คอลัมน์ แกะรอยต่างแดน : ปิด พิพิธภัณฑ์ “นิวเซียม” หลังเปิดมานาน11ปี

(AP Photo/Susan Walsh)

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นวันสิ้นปีแล้ว ยังเป็นวันสุดท้ายของการเปิดให้บริการพิพิธภัณฑ์ “นิวเซียม” ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา หลังจากเปิดให้บริการมานานถึง 11 ปี

พิพิธภัณฑ์ “นิวเซียม” ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่ม “ฟรีด้อม ฟอรั่ม” องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่ต้องการสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อุทิศให้กับประวัติศาสตร์และความสำคัญของสื่อสารมวลชน และระลึกถึงผู้ก่อตั้ง “ยูเอสเอ ทูเดย์” อย่าง “อัล นูฮาร์ธ”

รวมไปถึงการอุทิศให้แก่เสรีภาพ 5 ข้อในบทบัญญัติเพิ่มเติม คือ ศาสนา การพูด สื่อ การชุมนุมและการร้องเรียน

พิพิธภัณฑ์ นิวเซียม แห่งแรก เปิดที่เมืองรอสส์ลิน รัฐเวอร์จิเนีย แต่หลังจากเปิดได้ 5 ปี ก็ย้ายไปที่ถนนเพนซิลเวเนีย ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตั้งแต่ปี ค.ศ.2008

ภายในมีส่วนจัดแสดงต่างๆมากมาย อย่างส่วนนิทรรศกาลมีถึง 15 ห้อง โรงภาพยนต์ 15 โรง และสตูดิโออีก 2 ห้อง ซึ่งในส่วนของห้องนิทรรศการ มีการจัดแสดงเรื่องราวสำคัญๆอย่างเช่น เหตุการณ์ก่อวินาศกรรม 9/11 และเรื่องของกำแพงเบอร์ลิน รวมไปถึงห้องจัดแสดงภาพที่ได้รับรางวับพูลลิตเซอร์

ทั้งนี้ เมื่อปีที่ผ่านมา นิตยสารไทม์ ได้ยกให้พิพิธภัณฑ์นิวเซียมแห่งนี้ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในโลก

แม้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จะมีผู้คนมาเยี่ยมชมรวมทั้งสิ้นเกือบ 10 ล้านคน นับตั้งแต่เปิดมา หากแต่ขณะเดียวกัน กลุ่มฟรีด้อม ฟอรั่ม ก็ได้ใช้เงินไปกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มากถึง 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่เปิดให้บริการมา

จำนวนเงินมหาศาลที่หมดไปกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทางฟรีด้อม ฟอรั่ม ตัดสินใจขายอาคารพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ให้กับมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์

นอกจากนี้ ยังมีการวิเคราะห์ว่า หรือจะเป็นเพราะค่าตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์ สำหรับผู้ใหญ่ ที่แพงถึง 25 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน ขณะที่พิพิธภัณฑื่อื่นๆ หลายแห่งในดี.ซี. เปิดให้ผู้คนเข้าชมฟรี แถมยังมีความน่าสนใจไม่น้อยกว่ากัน

จีน โพลิซินสกี ประธานและประธานฝ่ายปฏิบัติการ ของสถาบันฟรีด้อม ฟอรั่ม ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ปัญหาคือการที่อาคารต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลในการดูแล แม้จะมีผู้คนมาเยี่ยมชมจำนวนมาก แต่รายได้ก็ไม่เพียงพอสำหรับการนำมาดูแลพิพิธภัณฑ์แห่งนี้

และในทวิตเตอร์ ของนิวเซียม ได้ทวีตข้อความขอบคุณทุกคนที่มาเยือน และหวังว่า จะหาที่ตั้งใหม่ที่เหมาะสมต่อไป

บทความก่อนหน้านี้‘เบน เดวิส’ สุดปลื้มมีประเดิมสนามทัพช้างศึก เซอร์ไพรส์ถูกส่งยืนฟอลส์ไนน์
บทความถัดไปชาวบ้านจ่อร้องผู้ตรวจฯ สธ.ทำลายอาชีพ ออกกฎซองยาเส้นต้องทำจากถุงพลาสติกอย่างเดียว