คอลัมน์ People In Focus : คอลิน พาเวลล์ จากนักรบสู่นักการทูต

คอลัมน์ People In Focus : คอลิน พาเวลล์ จากนักรบสู่นักการทูต

คอลิน พาวเวลล์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ในวัย 84 ปีเสียชีวิตลง เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา กลายเป็นบุคคลสำคัญในวงการการเมืองสหรัฐระดับสูงที่สุดที่ตกเป็นเหยื่อของโควิด-19

ทั้งนี้ก่อนที่จะเสียชีวิตมีรายงานว่าพาเวลล์ ป่วยเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องและโรคมะเร็งซึ่งส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถต้านทานต่อการติดเชื้อได้

พาเวลล์ ลูกชายของผู้อพยพชาวจาเมกา ผู้เคยทำงานทำความสะอาดในโรงงานแปปซี่ เติบโตขึ้นจากการเป็นนายทหารในกองทัพสหรัฐ ผ่านสงครามเวียดนามและสงครามเย็น ก่อนจะได้รับเลือกให้เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงในยุคประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน, ประธานคณะเสนาธิการร่วม ในยุคประธานธิบด จอร์จ เอช.ดับเบิลยู บุช ยุคที่พาเวลล์ นำสหรัฐบุกอิรัก และโค่นล้ม ซัดดัม ฮุสเซน ลงจากตำแหน่ง

ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศผิวสีคนแรกของสหรัฐในยุคประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช

หลังชัยชนะในสงครามอ่าวในปี 1991 พาเวลล์ ได้รับการคาดหมายว่าจะกลายเป็นประธานธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐ แต่สุดท้ายก็ปฏิเสธที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในฐานะตัวแทนพรรครีพับลิกัน และตัดสินใจสนับสนุนบารัค โอบามา ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต ขึ้นเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกในที่สุด

พาเวลล์ เป็นที่มาของ “หลักการพาวเวลล์” ที่เชื่อว่าสหรัฐฯ ควรหาหนทางในการแก้ไขปัญหาด้วยการทูต การเจรจาทางการเมือง หรือวิธีการทางเศรษฐกิจก่อน แต่เมื่อใดก็ตามที่มีการใช้กำลังทหารไปแล้ว จะต้องระดมกำลังรบให้มากที่สุด เพื่อเอาชนะศัตรูอย่างรวดเร็ว และสูญเสียกำลังของฝ่ายสหรัฐให้น้อยที่สุด

พาเวลล์ มีชื่อเสียงเรื่องการสร้างฉันทามติร่วมระหว่างการเมืองสองฝ่าย เป็นคนซื่อตรง พูดตรง มีผลงานในการพัฒนาระบบราชการในกระทรวงต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่สามารถยอมรับความผิดพลาดได้
พาเวลล์ ยอมรับว่ารอยด่างที่สุดในชีวิตการทำงานของตนคือ คำกล่าวในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2003

โดยพาเวลล์ ชี้แจงถึงเหตุผลในการนำกำลังบุกอิรัก โดยอ้างข่าวกรองที่ระบุว่าอิรักมีอาวุธทำลายล้างสูงเอาไว้ในครอบครอง ซึ่งสุดท้ายพบหลักฐานพิสูจน์แล้วว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริง เหตุการณ์ซึ่งพาเวลล์ระบุว่า เป็นความเจ็บปวดที่ติดตัวมาจนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามพาเวลล์ยังคงได้รับการยกย่องในฐานะแบบอย่างที่ดีทั้งการเป็นนายทหารและนักการทูตในเวลาเดียวกัน

“คอลิน เป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์แบบที่สุดของการเป็นทั้งนักรบและนักการทูต” โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐระบุ และว่า

“เขายึดมั่นในหน้าที่เพื่อความแข็งแกร่งและความมั่นคงของชาติมากกว่าสิ่งใด”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon