รายงานพิเศษ : ร่วมเผยแพร่ความเป็นไทย พาหนังไทย “โกอินเตอร์” ที่เซี่ยงไฮ้

งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาตินครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดขึ้นมาเป็นครั้งที่ 20 แล้วสำหรับปีนี้ และเป็นอีกปีหนึ่ง ที่ประเทศไทยได้เข้าไปมีส่วนร่วมในงานนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมภาพยนตร์ไทยให้ต่างชาติได้เห็น โดยผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการนำภาพยนตร์ไทยไปร่วมงานมาตลอด คือ กระทรวงการต่างประเทศ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ และมูลนิธิไทย ที่นำภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ไทยไปร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาตินครเซี่ยงไฮ้ เพื่อประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์ไทยและส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ไทย ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของงานของกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องการจะเผยแพร่ภาพลักษณ์ความเป็นไทยและเสริมสร้างความสัมพันธ์ในระดับประชาชนกับประเทศต่างๆ

 

นางปาริฉัตร ลือไพบูลย์พันธุ์ กงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้

นางปาริฉัตร ลือไพบูลย์พันธุ์ กงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า เซี่ยงไฮ้ถือเป็นศูนย์กลางการค้า เศรษฐกิจ และคมนาคมที่สำคัญของประเทศจีน และรัฐบาลจีนยังได้กำหนดให้นครเซี่ยงไฮ้เป็นเวทีด้านดิจิทัล คอนเทนต์ จึงได้มีการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซี่ยงไฮ้ขึ้น และปีนี้ถือเป็นปีที่ 7 ที่ไทยได้เข้าร่วม

ในส่วนของความสำคัญของตลาดจีนนั้น ไม่ใช่จะมองเพียงแค่ประชากรที่มีอยู่ราว 1,400 ล้านคนเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงชาวจีนโพ้นทะเลที่อาศัยอยู่ในประเทศอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งหากไทยสามารถบุกตลาดจีนได้ ก็จะเป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย เพราะภาพยนตร์นั้น ไม่ใช่ตัวของภาพยนตร์อย่างเดียว แต่ยังโยงไปถึงเศรษฐกิจอื่นๆด้วย ทั้งการท่องเที่ยว วัฒนธรรม ตัวสินค้า ที่จะช่วยต่อยอดออกไป และผลที่ได้รับกลับมาจากการร่วมงานในปีก่อนๆที่เห็นได้ชัด คือจำนวนคนดูภาพยนตร์ไทยที่เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวที่ประเทศไทยมากขึ้น ขณะที่จำนวนคนจีนที่ดูละครไทย หรือติดตามดาราไทย ก็มีเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน
นางปาริฉัตรกล่าวว่า โดยปกติแล้วนั้น รัฐบาลจีนจะกำหนดโควต้าให้ภาพยนตร์จากต่างชาติเข้าไปฉายในจีนปีหนึ่งไม่น่าจะเกิน 38 เรื่อง ส่วนใหญ่ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดก็จะได้ไปหมด แต่พอมีงานเทศกาลภาพยนตร์ ก็จะไม่ได้ปิดกั้น เรามีภาพยนตร์ไทยกี่เรื่องก็เราเสนอให้ทางจีนเลือก เมื่อได้รับเลือกก็จะถูกนำไปฉายตามโรงภาพยนตร์ และในส่วนของภาครัฐเอง ก็จัดสัปดาห์ภาพยนตร์ไทยขึ้นควบคุ่กันไป เพื่อโปรโมตภาพยนตร์ไทยให้ผู้คนได้รับรู้และเข้าชมกัน ซึ่งในปีนี้ ไทยมีภาพยนตร์ที่นำมาฉายถึง 8 เรื่อง ทั้งหมด 27 รอบด้วยกัน

น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์

ด้าน น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเดินทางไปร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ด้วย เปิดเผยว่า หลายปีแล้วที่กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินโครงการส่งเสริมภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ไทย ซึ่งทางกระทรวงฯมองว่า อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทยเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและความนิยมชมชอบภาพยนตร์ไทย ดาราไทย ก็มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญที่ควรจะสนับสนุนต่อไป และภาครัฐก็มีการดำเนินการในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมภาพยนตร์ไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในต่างประเทศ หรือการที่เรามีภาพยนตร์ไทยที่ดี ที่สื่อไป ชาวต่างชาติก็นิยมชมชอบการเดินทางมาประเทศไทยอยู่แล้ว และภาพยนตร์ก็จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้คนนิยมชมชอบประเทศไทยมากขึ้น

สำหรับปีนี้ได้มีการเลือกภาพยนตร์ไทยที่เป็นที่นิยมชมชอบ และดูว่าดาราไทยคนใดที่ได้รับความนิยม ซึ่งปีนี้ ก็ได้มีดาราไทยมาร่วมหลายคน อย่างมิว นิษฐา จิรยั่งยื่น , ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ และบัวขาว บัญชาเมฆ นอกจากนี้ก็ยังมีผู้กำกับอย่างบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และปิง เกรียงไกร วชริธรรมพร มาร่วมงานด้วย

นอกจากนี้ ก็ยังมีอีกหลายบริษัทของไทยที่มาร่วมในบูทไทยในปีนี้ ก็จะเป็นลู่ทางที่จะช่วยเผยแพร่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการผลิต การส่งเสริมเรื่องสถานที่ หรือเรื่องของเทคนิคต่างๆที่ไทยมีชื่อมาก อย่างเช่นแอนิเมชั่น ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ดีที่จะได้นำเสนอความสามารถของคนไทย รัฐบาลเองก็ส่งเสริมศักยภาพทางด้านนี้มากยิ่งขึ้น

“แน่นอนว่า อุตสาหกรรมต่างๆก็มีความท้าทายที่แตกต่างกันออกไป แต่ถ้าเราทุกคนช่วยๆกัน ก็จะเป็นสิ่งที่ดี ที่จะช่วยในเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษของคนไทยในประเทศ” นางสาวบุษฎีกล่าว และว่า ในส่วนของความคาดหวังที่จะได้จากงานนี้นั้น นางสาวบุษฎีกล่าวว่า คือเรื่องภาพลักษณ์ของประเทศไทย ภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ความนิยมชมชอบของดาราไทย ที่จะสะท้อนออกมาเป็นเรื่องของวัฒนธรรมที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ ทั้งเรื่องอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว นำไปสู่โลเคชั่นต่างๆ ที่มีความต้องการมากขึ้น รวมทั้งเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ความก้าวหน้า การต่อยอดไม่ว่าจะเชิงเศรษฐกิจ วัฒนธรรม ความเข้าใจ ความร่วมมือระหว่างประชาชนกับประชาชนที่มากขึ้น

ธีรเทพ พรหมวงศานนท์

นายธีรเทพ พรหมวงศานนท์ ผู้อำนวยการมูลนิธิไทย กล่าวว่า งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซี่ยงไฮ้นี้ ทางสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ริเริ่มขึ้นเพื่อให้ไทยได้ปรากฏตัวในเวทีใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ และอยากให้ไทยมีตัวตนบนเวทีนี้ เพื่อเผยแพร่ภาพลักษณ์ออกไปสู่สายตาคนทั่วโลก ผ่านการทูตวัฒนธรรม

ในส่วนของมูลนิธิไทยนั้น เป็นหน่วยงานที่กระทรวงการต่างประเทศสนับสนุนการจัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศในระดับประชาชน  โดยการดำเนินโครงการครั้งนี้ การเชิญดารามาร่วมงาน และการเชิญสื่อมาร่วมงานเพราะอยากให้คนไทยได้ภาคภูมิใจว่า ภาพยนตร์ไทยของเราได้โกอินเตอร์ ดาราของไทยนั้นก็ระดับสุดยอด ก็จะช่วยสะท้อนกลับไปให้คนไทยมีความภาคภูมิใจ ชอบดูหนังไทยมากขึ้น นิยมชมชอบไทยมากขึ้น สร้างความนิยมชมชอบประเทศไทย และคนไทยเองก็จะมีความภาคภูมิใจอยากดูหนังไทยมากขึ้น ธุรกิจหนังไทยก็จะพัฒนาขึ้นตามลำดับ

ส่วนงานนี้ นายธีรเทพมองว่า ถือว่าประสบความสำเร็จทั้งในด้านการทำงานของเจ้าหน้าที่ และความนิยมชมชอบภาพยนตร์ไทย ดาราไทย ที่เพิ่มมากขึ้น

“ใหม่ ดาวิกา”
“รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากๆที่ได้มาร่วมงานครั้งนี้ และถือว่าเป็นตัวแทนของภาพยนตร์เรื่อง “20 ใหม่ ยูเทิร์นวัย หัวใจรีเทิร์น” ที่ได้รับเลือกให้มาฉายในงานนี้ และจะกลับไปบอกทีมงานทุกคนว่าได้รับเสียงตอบรับที่โอเค”

“แฟนคลับชาวจีนมาคอยต้อนรับตั้งแต่ที่สนามบินเซี่ยงไฮ้ จนถึงบริเวณบูทไทยในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซี่ยงไฮ้ ซึ่งแฟนคลับชาวจีนน่ารักมาก สำหรับใหม่รู้สึกเหมือนเขาเป็นหนึ่งในครอบครัวของเรา เพราะบางคนก็บินไปหาใหม่ที่เมืองไทยอยู่แล้ว การที่ใหม่ได้มาที่นี่ ก็จะได้ใช้เวลากับพวกแฟนคลับอย่างมีความสุขและคุ้มค่ามากๆ เพราะนานๆจะเจอกันที”

