People In Focus: ลาติฟา โมฮัมเหม็ด อัลมักตูม เจ้าหญิงดูไบผู้ถูกยึดอิสรภาพ

People In Focus: ลาติฟา โมฮัมเหม็ด อัลมักตูม เจ้าหญิงดูไบผู้ถูกยึดอิสรภาพ

เชคา ลาติฟา โมฮัมเหม็ด อัลมักตูม เจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ดูไบ พระธิดาของ เชค มูฮัมหมัด บิน ราชิด อัล มักตูม เจ้าผู้ครองนครดูไบ ควรที่จะมีชีวิตสุขสบายท่ามกลางทรัพย์สินมหาศาล
แต่ “เจ้าหญิงลาติฟา” กลับต้องไร้อิสรภาพถูกกักขังแบบไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน จนทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ชะตากรรม

เจ้าหญิงลาติฟา กลายเป็นข่าวโด่งดังเมื่อปี 2561 เมื่อเจ้าหญิงพยายามหลบหนีออกจากยูเออีทางเรือ โดยมีเหตุผลสำคัญคือ สิทธิเสรีภาพของผู้หญิงในยูเออีมีอย่างจำกัด แม้แต่สำหรับเจ้าหญิงลาติฟาเองก็ตาม

เจ้าหญิงลาติฟา และ “ทีนา จาอูเฮียไอเนน” เพื่อนสนิทชาวฟินแลนด์ ลอบข้ามแดนสู่ประเทศโอมาน ก่อนจะขึ้นเรือยอร์ชมุ่งหน้าสู่อินเดีย

แต่ก่อนที่เรือใกล้จะขึ้นฝั่งอินเดียเจ้าหญิงกลับถูกกองกำลังติดอาวุธบุกจับกุมตัวกลับนครดูไบ ส่วนทีนา ถูกควบคุมตัวอยู่เป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนจะได้รับการปล่อยตัว

เจ้าหญิงหายตัวไปหลายเดือน ทางการยูเออี ที่แม้จะออกมาเปิดเผยว่าปฏิบัติการนอกชายฝั่งอินเดียนั้นเป็นภารกิจช่วยเหลือเจ้าหญิงลาติฟา ต้องถูกกดดันอย่างหนักจากนานาชาติให้แสดงหลักฐานพิสูจน์ว่าเจ้าหญิงลาติฟา ยังมีชีวิตอยู่

จนทางการยูเออี เผยแพร่ภาพการรับประทานอาหารระหว่าง “แมร์รี โรบินสัน” ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และเจ้าหญิงลาติฟา ในเดือนธันวาคม 2561 ยืนยันว่าเจ้าหญิงลาติฟาใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่นั่นกลับกลายเป็นการจัดฉากครั้งใหญ่

เรื่องราวทั้งหมดถูกคลี่คลาย เมื่อ “ทีนา” ได้รับการติดต่อจากเจ้าหญิงลาติฟา ซึ่งส่งคลิปวิดีโอ เล่าเรื่องราวของตัวเอง ที่ยังคงถูกกักขังอยู่ในวิลลาแห่งหนึ่งในนครดูไบ

เจ้าหญิงลาติฟา ใช้สมาร์ทโฟนที่ลักลอบนำเข้าไปอัดคลิปตัวเองในห้องน้ำของวิลล่าแห่งหนึ่งแสดงให้เห็น เจ้าหญิงที่ใบหน้าขาวซีด ระบุว่าเธอถูกกักขังแบบไม่เห็นเดือนเห็นตะวันและเธอรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิต

คลิปวิดีโอดังกล่าวที่ถ่ายไว้ราว 1 ปีหลังเจ้าหญิงลาติฟาถูกจับ ถูกเผยแพร่ผ่าน บีบีซี เล่าถึงเหตุการณ์ที่เจ้าหญิงถูกจับกุมว่า เธอถูกฉีดยาสลบและนำตัวกลับสู่นครดูไบ นอกจากนี้ยังเล่าด้วยว่าการพบกับเจ้าหน้าที่ยูเอ็นอย่าง “โรบินสัน” เป็นการจัดฉาก

เจ้าหญิงระบุว่าเวลานั้นตนได้รับการติดต่อจาก “เจ้าหญิงฮายา” แม่เลี้ยง ให้เข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวัน โดยได้รับแจ้งว่า เป็นการทดสอบพฤติกรรมขณะอยู่กับผู้คนรอบข้าง พร้อมกับข้อเสนอ “หากทำตัวดีก็จะได้เป็นอิสระในไม่กี่วัน”

เจ้าหญิงลาติฟา ระบุว่า ตนไม่รู้ด้วยซ้ำว่า หญิงสูงวัยที่ร่วมโต๊ะอาหารด้วยคือ “ข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติ” ที่ถูกเชิญมาร่วมโต๊ะอาหาร

ขณะที่ โรบินสัน เองเปิดเผยในเวลาต่อมาว่าตนได้รับข้อมูลว่า เจ้าหญิงลาติฟา ป่วยเป็นไบโพลา และยอมรับว่า บทสนทนาไม่ได้พูดถึงชะตากรรมของเจ้าหญิงลาติฟาแต่อย่างใดเพราะเกรงว่าจะกระทบจิตใจ

โรบินสัน ระบุว่า ตนอนุญาตให้ถ่ายภาพตนกับลาติฟาสำหรับส่งให้ยูเอ็น และเธอก็ต้องตกตะลึงเมื่อทางการยูเออี เผยแพร่ภาพนั้นออกมาในอีก 9 วันต่อมา

ทีนา ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มรณรงค์ “Free Latifa” และส่งเรื่องให้กับองค์การสหประชาชาติ ระบุว่า เธอตัดสินใจเผยแพร่คลิปวิดีโอดังกล่าว หลังจากไม่สามารถติดต่อเจ้าหญิงลาติฟาได้มาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว และหวังว่าจะเป็นการกดดันให้เชคแห่งดูไบ ปล่อยตัวลาติฟาให้เป็นอิสระ

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ทีนา ก็หวั่นเกรงถึงความปลอดภัยของเจ้าหญิงลาติฟาเช่นกัน

“หากการขาดการติดต่อกันไปเป็นเพราะถูกจับได้ว่าเธอแอบมีโทรศัพท์มือถือ ชะตากรรมของเจ้าหญิงในเวลานี้เป็นไปได้ว่าจะย่ำแย่มากๆ” ทีนา ระบุ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon