คอลัมน์ People In Focus: ถง อิง คิต เหยื่อ “กม.ความมั่นคง” รายแรกของฮ่องกง

คอลัมน์ People In Focus: ถง อิง คิต เหยื่อ “กม.ความมั่นคง” รายแรกของฮ่องกง

ถง อิง คิต อดีตพนักงานเสิร์ฟ วัย 24 ปี ที่ผันตัวมาเป็นนักเคลื่อนไหวร่วมชุมนุมต่อต้านรัฐบาลฮ่องกง ถูกตัดสินให้มีความผิดด้วย”กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ” เป็นคนแรก และอาจต้องเผชิญโทษ “จำคุกตลอดชีวิต”

กฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายฉบับใหม่ที่ประกาศใช้โดยรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นกฎหมายที่ถูกต่อต้านโดยชาวฮ่องกงจำนวนมาก โดยมองว่าเป็นกฎหมายที่ริดรอนสิทธิเสรีภาพของของชาวฮ่องกงที่พึงมี

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการตีความได้กว้างมาก อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองปิดปากกลุ่มผู้เห็นต่างและฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล

ถง ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ปีก่อน หลังจากขับรถจักรยานยนต์ ติดธงที่มีข้อความสโลแกน พุ่งใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 3 นาย โดยถงถูกปฏิเสธประกันตัวและถูกควบคุมตัวนับตั้งแต่นั้น

ล่าสุดศาลสูงฮ่องกง มีคำตัดสินให้ถง มีความผิดในข้อหา “ก่อการร้าย” จากการขับรถจักรยานยนต์พุ่งชนตำรวจในการประท้วงที่ย่านหว่านไจ๋ และมีความผิดฐาน “ยุยงปลุกปั่นการแบ่งแยกดินแดน” จากธงที่มีข้อความ “ปลดปล่อยฮ่องกง การปฏิวัติแห่งยุคเรา”

ผู้พิพากษา 3 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งโดย แคร์รี หล่ำ ผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง มีคำพิพากษาให้การกระทำของนายถง เป็นการจงใจท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นภัยร้ายแรงต่อความปลอดภัยและความมั่นสาธารณะ

การไต่สวนกินเวลายาวนาน 15 วันส่วนใหญ่เป็นการโต้แย้งกันเกี่ยวกับการตีความและบริบท ของข้อความบนธง อย่างไรก็ตามสุดท้ายศาลตัดสินให้ฝ่ายอัยการฮ่องกงเป็นฝ่ายชนะ

ทั้งนี้ศาลจะมีคำตัดสินโทษของนายถงในวันที่ 29 กรกฎาคม ภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ที่บัญญัติห้ามการกระทำแบ่งแยกดินแดน บ่อนทำลาย ก่อการร้าย และการสมคบคิดกับต่างชาติ และอาจต้องเผชิญโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต

คำตัดสินคดีของนายถง ถูกมองว่าจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานในการตัดสินคดีที่จะมีตามมาอีกหลายราย ล่าสุดภายใต้กฎหมายดังกล่าว ผู้ถูกจับกุม 138 คน และถูกตั้งข้อหาแล้ว 76 คน ซึ่งในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็น นักศึกษา นักเคลื่อนไหว อดีตสมาชิกสภาผู้แทนฯ นักข่าว รวมถึงทนายความด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บก.ลายจุด นำขบวน ‘สมบัติทัวร์’ กลับรถหน้าสนามบินดอนเมือง ฝั่งขาออก เตรียมแยกย้าย
บทความถัดไปศูนย์ฉีดวัคซีน 25 แห่ง นอกรพ.ใน กทม.ปิดชั่วคราว หลังวัคซีนล็อตใหม่ ‘ยังไม่มา’