คอลัมน์ แกะรอยต่างแดน : เมื่อร้านอาหารเครือ “โกลบอล-ไดนิ่ง” ขอขัดคำสั่งทางการ “โตเกียว”

คอลัมน์ แกะรอยต่างแดน : เมื่อร้านอาหารเครือ “โกลบอล-ไดนิ่ง” ขอขัดคำสั่งทางการ “โตเกียว”

หลายๆเมืองทั่วโลกตอนนี้ เริ่มหันมาประกาศมาตรการล็อกดาวน์กันอีกครั้ง หลังจากเจ้า “โควิด-19” ยังไม่หยุดแผลงฤทธิ์ และยังคงอาละวาดไปทั่วโลกอยู่อย่างต่อเนื่อง

หลายธุรกิจเริ่มทนไม่ไหว และปิดตัวไปตามๆกัน อันเนื่องมาจากบรรดามาตรการเข้มงวดเกี่ยวกับการรวมตัวกันของผู้คน ที่ทำให้หลายธุรกิจไม่สามารถอยู่ต่อไปได้

เช่นเดียวกับที่กรุงโตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลเพิ่งจะประกาศภาวะฉุกเฉินครั้งที่ 4 ในกรุงโตเกียว สองสัปดาห์ก่อนหน้าที่จะเริ่มมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ที่โตเกียวเป็นเจ้าภาพจัด

โดยมาตรการดังกล่าวจะมีขึ้นไปจนถึงวันที่ 22 สิงหาคม เพื่อควบคุมการเคลื่อนที่ของผู้คน เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อ อีกส่วนหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนที่ต้องการออกมาประท้วงการจัดโอลิมปิก ออกมารวมตัวกัน

หนึ่งในมาตรการที่ประกาศใช้ คือขอให้ร้านอาหารปิดเร็วขึ้น และห้ามการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อแลกกับการได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล

แต่สำหรับ นายโคโซ ฮาเซงาวะ ประธานบริษัท โกลบอล-ไดนิ่ง อิงค์ เจ้าของร้านอาหารในเครือ 43 ร้าน

ขอประกาศเลยว่า เขาจะไม่ทำตามคำขอของรัฐบาลแต่อย่างใด แม้ว่าจะมีกฎว่า ร้านอาหารใดฝ่าฝืนจะต้องถูกลงโทษปรับไม่เกิน 300,000 เยน (ราว 88,000 บาท)

“จะยังคงเดินหน้าให้บริการลูกค้าเหมือนเดิมปกติ แม้ว่าจะมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน แถมยังจะขายเครื่องแอลกอฮอล์ในร้านด้วย” ฮาเซงาวะ บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์

ร้านกอนปาจิ เป็นหนึ่งในร้านที่ผู้คนรู้จักมากที่สุดของโกลบอล-ไดนิ่ง เนื่องจากเป็นแรงบันดาลใจในฉากต่อสู้ของภาพยนตร์เรื่องคิลบิล

และยังเป็นร้านอาหารที่ นายจุนอิชิโร โคอิซูมิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นในขณะนั้น และ จอร์จ ดับเบิลยู.บุช ประธานาธิบดีสหรัฐในตอนนั้น พบกัน เมื่อปี 2002 อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าขัดคำสั่งของรัฐบาลของนายฮาเซงาวะ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความอ่อนแอในการบังคับใช้มาตรการของญี่ปุ่น

แต่เมื่อผู้ประกอบการอย่างนายฮาเซงาวะ เลือกที่จะยอมเสียค่าปรับ ก็แสดงว่า ต้องย่ำแย่แล้วจริงๆ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon