การประชุมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ตลอดการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปี 2562 ในสิ่งที่ไทยในฐานะประธานอาเซียนจะนำมาใช้ตลอดปีคือการใช้แนวทางการจัดประชุมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Meeting ควบคู่ไปกับประเด็นสำคัญที่รัฐบาลพูดถึงมาตลอดคือการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

นายธฤต จรุงวัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูต และหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการอาเซียน 2019 ของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งรับผิดชอบดูแลภาพรวมของการจัดการประชุมอาเซียนตลอดปีนี้ เล่าให้ฟังถึงที่มาของแนวคิดดังกล่าวว่า ปัจจุบันขยะพลาสติกเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลก โดยข้อมูลที่น่าตกใจคือ 6 ใน 10 ประเทศที่มีขยะพลาสติกในทะเลมากที่สุดในโลกคือประเทศสมาชิกอาเซียน ขณะที่หนึ่งในแนวคิดหลักภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของไทยคือการสร้างความยั่งยืน ซึ่งรวมถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศด้วย

ท่านทูตธฤตบอกว่า ตลอดปี 2562 นี้ไทยจะต้องเป็นเจ้าภาพการประชุมอาเซียนมากกว่า 180 การประชุม และจะมีผู้เดินทางมาเข้าร่วมการประชุมทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ซึ่งย่อมทำให้เกิดขยะพลาสติกและการใช้กระดาษจำนวนมาก กระทรวงการต่างประเทศจึงได้หารือร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอแนวทางการจัดการประชุมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้หลักการ 3Rs ได้แก่ การลดใช้วัสดุสิ่งของที่จะกลายเป็นขยะ (Reduce) การใช้วัสดุสิ่งของที่สามารถใช้งานได้หลายครั้ง (Reuse) และการนำวัสดุสิ่งของที่เป็นขยะมาผลิตเป็นสิ่งของใช้ประโยชน์ใหม่ (Recycle)

การผลักดันให้การประชุมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นได้จริงเป็นการร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ เอสซีจี ที่สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการประชุมซึ่งผลิตจากกระดาษรีไซเคิลหรือกระดาษชานอ้อย บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด สนับสนุนวัสดุที่ผลิตจากพลาสติกชีวภาพหรือเส้นใยพลาสติกรีไซเคิล กลุ่มเซ็นทรัล ที่ช่วยสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนที่จัดมาเป็นที่ระลึกให้กับผู้เข้าร่วมประชุมและสื่อมวลชน บริษัท Magnolia Quality Development Corporation จำกัด ที่จะนำป้ายพลาสติกไวนิลเหลือใช้จากการจัดประชุมมาตัดเย็บเป็นกระเป๋าใส่ของ เพื่อลดขยะและสร้างคุณค่าใหม่ให้กับสิ่งที่นำมาใช้เหล่านี้

ไม่เพียงเท่านั้นแม้แต่การเลือกใช้สถานที่จัดการประชุมและโรงแรมที่พักก็ต้องมีการได้รับการรับรองมาตรฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืนหรือมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการพลังงาน และการดำเนินมาตรการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การคัดแยกขยะ ใช้ขวดแก้วแทนขวดพลาสติก

กระทั่งกล่องบรรจุอาหารสำหรับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมทั้งหมดก็ต้องไม่ใช้กล่องโฟม แต่หันมาใช้กล่องใส่อาหารและช้อนส้อมที่ผลิตจากวัสดุที่ย่อยสลายง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมรวมถึงสามารถใช้ได้ซ้ำอีก เพราะเพียงแค่กล่องอาหารสำหรับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 34 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 ถึง 23 มิถุนายนนี้ ก็มีมากถึง 40,000 กล่อง นั่นหมายถึงว่าหากไม่ใช้วัสดุเช่นนี้จะสร้างขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นกว่าแสนชิ้น

การจัดการประชุมอาเซียนตลอดปีของไทยยังงดใช้วัสดุที่ทำจากโฟมในการตกแต่งห้องประชุม แต่มีการนำเอากระดาษมาจัดทำเป็นตราสัญลักษณ์ของการประชุมแทน ซึ่งสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายและสามารถนำไปใช้ได้ใหม่ในการประชุมครั้งต่อไป ขณะที่ข้าวของบางอย่าง อาทิ เก้าอี้ที่ทำขึ้นจากกระดาษก็ได้นำไปมอบให้กับโรงเรียนในท้องถิ่นหรือจังหวัดที่มีการจัดประชุมเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่ออีกด้วย

ในประเด็นของการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังนั้น ท่านทูตธฤตบอกว่า สิ่งของที่นำมาแจกให้กับผู้เข้าร่วมประชุมรวมถึงสื่อมวลชนนอกจากจะเน้นวัสดุรีไซเคิลแล้วยังเน้นการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยมีการนำเอาข้าวของต่างๆ ที่ผลิตขึ้นจากชุมชนทั่วประเทศมาผลิตเป็นของที่ระลึก อาทิ ป้ายห้อยกระเป๋าที่ผลิตจากผ้าทอไทลื้อใน จ.เชียงราย และกระเป๋า

นอกจากนี้ยังมีช็อกโกแลตที่ผลิตขึ้นมาแจกจ่ายให้กับผู้เข้าร่วมประชุมยังทำขึ้นโดยมูลนิธิศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียแปซิฟิก (เอพีซีดี) ที่มีการตั้ง 60 Plus+ Bakery & Cafe Project ขึ้นเพื่อฝึกอบรมและสร้างอาชีพสำหรับผู้พิการ เพื่อให้พวกเขากลายเป็นผู้มีงานทำ

เช่นเดียวกับภายในสถานที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 34 ที่ได้มีการนำคาเฟ่อเมซอนมาเสิร์ฟเครื่องดื่มให้กับผู้เข้าร่วมประชุม แต่สิ่งที่พิเศษคือบาริสต้าเป็นผู้พิการทางการได้ยินที่มีความสามารถในการชงเครื่องดื่มได้ไม่แพ้ใคร โดยผู้ประชุมจะสื่อสารกับน้องๆ บาริสต้าได้ผ่านการทำสัญลักษณ์มือตามป้ายที่วางไว้ด้านหน้า สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้ผู้ร่วมงานสมกับความตั้งใจที่จะ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ได้เป็นอย่างดี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon