หนึ่งเดียวจุดเหนือสุดยุโรป พิพิธภัณฑ์ไทย-ศิลาประวัติศาสตร์ จารึกพระปรมาภิไธยย่อ’จปร’ (จบ)

ภาพนี้ปรากฏอยู่ที่ด้านหลังธนบัตร 100 บาท ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 10 ของไทย

หมายเหตุ “มติชน” – เนื่องในวันปิยมหาราช สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ได้เขียนบทความดังกล่าวขึ้น เพื่อให้คนไทยได้ทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทย-นอร์เวย์นับตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ตลอดจนการบูรณะซ่อมแซม “พิพิธภัณฑสถานไทยและศิลาประวัติศาสตร์ที่นอร์ดแคปป์” ซึ่งถือเป็นประจักษ์พยานอันสำคัญยิ่งในพระราชกรณียกิจของพระองค์ในครั้งนั้น

๐สร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้เข้าชมกับตัวพิพิธภัณฑ์
ข้อดีประการหนึ่งของการปรับปรุงซ่อมแซมก็คือจะทำให้ผู้เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานไทยโดยเฉพาะที่เป็นชาวต่างชาติ รู้สึกเชื่อมโยงและมีส่วนร่วมกับตัวพิพิธภัณฑ์มากขึ้นกว่าเดิม สามารถเข้าถึงเรื่องราวและเนื้อหาได้อย่างสะดวก (user-friendly) และมีความประทับใจกลับออกไป

ทีมทำงานซึ่งเป็นบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และการจัดการพิพิธภัณฑ์ของกรมศิลปากร จะร่วมกับทีมงานของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล เพื่อดูแลเรื่องการปรับรูปแบบ เนื้อหานิทรรศการ และวัตถุจัดแสดงให้เป็นปัจจุบัน รวมถึงการใช้เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เพื่อเป็นเครื่องมือสื่อสารกับผู้เข้าชม อาทิ การใช้ระบบ QR Code เพื่อให้ผู้มาเยี่ยมชมสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับพระราชประวัติและคุณูปการที่รัชกาลที่ 5 ทรงริเริ่มความพัฒนาให้ประเทศไทย ทัศนคติและความประทับใจที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศนอร์เวย์ ดังที่ทรงสะท้อนไว้ในพระราชหัตถเลขาหลายตอนที่พระราชทานมายังสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านิภานภดล

ทีมทำงานกำหนดแผนที่จะแปลง “หนังสือไกลบ้าน” ฉบับภาษานอร์วิเจียน และ “อัลบั้มภาพทรงถ่าย” ลงเป็นไฟล์ดิจิทัล รวมถึงการใช้คอมพิวเตอร์แบบระบบสัมผัส (touch screen) แสดงเรื่องราวภาพประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ ถือเป็นการออกแบบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ที่มาเยี่ยมชม และยกมาตรฐานพิพิธภัณฑ์ไทยไปสู่สากลเลยทีเดียว
ทั้งหมดนี้คือโครงการที่ทีมทำงานตั้งใจอยากให้เกิดขึ้นได้จริง เพื่อเผยแผ่พระเกียรติคุณของบูรพกษัตริย์ของไทย อีกทั้งเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนที่สนใจการเรียนรู้และแบ่งปันเรื่องราวในเชิงประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกันยังเป็นการ ‘ส่งต่อ’ ภาพความทรงจำในอดีตที่ไทยและนอร์เวย์มีร่วมกัน ซึ่งจะช่วยกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นสืบไป

การทำงานใหญ่นี้ให้ออกมาอย่างดีที่สุดตามเป้าหมาย ต้องใช้งบประมาณมากพอสมควร จึงยินดีต้อนรับภาคส่วนต่างๆ หากสนใจเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการดำเนินงานในครั้งนี้

ในส่วนของหินสลักพระประมาภิไธยย่อ จปร. นอกจากงานทำความสะอาดและอนุรักษ์แล้ว จะมีการเพิ่มเติมภาพกราฟฟิกและคำอธิบายบริเวณจุดที่ตั้งของหินสลัก เพื่อเชื่อมโยงเรื่องราวให้นักท่องเที่ยวเข้าใจประวัติความเป็นมาของหินสลักก้อนนี้ และนำพาไปสู่ห้องพิพิธภัณฑสถานของไทย

๐นอร์เวย์ – ไทย จากอดีต ปัจจุบัน สู่อนาคต
ประเทศไทยเริ่มมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับราชอาณาจักรนอร์เวย์ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 1905 (พ.ศ. 2448) ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เพียงสองปีให้หลังจากที่นอร์เวย์ได้ประกาศเอกราชและแยกตัวออกจากราชอาณาจักรสวีเดน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรนอร์เวย์ระหว่างการเสด็จประพาสยุโรป ครั้งที่ 2 (ปี ค.ศ. 1907) ตามการเชื้อเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 7 (Haakon VII) แห่งนอร์เวย์

สมเด็จพระราชาธิบดี Haakon VII รอรับเสด็จด้วยพระองค์เอง
เสด็จฯ ถึงกรุงคริสเตียเนีย (กรุงออสโล ในปัจจุบัน)

การเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรนอร์เวย์ ถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์สำคัญและนับเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดสัมพันธไมตรีระหว่างไทย-นอร์เวย์ อีกทั้งยังเป็นรากฐานของความผูกพันใกล้ชิดระหว่างสองราชวงศ์ และระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศในเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบัน

การเลือกเสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรนอร์เวย์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีระบบกษัตริย์และมีสายสัมพันธ์ระดับเครือญาติโยงใยใกล้ชิดกับราชวงศ์สำคัญของทวีปยุโรปนั้น นับว่าเป็นพระอัจฉริยภาพที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระวิสัยทัศน์สายพระเนตรยาวไกล ในการสถาปนาความสัมพันธ์ระดับราชวงศ์ที่เสมอกันอย่างแยบยลระหว่างสยามกับราชวงศ์กษัตริย์ของทวีปยุโรป


ประทับกับสมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 7 แห่งนอร์เวย์ ขวาสุดคือ สมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์

๐นอร์เวย์ แนวหน้าด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม
นอกเหนือจากความประทับพระราชหฤทัยในธรรมชาติและทิวทัศน์อันงดงามน่าตื่นตาของประเทศนอร์เวย์ ที่ทรงตรัสไว้ว่า “เหมือนรูปสวรรค์” แล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้เวลาตลอดหนึ่งเดือนศึกษาและสังเกตวิถีชีวิตของผู้คนท้องถิ่น และเรียนรู้วิทยาการสมัยใหม่ของนอร์เวย์ในขณะนั้น

สิ่งที่พระองค์ทรงสนพระทัยมากเป็นพิเศษ ดังที่ทรงสะท้อนในพระราชวินิจฉัยในพระราชหัตถเลขาพระราชทานมายังพระราชธิดา (ในพระราชนิพนธ์ ไกลบ้าน) คือ ความสามารถของนอร์เวย์ในการพัฒนาเศรษฐกิจโดยใช้ธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ในหลายอย่าง เช่น การประมง การผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังน้ำ และการทำปุ๋ย พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการพัฒนาด้านต่าง ๆ เพื่อค้นหาเทคโนโลยีสมัยใหม่ในขณะนั้นและนำกลับมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสยามประเทศต่อไป

ภาพนี้ปรากฏอยู่ที่ด้านหลังธนบัตร 100 บาท ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 10 ของไทย

หนึ่งในไฮไลท์ของพระราชกรณียกิจ คือ ภาพนี้ ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จทอดพระเนตรกิจการสถานีปั่นไฟ และโรงงานผลิตปุ๋ยของบริษัท NORSK HYDRO (ปัจจุบัน คือ บริษัท YARA ซึ่งเป็นผู้ผลิต ‘ปุ๋ยตราเรือใบไวกิ้ง’ ที่คนไทยรู้จักกันดี) โดยบริษัทเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมนำพลังงานน้ำตกมาใช้กลั่นเป็นปุ๋ยและปั่นพลังงานไฟฟ้า โดยมีนาย Sam Eyde ผู้ก่อตั้งกิจการ (ด้านซ้ายคนขับ) ซึ่งถือเป็นบิดาแห่งอุตสาหกรรมไฟฟ้าพลังน้ำของนอร์เวย์ เฝ้ารับเสด็จ

ประทับหน้าที่ทำการของบริษัท NORSK HYDRO ที่เมือง Notodden

 

ปัจจุบัน ประเทศไทยยังคงเรียนรู้และพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมกับประเทศนอร์เวย์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์พืชเพื่ออนาคต ณ Svalbard Global Seed Vault และการศึกษาวิจัยขั้วโลกเขตอาร์กติก (ขั้วโลกเหนือ) ตามพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ความร่วมมือด้านการแพทย์ และการพัฒนาศูนย์ฝึกอบรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่จังหวัดภูเก็ต เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้ล้วนมีรากฐานจากพระราชวิสัยทัศน์และพระราชกรณียกิจด้าน “การทูตวิทยาศาสตร์” ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ได้ทรงริเริ่มและเชื่อมโยง ‘การต่างประเทศ และการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม’ เข้าไว้ด้วยกันเมื่อกว่าศตวรรษที่แล้ว ทำให้สยามประเทศในขณะนั้น ก้าวหน้าทันสมัยก่อนใครในภูมิภาค และยังได้ส่งผลยั่งยืนต่อความเจริญของประเทศชาติไทยมาจนถึงทุกวันนี้

สมควรที่พวกเราชาวไทยทุกคน ทุกภาคส่วนจะได้สืบสานพระราชปณิธานนี้และช่วยกันต่อยอดจากรากฐานที่พระองค์ได้พระราชทานไว้ให้ เพื่อส่งเสริมประเทศไทยให้พัฒนาก้าวไกลได้ต่อไปอีกในอนาคตอย่างยั่งยืน

๐ร่วมมือและร่วมใจ
งานบูรณะซ่อมแซม “พิพิธภัณฑสถานไทยและศิลาประวัติศาสตร์ที่นอร์ดแคปป์” เป็นงานใหญ่ที่มีความสำคัญยิ่ง เพราะเสมือนเป็นอนุสรณ์สถานแห่งชาติที่แสดงถึงการธำรงอยู่ของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-นอร์เวย์ และประจักษ์พยานสำคัญทางประวัติศาสตร์ให้ชาวโลกได้รับรู้ในพระราชกรณียกิจพิเศษยิ่งของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในครั้งนั้น

เรื่องราวดีๆ ที่เป็นสิริมงคลยิ่งเช่นนี้ สมควรที่ชาวไทยทั้งประเทศจะได้รับรู้รับทราบและร่วมภาคภูมิใจไปด้วยกัน และในโอกาสที่มีโครงการบูรณะซ่อมแซมเกิดขึ้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านที่เกิดศรัทธาต้องการ “ร่วมมือและร่วมใจ” สนับสนุนโครงการ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ทางอีเมล์ของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล ที่ thaioslo@thaiembassy.no

บทความก่อนหน้านี้หมีขึ้นไปแอบ “งีบ”บนเสาไฟฟ้า
บทความถัดไป“เกาหลีเหนือ” โต้รายงานกระทำทารุณกรรมทางเพศต่อผู้หญิงของฮิวแมนไรท์วอทช์