เมื่อถามว่า หนังไทยจะเป็นตัวเชื่อมไทยกับจีนได้อย่างไร

“ใหม่คิดว่า หนังเรื่องหนึ่งแสดงถึงวัฒนธรรมและความเป็นไทย การที่เราดูหนัง เราอาจจะไม่รู้ว่า หนังไทยกำลังโชว์ว่าเราใช้ชีวิตกันอย่างไร แต่พอพอดูไปดูมา มันจะเริ่มติดเข้าไปในความทรงจำว่า นี่คือไทย หนังยังสื่อสารได้หลายแบบ ทำให้คนใกล้ชิดกันมากขึ้น เพราะหนังเรื่องหนึ่ง อย่าง 20 ใหม่ ซึ่งเป็นหนังรีเมก แต่ละประเทศทำก็จะใส่วัฒนธรรมของตัวเองเข้าไป ใส่มุขตลก ในวัฒนธรรมของตัวเองเข้าไป ของไทยเองก็เช่นกัน ตอนที่จะทำก็มีการทำวิจัยเยอะมากๆ เป็นมุขของเราทำเพื่อคนไทย ทำเพื่อสื่อสาร บ้าน วิธีการแต่งตัว ปรับเป็นของเรา”

“ในส่วนของการเดินพรมแดงในงานเปิดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซี่ยงไฮ้นั้น ใหม่บอกว่า สนุกมาก และถือเป็นครั้งแรกที่ได้มาเดินพรมแดงงานระดับอินเตอร์แบบนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่สนุกมาก เพิ่งรู้ว่าสนุกขนาดนี้ และเคยคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้ทำอะไรแบบนี้ พอได้โอกาสเลยรู้สึกปลื้ม”

“สุดท้ายขอขอบคุณแฟนๆชาวจีน ที่ให้ความรู้สึกที่พิเศษและอบอุ่น ทำให้เหมือนเป็นบ้านอีกหลัง และจะขอรักตลอดไป และหวังว่าจะรักกันไปนานๆแบบนี้” ใหม่กล่าวทิ้งท้าย

 

“มิว นิษฐา”
“รู้สึกดีใจมากๆเพราะเป็นงานเทศกาลหนังที่ใหญ่มาก เหมือนกับถ้าคนทำหนัง ก็อยากให้หนังของตัวเองมาฉายในงานเทศกาลนี้ และของมิวเองก็ได้รับเกียรติทั้งสองเรื่องเลย คือ พรจากฟ้า และแฟนเดย์ ด้วย คือเป็นภาพยนตร์สองเรื่องแรกของมิวที่มิวได้เล่นกับ จีดีเอช ซึ่งที่เมืองไทยก็ได้รับผลตอบรับดีมาก และยังได้รับเลือกให้มาแสดงที่งานที่เซี่ยงไฮ้อีก ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจมาก”

สำหรับแฟนคลับชาวจีนนั้น มิวรู้มาว่าเขาจะมีอินสตาแกรมแฟนคลับของมิวที่คอยรายงานข่าวสารของมิวอยู่ตลอดเวลา ก็ไม่คิดว่าจะติดตามกันขนาดนี้ และมีไปรับถึงที่สนามบิน ซึ่งค่อนข้างเซอร์ไพรส์มาก

“ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มางานเทศกาลระดับอินเตอร์ และเป็นครั้งแรกที่ได้เดินพรมแดงในงานระดับอินเตอร์เช่นนี้” มิวกล่าวก่อนจะเล่าถึงเรื่องของเสื้อผ้าที่ใส่ในงานเดินพรมแดงว่า เกิดความผิดพลาดขึ้น เนื่องจากชุดที่เตรียมไว้ถูกส่งไปยังสำนักงานของโรงแรม ซึ่งปิดทำการในวันเสาร์ ทั้งที่จริงๆแล้ว ควรจะส่งไปที่โรงแรม และเย็นวันเสาร์ต้องใส่แล้ว ทำให้มิวต้องหาชุดอื่นมาใส่ จึงได้เลือกชุดของชาแนล ที่เตรียมไว้สำหรับงานเปิดเทศกาลภาพยนตร์ไทยที่จะใส่อีกวันหนึ่งมาใส่แทน

“ทางสถานกงสุลเองก็ช่วยติดต่อหาแบรนด์อื่นที่เป็นชุดยาว แต่ออฟฟิสส่วนใหญ่ก็ปิดวันเสาร์ จึงต้องใส่ชุดสั้น ซึ่งก็เป็นชุดที่สวนเหมือนกันของชาแนล ที่เตรียมไว้สำหรับอีกงาน แต่ไม่ใช่ชุดยาว ก็ต้องลุย” มิวกล่าว และพูดถึงเรื่องอุตสาหกรรมหนังไทยละครไทย ว่า มีคุณภาพมาก และคนจีนก็อินกับละครไทยมาก จึงมองว่าจะเป็นช่องทางหนึ่งที่หนังหรือละครไทยจะเจาะตรงมาที่ประเทศไทย เพราะชาวจีนชอบนักแสดงไทยอยู่แล้วและพร้อมที่จะให้การสนับสนุน

ท้ายที่สุด มิวฝากถึงแฟนคลับชาวจีนว่า ขอบคุณมากๆ ที่ทำให้การไปจีนไม่เหงา และมาต้อนรับตั้งแต่สนามบิน และภูมิใจมากที่ติดตามงานของมิว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon