จับตาท่าที ‘จีน-สหรัฐ-โลก’ หลัง ‘ไล่ ชิงเต๋อ’ คว้าชัยเลือกตั้งไต้หวัน

REUTERS

จับตาท่าที ‘จีน-สหรัฐ-โลก’ หลัง ‘ไล่ ชิงเต๋อ’ คว้าชัยเลือกตั้งไต้หวัน

หลังผู้คนทั่วโลกต่างพุ่งสายตาไปที่การเลือกตั้งไต้หวันมาตลอดหลายสัปดาห์ ท้ายที่สุดในค่ำวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ไต้หวันก็มีประธานาธิบดีคนใหม่คือ นายไล่ ชิงเต๋อ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) ที่ประกาศว่าจะสานต่อนโยบายของประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ที่จะยังคงเดินหน้ารักษาประชาธิปไตยและสันติภาพของไต้หวันต่อไป พร้อมกับมีจุดยืนว่า “ไต้หวันไม่ได้เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน” ตามที่จีนกล่าวอ้างอย่างหนักแน่นแต่อย่างใด ท่ามกลางความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวันที่ย่ำแย่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

แม้การเลือกตั้งจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ความสนใจยังคงอยู่ที่ไต้หวันต่อไปในประเด็นที่ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและจีน สหรัฐ ประเทศต่างๆ ของโลก จะเป็นอย่างไร และนายไล่จะเจอกับปัญหาอะไรบ้างบนเกาะไต้หวัน หลังจากที่พรรคดีพีพีของเขาไม่สามารถคว้าเสียงข้างมากในสภาไว้ได้

จีนรอกดดันไทเปต่อ หลัง ‘ไล่ ชิงเต๋อ’ รับตำแหน่งพ.ค.นี้

Advertisement

ในบรรดาผู้สมัครประธานาธิบดีไต้หวัน 3 คน ผู้ที่จีนไม่ต้องการให้เป็นผู้นำไต้หวันคนใหม่มากที่สุดคือนายไล่
จีนได้โจมตีนายไล่ตลอดหลายสัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง ว่าเป็น “ผู้ทำลายความสงบในช่องแคบไต้หวัน” บอกว่านายไล่เป็นพวกแบ่งแยกดินแดนที่น่าอันตราย และเรียกร้องให้ชาวไต้หวันปฏิเสธเส้นทางอันชั่วร้ายของนายไล่ที่อาจนำสงครามมาสู่ไต้หวัน หากพรรคดีพีพีคว้าชัยในการเลือกตั้งเป็นพรรครัฐบาลไต้หวันต่อเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน

แต่ความพยายามทั้งหมดนั้นก็ไม่สามารถหยุดยั้งไม่ให้นายไล่ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันได้ คำถามคือ แล้วจีนจะทำอย่างไรต่อหลังจากนี้ แม้จนถึงตอนนี้จีนจะแสดงความไม่พอใจผลการเลือกตั้งอยู่บ้าง โดยการออกมาประณามประเทศที่มาแสดงความยินดีกับไต้หวัน อย่างฟิลิปปินส์และสหรัฐ แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่าจีนจะส่งสัญญาณความไม่พอใจครั้งใหญ่ที่สุดในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ หลังจากที่นายไล่ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันอย่างเป็นทางการ โดยจีนอาจจัดซ้อมรบรอบเกาะไต้หวัน หรือออกข้อจำกัดในการส่งออกของไต้หวัน ซึ่งจีนถือเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน

พรรคดีพีพีและนายไล่ได้ลดท่าทีของตัวเองลงจากที่เคยผลักดันให้ไต้หวันแยกตัวออกจากจีนเป็นประเทศเอกราชอย่างสมบูรณ์ เหลือเพียงว่าในเมื่อไต้หวันมีอำนาจอธิปไตยอยู่แล้ว พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการที่จะทำให้จีนไม่พอใจได้ ซึ่งชาวไต้หวันหลายคนพอใจกับท่าทีใหม่ของนายไล่ เพราะพวกเขาต้องการที่จะรักษาสถานะเดิมที่เป็นอยู่ของไต้หวัน ที่ไม่ได้เข้าหาจีนหรือแยกตัวเป็นเอกราช และรักษาวิถีชีวิตของตนเองที่เป็นอยู่เพื่อไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปกว่านี้

นายไรอัน ฮาส อดีตนักการทูตสหรัฐและนักวิชาการด้านจีนศึกษาจาก Brookings Institution สถาบันคลังสมองในกรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ให้ความเห็นว่า แม้จีนจะไม่พอใจกับสถานะเดิมที่เป็นอยู่ของไต้หวัน แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าจีนจะออกมาเปิดศึกเพื่อเปลี่ยนสถานะของไต้หวันในเร็วๆ นี้
นายวิลเลียม เบิร์นส์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) เปิดเผยเมื่อปีที่แล้วว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ได้สั่งการให้กองทัพจีนเตรียมความพร้อมที่จะนำกำลังบุกเข้ายึดไต้หวันให้สำเร็จภายในปี 2027 นายวิลลี แลม ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองจีนกล่าวว่า กรอบเวลาดังกล่าวของจีนยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่ปัจจัยสำคัญสำคัญขึ้นอยู่กับมุมมองของประธานาธิบดีสีเกี่ยวกับศักยภาพของกองทัพจีนในการต่อกรกับกองทัพสหรัฐและชาติพันธมิตรในเอเชียว่าเป็นอย่างไร

ไต้หวันจับมือสหรัฐแน่น หาพันธมิตรเพิ่มหลัง ‘นาอูรู’ ตัดสัมพันธ์

เพียงไม่กี่วันหลังการเลือกตั้ง สหรัฐ ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของไต้หวัน ได้ส่งผู้แทนอย่างไม่เป็นทางการไปพบกับประธานาธิบดีไช่ของไต้หวันและนายไล่ เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อเป็นการส่งสัญญาณว่าสหรัฐจะยังคงสนับสนุนไต้หวันต่อไป ด้านนักวิเคราะห์มองว่าพรรคดีพีพีของนายไล่จะกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นและขยายความร่วมมือในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการค้า การลงทุน และการทหาร เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างคุ้นเคยกันดี เพราะพรรคดีพีพีเป็นพรรครัฐบาลไต้หวันมานาน 8 ปีแล้ว

นอกจากสหรัฐอเมริกาแล้ว รัฐบาลไต้หวันภายใต้การนำของนายไล่ก็มีแนวโน้มที่จะเสาะหาพันธมิตรและสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างไม่เป็นทางการกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความพยายามของจีนที่จะโดดเดี่ยวไต้หวันให้มากที่สุด โดยไต้หวันสูญเสียพันธมิตรทางการทูตอย่างเป็นทางการมากถึง 10 ประเทศในช่วง 8 ปี ที่นางไช่ อิงเหวิน เป็นประธานาธิบดีไต้หวัน เนื่องจากจีนใช้นโยบาย “การทูตสมุดเช็ค” ที่จีนจะให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับประเทศนั้นๆ เพื่อดึงให้พวกเขายุติความสัมพันธ์กับไต้หวันและหันมารับรองความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนแทน

ล่าสุดในวันที่ 15 มกราคม ประเทศนาอูรู ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ได้ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันและหันไปรับรองความสัมพันธ์กับจีนแทน ทำให้ไต้หวันเหลือประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเพียง 12 ประเทศเท่านั้น แอนนา พาวเลส นักวิเคราะห์ด้านกลาโหมและความมั่นคงจากมหาวิทยาลัยแมสซีย์ของนิวซีแลนด์ กล่าวว่าจีนเร่งความพยายามที่จะโน้มน้าวให้พันธมิตรของไต้หวันในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกตัดความสัมพันธ์กับไต้หวันมากขึ้นในปี 2023 ก่อนหน้าการเลือกตั้งไต้หวัน และแน่นอนว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้นาอูรูตัดสินใจที่จะสะบั้นความสัมพันธ์กับไต้หวันไปเข้าหาจีนแทน

นายไล่ได้หาเสียงก่อนการเลือกตั้งว่าเขาจะลดการพึ่งพาจีนและกระจายการทำการค้ากับประเทศอื่นๆ มากขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าไต้หวันอาจมุ่งให้ความสำคัญไปกับการกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐ ประเทศในทวีปยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และประเทศอื่นๆ มากขึ้นเพื่อแก้เกมการทูตของจีนให้ได้

ดีพีพีพลาดเป้าเลือกตั้งสภา ส่อทำรัฐบาลใหม่วุ่น

ถึงแม้ว่านายไล่จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน แต่พรรคดีพีพีของเขาไม่สามารถครองเสียงข้างมากในสภา ในการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติไต้หวันที่จัดขึ้นในวันเดียวกันได้ โดยพวกเขาได้ไป 51 ที่นั่ง ในสภาที่มีทั้งสิ้น 113 ที่นั่ง ลดลงจากการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้าในปี 2020 ที่พวกเขากวาดไปได้กว่า 60 ที่นั่ง อย่างไรก็ตาม พรรคก๊กมินตั๋ง (เคเอ็มที) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักของดีพีพี ก็ไม่สามารถคว้าเสียงข้างมากในสภาเช่นกัน ทำให้พรรคประชาชนไต้หวัน (ทีพีพี) ซึ่งเป็นพรรคหน้าใหม่ที่คว้าที่นั่งในสภาไป 8 ที่นั่ง อาจเป็นตัวแปรสำคัญในการลงมติออกกฎหมายในสภา

เหวิน ติซุง นักวิจัยจาก Atlantic Council สถาบันคลังสมองในกรุงวอชิงตัน ดีซี กล่าวว่า การที่พรรคดีพีพีไม่สามารถคว้าเสียงข้างมากในสภาได้ ทำให้พวกเขาต้องพยายามมากขึ้นและต้องแลกกับอะไรมากขึ้นเพื่อให้บรรลุข้อตกลงกับบรรดาพรรคฝ่ายค้านเพื่อผ่านร่างกฎหมายในสภา และอาจสร้างความปวดหัวให้กับพรรคดีพีพีได้

นอกจากนั้นแล้ว รัฐบาลไต้หวันชุดใหม่ของนายไล่ยังต้องเจอกับปัญหาภายในเกาะไต้หวันจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมาตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ปัญหาราคาบ้านที่พุ่งสูง และปัญหาการว่างงาน ยิ่งไปกว่านั้น แนวทางการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจระหว่างพรรคดีพีพีและก๊กมินตั๋งยังต่างกันอีกด้วย เพราะก๊กมินตั๋งสนับสนุนให้ไต้หวันกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีน ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่ทำได้ยากสำหรับรัฐบาลไต้หวันที่นำโดยพรรคดีพีพี เพราะจีนปฏิเสธที่จะพูดคุยกับนายไล่ ชิงเต๋อ

ภายหลังเสียงโห่ร้องดีใจของผู้สนับสนุนพรรคดีพีพีที่เห็นผู้สมัครของพรรคคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งได้ตามที่หวัง คงได้เวลาที่จะมาเกาะติดอย่างจริงจังว่านายไล่ ชิงเต๋อ จะสามารถนำไต้หวันโบยบินไปข้างหน้าได้ตามที่เขามุ่งหวังท่ามกลางปัจจัยทั้งภายนอกและภายในไต้หวันหรือไม่ เวลาเท่านั้นที่จะตอบได้

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image