลไทยเพื่อลองดูว่าสินค้าโอทอปของไทยได้รับความสนใจมากน้อยเพียงไร โดยก่อนหน้านี้ก็ได้ไปร่วมงานเทศกาลไทยที่สเปนมาแล้ว เห็นว่าในยุโรปคนสนใจสินค้าโอทอปของไทยมากโดยเฉพาะของที่ระลึก แต่อาจต้องมีการปรับการออกแบบและสไตล์ของสินค้าเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของตลาด ขณะที่อาหารและเครื่องดื่มก็มีโอกาสที่ดีเช่นกัน

ด้านนายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เล่าให้ฟังว่าทางสถาบันได้ทำงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศมานานแล้ว โดยชูเรื่อง “รสไทยแท้” ของอาหารไทย ซึ่งสถาบันได้นำเอาความรู้ หลักวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมมาใช้ให้อาหารสามารถคงรสไทยแท้เอาไว้ไม่ว่าจะอยู่ในที่ใด เพื่อช่วยให้อาหารไทยสามารถคงความเป็นอาหารลำดับต้นๆ ที่ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกอย่างต่อเนื่องต่อไป

ขณะที่ท่านทูตวิชิตกล่าวว่า งานเทศกาลไทย4.0 ในปีนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษที่ได้เชิญกรมพัฒนาชุมชนและสถาบันอาหาร ซึ่งถือเป็นสิ่งที่มีศักยภาพของไทยให้มาร่วมงานด้วย ภาพรวมของงานถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดีเกินกว่าที่คาดหมาย โดยมีผู้มาร่วมงานในปีนี้มากกว่าปีก่อนหลายเท่าตัว

หนึ่งในตัวอย่างที่พิสูจน์ได้คือนายสตีน รูเดอร์ส ชาวเดนมาร์กที่มาร่วมงานทำให้เราต้องสะดุดด้วยความสนใจจากรอยสักที่แขนทั้งสองข้างเป็นภาษาไทยว่า “โซเฟีย” และ “โยซีฟิน” พอถามว่ามีแฟนเป็นคนไทยหรือ เขาปฏิเสธว่าไม่ใช่ แต่นี่คือชื่อลูกสาวทั้ง 2 คนที่เขาเลือกจะจารึกลงบนแขนทั้งคู่ด้วยภาษาไทย

สตีนบอกว่าเขารักประเทศไทยมาก และรักทุกอย่างที่เกี่ยวกับไทย พอเราถามว่า ทำไมถึงชอบเมืองไทย สตีนก็ว่าในอดีตเขาเคยตั้งคำถามแบบนี้กับเพื่อนที่ไปนอนอาบแดดและไปทะเลที่เมืองไทยทุกปีเหมือนกัน คำตอบที่ได้จากเพื่อนคือต้องไปเองถึงจะรู้ และเขาก็ได้คำตอบตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปเมืองไทย

 

นับจนถึงตอนนี้ สตีนไปเมืองไทยมาแล้ว 12 ครั้ง เขาบอกว่าไม่ชอบไปสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมกัน แต่ชอบไปต่างจังหวัด ไปอยู่กับชาวบ้านโดยเฉพาะที่อีสานซึ่งไม่มีนักท่องเที่ยวมากนัก เขาชอบทุกอย่างในไทย ไม่ว่าอาหาร วัฒนธรรม ศาสนา และที่สำคัญที่สุดคือผู้คน เขาไปใช้ชีวิตอยู่ในไทยบางครั้งก็เป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนขึ้นกับเวลาอำนวย พอถามถึงอาหารจานโปรด สตีนตอบว่าเขาชอบหลายอย่าง โดยเฉพาะ ส้มตำปลาร้า แล้วพอแกล้งถามถึงไข่มดแดง สตีนพูดภาษาไทยฟังชัดว่า โอ้ ยำไข่มดแดง จนทำเอาคนถามต้องอึ้งแทนกับความเป็นแฟนพันธุ์แท้ประเทศไทยของเขา

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่สตีนมางานเทศกาลไทย เขาบอกว่าก่อนหน้านี้ที่ไม่มาเพราะไม่รู้ว่ามีการจัดงาน เขาชอบบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุขสนุกสนาน หลายคนที่มางานก็มีความชอบแบบเดียวกัน มีความสัมพันธ์หรือรู้จักคนไทย เป็นมิตรของประเทศไทย ยิ่งได้มาอยู่ร่วมกับผู้คนที่มีความรู้สึกแบบเดียวกัน ยิ่งทำให้ความสุขเพิ่มมากขึ้นไปใหญ่ พร้อมกับบอกด้วยว่าอยากสถานทูตไทยจัดงานแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ

จำนวนผู้เข้าร่วมงานที่ประเมินว่าน่าจะมากถึงเกือบ 30,000 คน ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่จะบอกว่างาน “เทศกาลไทย” ในเดนมาร์กปีนี้ ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความสนุกสนานของที่สัมผัสได้ของผู้ที่ตั้งใจมาร่วมงาน ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าความ “นิยมไทย” ในเดนมาร์กคือของจริง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ซลาตัน’ โต้ขัดแย้ง ‘มูรินโญ่’ เผยไม่พร้อมเอง หลังได้เล่นน้อยแม้หายดี
บทความถัดไป‘แมนฯ ยู’ เตรียมทุ่ม 65 ล้านปอนด์ล่า ‘แม็กไกวร์’ เสริมแกร่งแนวรับ