รายงานพิเศษ : นาฎศิลป์ไทย โชว์ไกลถึงจอร์แดน การทูตสไตล์ “พรพงศ์ กนิษฐานนท์”

รายงานพิเศษ : นาฎศิลป์ไทย โชว์ไกลถึงจอร์แดน การทูตสไตล์ “พรพงศ์ กนิษฐานนท์”

“การทูต” ถือเป็นศิลปะและทักษะ ทั้งในด้านการเจรจา การสื่อสาร การติดต่อต่างๆ งานของ “เอกอัครราชทูตไทย” ในต่างแดน จึงคงมิใช่จำกัดเพียงแค่การเป็นตัวแทนของประเทศ หากแต่ยังต้องเป็นบุคคลที่สามารถเชื่อมไทยกับโลกเข้าด้วยกันได้เป็นอย่างดี

เช่นเดียวกับหลักแนวคิดของท่านทูตพรพงศ์ กนิษฐานนท์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน ที่มีแนวคิดในเรื่องของการนำนาฏศิลป์ไทย ไปจัดแสดงในงานเทศกาลของทางการจอร์แดน ด้วยมุ่งหวังที่จะให้จอร์แดน และประเทศในแถบภูมิภาคดังกล่าว รู้จัก “ประเทศไทย” มากยิ่งขึ้น

ท่านทูตพรพงศ์ กล่าวถึงที่มาของการนำนาฏศิลป์ไทย ไปแสดงไกลถึงประเทศจอร์แดนว่า จริงๆแล้ว ไทยกับจอร์แดนมีความสัมพันธ์ทางการทูตกันมานานถึง 50 ปีแล้ว และมีความใกล้ชิดกันในหลายด้าน ทั้งระดับสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งกษัตริย์แห่งจอร์แดน มีความเคารพในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างมาก และยังได้เสด็จไปเมืองไทยหลายครั้ง รวมทั้งเชื้อพระวงศ์หลายพระองค์ก็เสด็จไปประเทศไทยกันอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ กษัตริย์แห่งจอร์แดน ก็ยังเคยขอพระราชทานฝนหลวง มาใช้ที่จอร์แดนด้วย

ความสัมพันธ์อีกด้าน คือการที่มีนักเรียนไทยเดินทางมาเรียนที่จอร์แดนเพิ่มากขึ้นเรื่อยๆ จนถือว่าเป็นอันดับ 2 ของประเทศในตะวันออกกลางที่คนไทยมาเรียนกันมากที่สุด รองจากประเทศอียิปต์ และยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

สาเหตุนั้น ท่านทูตพรพงศ์บอกไว้ว่า เป็นเพราะจอร์แดนเองเป็นมุสลิมสายกลาง ไม่ได้สุดโต่งเหมือนกับประเทศมุสลิมอื่นๆ แม้ว่าจะเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูง ค่าเรียนแพง แต่หากมาเรียนศาสนาอิสลาม รัฐบาลจอร์แดนจะคิดค่าเรียนเท่ากับคนจอร์แดน ทำให้เสียค่าเรียนที่ถูกกว่า เมื่อคิดโดยองค์รวม นักศึกษาบางคนบอกว่า ถูกกว่าเรียนที่ประเทศไทยด้วยซ้ำ หากมีการแชร์ค่าที่พักด้วยกัน

ในด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทยกับจอร์แดนนั้น ถือว่ายังน้อยอยู่มาก คือราวๆ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น และเป็นอยู่อย่างนี้มาตลอด โดยไทยส่งออกมาจอร์แดน 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากจอร์แดนเพียง 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น แม้ว่าทางจอร์แดนเองอยากจะลงทุนที่ไทย แต่ก็ไม่มีสินค้าจะส่งให้

ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวนั้น แม้ว่าจอร์แดนจะเป็นเพียงประเทศเล็กๆ แต่ก็มีคนไปเที่ยวที่ประเทศไทยถึงปีละประมาณ 10,000 คน โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ระบุว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวจอร์แดน มีการใช้จ่ายต่อหัวต่อวันระหว่างเที่ยวในประเทศไทย ติดอันดับ ท้อป 5 ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีชาวจอร์แดนบางส่วนที่รู้จักประเทศไทย และไปเที่ยวที่ประเทศไทย แต่ก็ยังมีชาวจอร์แดนอีกมาก ที่ไม่รู้จักประเทศไทย ถ้าเอ่ยถึงไทย ก็จะรู้ว่า มีทะเล หาดทราย มีเมืองใหญ่ เป็นแหล่งช้อปปิ้ง และอาหารทะเล นอกจากนั้น ก็จะไม่รู้จักว่า ประเทศไทย มีอะไรอื่นๆอีกมากมาย

ที่ผ่านมา ทางสถานทูตก็มีการนำคณะจากจอร์แดนไปประเทศไทย เช่น ไปดูโครงการในพระราชดำริ ไปดูการท่องเที่ยวเมืองรอง ไปดูภาคเหนือของไทย

ซึ่งท่านทูตพรพงศ์ มองว่า เรื่องวัฒนธรรม เป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของไทย และการทูตวัฒนธรรม ก็เป็นเรื่องสำคัญ จึงได้คิดอยากจะนำเอาการแสดงของไทย มาแสดงที่จอร์แดน จนไปพบกับงาน “เจอราช เฟสติวัล ออฟ คัลเจอรัล แอนด์ อาร์ทส์” ที่ทางการจอร์แดนจัด จึงได้มีการพูดคุยกับทางกระทรวงวัฒนธรรมของจอร์แดน เพื่อขอนำเอานาฏศิลป์ไทยมาแสดง

เป้าหมายก็คืออยากโชว์การแสดงที่สะท้อนให้เห็นศิลปะวัฒนธรรมการแสดงที่สวยงามของไทย ขณะที่ทางจอร์แดนเอง ก็อยากให้งานเจอราช เฟสติวัล เป็นงานระดับนานาชาติ จึงอยากให้มีการแสดงจากต่างประเทศมาร่วมด้วย

ซึ่งท่านทูตพรพงศ์มองว่า หากเราเอาการแสดงไปจัดแสดงเอง ก็ต้องทำการโปรโมตเอง แต่เมื่อเป็นงานของรัฐบาลจอร์แดน ทางการจอร์แดนก็จะเป็นคนจัดการ และยังได้โปรโมตไปยังกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในแถบเดียวกันด้วย

ส่วนสิ่งที่ไทยจะได้จากการนำการแสดงมาแสดงที่จอร์แดนก็คือ การนำวัฒนธรรมไทยเข้าสู่สังคมจอร์แดน และจะมีการส่งต่อไปยังประเทศในตะวันออกกลางอื่นๆต่อไป

และอีกอย่างที่สำคัญคือ เด็กๆที่เดินทางมาแสดงครั้งนี้ ก็จะได้เห็นโลกมากขึ้น ได้เห็นประเทศจอร์แดนว่ามีอะไร และได้ประสบการณ์ในต่างแดน และเชื่อว่า การทูตวัฒนธรรม จะช่วยเป็นการปลูกฝัง ค่อยๆซึมเข้าไป เมื่อคนเห็นวัฒนธรรม ผนวกกับความอยากไปเที่ยว ก็จะสนใจไทยมากขึ้น ต่อเนื่องไปถึงเรื่องอาหารไทย

โดยการแสดงนาฏศิลป์ไทยครั้งนี้ เป็นการแสดงของนักศึกษาจากจากสาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย) คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ซึ่งจะแสดงในงานเทศกาล “เจอราช เฟสติวัล ออฟ คัลเจอรัล แอนด์ อาร์ทส์” ที่เมืองเจอราช เมืองโบราณของจอร์แดน และที่เมืองเออร์บิด อีกแห่งหนึ่ง

อ.ดร.ผกามาศ จิรจารุภัทร รองคณบดีฝ่ายแผนงานและประกัน คณะนาฏศิลป์ไทย จากสาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย) คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

 

ผู้นำคณะการแสดงมาแสดง เปิดเผยว่า การแสดงมีทั้งหมด 3 ชุด คือ ชุดตุ้มปาง ชุดโนราห์ บูชาธาตุ และ ชุดอีสานกางจ้อง ที่จะเป็นการแสดงในลักษณะที่เรียกว่า โฟล์คแดนซ์ ที่จะสะท้อนค่านิยม ประเพณี และวัฒนธรรมของไทย

อ.ดร.ผกามาศ กล่าวว่า งานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่ออยากเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมให้ชาวจอร์แดนได้เห็น โดยจอร์แดนเป็นประเทศที่ไกลจากไทย ถ้าได้นำเอาศิลปะการแสดงมาให้ดู ก็น่าจะสามารถเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้

โดยการแสดงในวันแรก จัดที่เมืองเจอราช เมืองโบราณเก่าแก่ของจอร์แดน เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ซึ่งมีผู้คนสนใจเข้าชมการแสดงจำนวนมาก เช่นเดียวกับการแสดงในวันต่อมา ที่เมืองเออร์บิด ที่แม้จะเป็นการจัดที่สวนสาธารณะ แต่ก็ได้รับการตอบรับจากผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจบการแสดง ที่ผู้คนต่างพากันมาขอถ่ายรูปกับน้องๆนักแสดงกันอย่างล้นหลาม

อ.ดร.ผกามาศ กล่าวหลังงานจบว่า รู้สึกดีใจ ที่งานประสบความสำเร็จด้วยดี และภาพที่ออกมาก็สวยสมใจ สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณีของไทย อย่างที่ต้องการเอามาให้คนจอร์แดนได้เห็น และรู้สึกได้ว่า การแสดงทั้ง 3 ชุดนั้น ผู้คนที่เข้ามาชมสามารถรู้สึกได้ถึงการสะท้อนถึงความเป็นไทยที่งดงาม ขณะเดียวกันก็มีชีวิตชีวา เป็นไปตามคาดหมาย และเด็กๆที่แสดงเอง ก็มีความสุข ชื่นชอบกับบรรยากาศ สถานที่ และผู้ชม

ที่สำคัญคือ ต้องขอขอบคุณทางสถานเอกอัครราชทูตไทย และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ดูแลทีมนาฏศิลป์เป็นอย่างดี

งานนี้ ท่านทูตพรพงศ์ ก็ปลาบปลื้มกับการแสดงของน้องๆ ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และยินดีที่ได้เห็นเด็กๆมีความสามารถในการแสดงออกไปสู่สายตาชาวโลก

 

บทความก่อนหน้านี้‘แรชฟอร์ด’ เบิ้ล ‘มาร์ซิยาล-เจมส์’ คนละตุง ‘แมนฯยู’ กะซวก ‘เชลซี’ 4-0 เปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกโคตรหรู
บทความถัดไปตั้งใจซื้อไม่ถูก “หลับหู หลับตาซื้อ” ดันถูก!!!