น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ทำหนังสือเปิดผนึกชี้แจงนิตยสารไทม์ เกี่ยวกับบทความที่ไทม์ตีพิมพ์ในฉบับวันที่ 2 กรกฎาคม เรื่อง “ผู้นำไทยสัญญาที่จะคืนประชาธิปไตย แต่กลับกระชับอำนาจ” ว่าเป็นบทความที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง เพราะเขียนขึ้นอย่างไม่สมดุลและมีการบิดเบือนข้อมูล เพื่อที่จะทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดไปกับบทสรุปที่เป็นเท็จต่อเนื้อหาและวิสัยทัศน์ของพล.อ.ประยุทธ์ และเขียนขึ้นจากความคิดที่มีอคติ เพื่อจะทำให้เป็นไปตามประเด็นที่มีการสรุปไว้ล่วงหน้า
ผู้เขียนได้เลือกที่จะหยิบข้อมูลเพียงบางส่วนในการสัมภาษณ์ที่สนับสนุนความคิดในเชิงต่อต้านและไม่เห็นด้วยกับท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งแสดงให้เห็นผ่านการนำเสนอถ้อยคำมากมายทั้งจากองค์กรเอกชนและฝ่ายต่างๆ ทางการเมืองที่เป็นลบ ทั้งที่ไม่สะท้อนความเห็นส่วนใหญ่ของคนในประเทศไทย ขณะที่การวิเคราะห์ว่าไทยกำลังถอยหลังไปสู่การแปรสภาพเป็นเผด็จการอย่างถาวรเป็นการกล่าวหาที่เกินจริงอย่างเลวร้าย มองข้ามการดำเนินการของไทยเพื่อนำพาประเทศไปสู่การเป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืนตามโรดแมปที่รัฐบาลได้ประกาศไว้
ตั้งแต่รัฐบาลปัจจุบันเข้ามาบริหารประเทศ ตัวเลขสถิติต่างๆ แสดงให้เห็นว่าการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมทำให้เกิดผลขึ้นได้จริง และยังมีการแก้ไขปัญหาที่ฝังรากลึกและมีความยากลำบาก อาทิ การค้ามนุษย์ การทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม(ไอยูยู)
ขณะที่การวางแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ใช่เครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ
การเรียกพล.อ.ประยุทธ์ว่า “สฤษดิ์น้อย” ก็ไม่เป็นที่รับรู้อย่างแพร่หลายในประเมศไทยและเป็นเรื่องผิดประเด็น เพราะผู้นำทั้งคู่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง และในความเป็นจริง คนไทยมักจะเรียนท่านนายกฯว่า “ลุงตู่” ซึ่งสะท้อนถึงบุคลิกภาพที่เข้าถึงได้และมีความตรงไปตรงมา เพราะคำว่า “ลุง” เป็นคำที่คนไทยใช้เรียกขานผู้ที่เป็นสมาชิกในครอบครัว

