คอลัมน์ People In Focus: คามาลา แฮร์ริส ว่าที่รองปธน.หญิงผิวสีคนแรกของสหรัฐ

คอลัมน์ People In Focus: คามาลา แฮร์ริส ว่าที่รองปธน.หญิงผิวสีคนแรกของสหรัฐ

คามาลา แฮร์ริส วุฒิสมาชิกจากรัฐแคลิฟอร์เนีย วัย 55 ปี ได้รับเลือกให้เป็น ‘รันนิ่งเมท’ หรือคู่หูรองประธานาธิบดี ของโจ ไบเดน ตัวแทนพรรคเดโมแครต ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ แล้วอย่างเป็นทางการ สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

แฮร์ริส อดีตอัยการและอัยการสูงสุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย เคยสร้างประวัติศาสตร์เป็นวุฒิสมาชิกหญิงผิวสีคนที่สองในประวัติศาสตร์ หลังได้รับเลือกเข้าสู่สภาเมื่อปี 2016 ขณะที่ครั้งนี้ ยังสร้างประวัติศาสตร์เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดียคนแรกที่ได้รับเลือกให้เป็น ‘รันนิ่งเมท’ ในสนามเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ โดยหากไบเดน และแฮร์ริส ชนะเลือกตั้ง แฮร์ริส จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นหญิงผิวสีและคนผิวสีคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐด้วย

การขึ้นมาอยู่จุดนี้ในเวทีเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ทำให้แฮร์ริส จะเป็นตัวเต็งในการเลือกตั้งตัวแทนพรรคเดโมแครต ในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2024 หรือในปี 2028 อย่างแน่นอน เนื่องจากคาดกันว่าหากไบเดน ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐที่สร้างประวัติศาสตร์เป็นประธานาธิบดีอายุมากที่สุด จะดำรงตำแหน่งอยู่เพียง 4 ปีเท่านั้นเพราะอายุที่มากถึง 77 ปีแล้วนั่นเอง

แฮร์ริส ถูกมองว่าเป็น “ผู้ทำลายกำแพง” ไม่ว่าจะเป็นระเบียบ กฎ หรือนโยบายอันเป็นข้อจำกัดให้เกิดสิ่งใหม่ๆขึ้น และเวลานี้กำลังต่อสู้เพื่อความยุติธรรมกับกลุ่มคนผิวสี รวมถึงการปฏิรูประบบตำรวจ และขจัดความไม่เท่าเทียมทางสังคม แนวนโยบายที่ถูกมองว่าจะดึงดูดผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุน้อยๆรวมถึงกลุ่มคนผิวสีได้มากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม แฮร์ริส เองก็เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ในยุคที่นั่งเป็นอัยการดูแลคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงประชาชนด้วยเช่นกันว่า แฮร์ริส ยังคงยืนอยู่ข้างเจ้าหน้าที่ตำรวจในบางคดี และไม่มีความแข็งกร้าวพอที่จะยกเครื่องระบบตำรวจของสหรัฐอเมริกาได้

ซึ่งแฮร์ริส ก็ระบุว่า ตนพยายามที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงจากภายในรัฐบาล มากกว่าการก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงจากภายนอก

นอกจากเรื่องความเท่าเทียมแล้ว แฮร์ริส มีนโยบายให้มีระบบประกันสุขภาพสำหรับชาวอเมริกันทุกคน โดยยังคงให้บทบาทสำคัญกับบริษัทประกันในการให้ประชาชนเลือกประกันแบบที่เหมาะสมกับตนเองได้

นอกจากนี้ยังมีนโยบายขึ้นค่าแรงของครู นโยบายควบคุมการครอบครองปืนด้วยการตรวจสอบประวัติ และระเบียบสำหรับโรงงานผู้ผลิตให้มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมที่เกิดจากการใช้ปืนผลจากการครอบครองปืนอย่างอิสระในเวลานี้

แฮร์ริส ผู้ที่มีพ่อแม่เป็นผู้อพยพที่เข้ามาอาศัยในสหรัฐอเมริกา โดยพ่อเป็นชาวจาเมกา ขณะที่แม่เป็นชาวอินเดีย จะร่วมปราศรัยกับไบเดน ในวันที่ 12 สิงหาคมตามเวลาสหรัฐที่รัฐเดลาแวร์ เพื่อเป็นการเปิดการหาเสียงร่วมกันอย่างเป็นทางการ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon