คอลัมน์ People In Focus : ฟุมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนใหม่

คอลัมน์ People In Focus : ฟุมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนใหม่

ฟุมิโอะ คิชิดะ นักการเมืองวัย 64 ปี เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนใหม่อย่างเป็นทางการแล้วหลังจากชนะการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) โดยจะดำรงตำแหน่งแทนที่ โยชิฮิเดะ สึกะ ที่ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพราะคะแนนนิยมที่ตกลงผลจากการบริหารงานภายใต้วิกฤตโควิด-19

คิชิดะ จะดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ และจะนำพรรคแอลดีพี เพื่อสู้ศึกการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ด้วย

คิชิดะ มีบ้านเกิดในเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่มาของแนวคิดต่อต้านนิวเคลียร์

คิชิดะ เกิดในครอบครัวนักการเมืองมีพ่อและปู่ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น ใช้ชีวิตวัยเด็กอยู่ในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ 6 ขวบ เนื่องจากต้องตามพ่อที่เป็นเจ้าหน้าที่พาณิชย์ของรัฐบาลที่ไปดำรงตำแหน่งในนครนิวยอร์ก

เส้นทางสายการเมืองของคิชิดะเริ่มต้นจากการเป็นเลขานุการให้กับพ่อ ค่อยๆก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆจนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศภายใต้รัฐบาล ชินโสะ อาเบะ เมื่อปี 2012

คิชิดะ สร้างผลงานที่เป็นที่จดจำด้วยการประสานงานให้ บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางเยือนเมืองฮิโรชิมาได้ในปี 2016 นับเป็นผู้นำสหรัฐคนแรกที่เยือนเมืองที่เคยถูกสหรัฐทิ้งระเบิดปรมาณูใส่ในสงครามโลกครั้งที่ 2

นอกจากนี้ยังเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศที่บรรลุข้อตกลงกับเกาหลีใต้ ในการจ่ายเงินชดเชยให้กับ “หญิงบำเรอ” ทาสทางเพศของกองทัพญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย

“คิชิดะ” เคยพ่ายแพ้ให้กับ “สึกะ” ในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคแอลดีพี แทนที่นายอาเบะ เมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา และต้องอับอายจากการทวีตภาพภรรยาในชุดผ้ากันเปื้อนนำอาหารเย็นมาให้ตนเองที่บ้านในขณะที่นายคิชิดะ ใส่ชุดสูท ภาพที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าแสดงให้เห็นถึงการเป็นคน “เอื้อมไม่ถึง” รวมถึงสะท้อนแนวคิด “ดูถูกผู้หญิง”

อย่างไรก็ตามด้วยประสบการทางการเมืองอันโชกโชน นักการเมืองเสรีนิยมสายกลาง อย่างคิชิดะ ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกพรรครุ่นใหญ่ในพรรคให้ขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคและนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนต่อไป

นายคิชิดะประกาศนโยบาบายเอาไว้ว่าจะใช้โนยบายทางเศรษฐกิจอย่าง “ทุนนิยมใหม่” กระจายรายได้ไปสู่ชนชั้นกลางมากขึ้น และประกาศจะสร้างความเที่ยงธรรม และความหลากหลายให้เกิดขึ้นในสังคม แนวคิดที่ได้รับจากการใช้ชีวิตในสหรัฐอเมริกาอยู่หลายปีนั่นเอง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้’14 จว.ภาคกลาง-ออก-ใต้’ ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำไหลหลาก-น้ำล้นตลิ่ง 6-10 ต.ค.นี้
บทความถัดไป‘อับราฮัม’ เผยคำพูด ‘มูรินโญ่’ ที่ทำให้เลือกย้ายไป ‘โรม่า’