คอลัมน์ People In Focus : จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดาสมัยที่ 2

จัสติน ทรูโด คว้าเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแคนาดา สมัยที่ 2 เอาไว้ได้ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา แม้ในช่วงก่อนเลือกตั้ง ผู้ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นนักการเมืองดาวรุ่งพุ่งแรงจะต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาด้านจริยธรรม และภาพหลุดอื้อฉาวกรณีเหยียดผิวก็ตาม

อย่างไรก็ตามความนิยมที่เริ่มถดถอยลงทำให้ในครั้งนี้พรรคเสรีนิยม จะต้องตั้งรัฐบาลผสมเสียงข้างน้อยเนื่องจากไม่สามารถครองเสียงส่วนใหญ่ในสภาไว้ได้

ลูกชายของอดีตนายกรัฐมนตรีแคนาดา ปิแอร์ ทรูโด ก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยวัย 43 ปีหลังชนะเลือกตั้งเมื่อปี 2015 ด้วยคะแนนเสียงถล่มทลาย ด้วยบุคลิก หน้าตาดีและแนวคิดทันสมัยสร้างความประทับใจให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุน้อย

ทรูโด ผู้ประกาศตัวเป็น ‘เฟมินิสต์’ ดำเนินนโยบายหัวก้าวหน้า ตั้งคณะรัฐมนตรีด้วยสัดส่วนหญิงและชายแบบครึ่งต่อครึ่ง วางนโยบายตอบรับผู้ลี้ภัยชาวซีเรียนับหมื่นคน ออกกฎหมายให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมาย จัดให้มีการไต่สวนสาธารณะในคดีหญิงชนเผ่าที่ถูกฆาตกรรม รวมถึงผ่านกฎหมายการุณยฆาตออกบังคับใช้
ในฐานะลูกชายของปิแอร์ ทรูโด อดีตนายกรัฐมนตรีที่มีผลงานโดดเด่น เช่นการสร้างสันติภาพกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในรัฐควิเบก รวมถึงการออกกฎหมายให้เสรีภาพกลุ่มคนรักร่วมเพศ สนับสนุนให้แคนาดากลายเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่เป็นอันหนึ่งอันเดียว นั่นทำให้ทรูโด เป็นจุดสนใจของชาวแคนาดาตั้งแต่เกิด
25 ธันวาคม 1971 ทรูโด ลืมตาดูโลกและกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งในหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศ

ทรูโด ผู้ที่เคยทำงานเป็นครูสอนสโนว์บอร์ด บาร์เทนเดอร์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสถานบันเทิง และครูมาก่อน ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตัวแทนรัฐมอนทรีออล เป็นครั้งแรกในปี 2008

หลังเข้ารับตำแหน่งนากยรัฐมนตรีในเทอมแรก ทรูโด ได้รับเสียงชื่นชมในการดำเนินนโยบายไม่ว่าจะเป็นการให้สัตยาบันเขตการค้าเสรีกับยุโรป และชาติชายฝั่งมหาสมุทรแฟซิฟิก เจรจาข้อตกลงการค้าใหม่กับสหรัฐ และแม็กซิโก รวมไปถึงออกกฎหมายเก็บภาษีคาร์บอน เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ดูเหมือนเส้นทางการเมืองจะสวยงามแต่ในช่วงปีที่ผ่านมา ทรูโดต้องเผชิญกับเรื่องอื้อฉาวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การตัดสินใจปลดอัยการสูงสุดที่เป็นชนเผ่าคนแรกของประเทศออกจากตำแหน่ง หลังจากกล่าวหาทรูโด ว่าเกี่ยวข้องกับการรับสินบนของบริษัท เอสเอ็นซี-ลาวาลิน ที่กำลังถูกสอบสวนคดีรับสินบนในประเทศลิเบียซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพื่อปกป้องบริษัทใหญ่

นอกจากนี้ยังเผชิญกับกระแสภาพหลุดจากงานปาร์ตี้ในช่วงทศวรรษที่ 90 และปี 2000 ที่แสดงให้เห็นทรูโด ทาสีผิวเป็นสีคล้ำ ภาพที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าสะท้อนความคิดเหยียดผิวของนายทรูโดเอง ส่งผลให้นายทรูโด ต้องออกมาขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น

เรื่องราวอื้อฉาวหลายเรื่องส่งผลให้ความนิยมในตัวนายทรูโด ลดลงอย่างชัดเจนและส่งผลให้การเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านพ้นไปเป็นการเลือกตั้งที่สูสีที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์แคนาดา

อย่างไรก็ตามทรูโด ในวัย 47 ปียังได้โอกาสทำงานอีก 4 ปี พิสูจน์ตัวเองตอบแทนเสียงของประชาชน ภายใต้รัฐบาลผสมชุดใหม่ซึ่งยังมีความท้าทายรออยู่อีกมาก

บทความก่อนหน้านี้ฉลองไว้ก่อน! ‘สิงห์เจ้าท่า’เตรียมงานฉลองหลังจบเกมนัดชิงเอฟเอคัพ
บทความถัดไปจับบริษัทส่งสินค้าลอบค้าสัตว์ป่า ยึดนางอาย-อีเห็น พบประวัติเคยถูกตัดสินจำคุก รอลงอาญากลับมาก่อเหตุซ้ำ