หน้าแรก การเมือง สื่อนอกเซอร์ไ...

สื่อนอกเซอร์ไพรส์! ‘พปชร.’ ทำดีเกินคาด ชู ‘อนค.’ ดาวรุ่งการเมืองไทย

25.03.19 | 16:20 น.
รอยเตอร์

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม บรรดาสื่อต่างประเทศยังคงติดตามผลการเลือกตั้งทั่วไปของไทยอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง และเริ่มมีการตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างการเลือกตั้งและความล่าช้าในการแถลงผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมกันนั้นก็ตีความผลการเลือกตั้งเบื้องต้นที่ปรากฏเบื้องต้นตามไปด้วย โดยชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า พรรคพลังประชารัฐ ที่สนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำได้ดีเกินคาด ส่งผลให้พรรคเพื่อไทยทำได้ต่ำกว่าที่คาดหมายไว้ นอกจากนั้นยังทึ่งกับความสำเร็จของพรรคอนาคตใหม่และความพ่ายแพ้หนักเกินคาดของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทั้งหมดนั้นส่อเค้าว่าจะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ใช้เวลานานหลายสัปดาห์ทีเดียว

สำนักข่าวเอพีระบุว่า เมื่อประเมินจากผลการเลือกตั้งเบื้องต้นของ กกต. ทำให้มีแนวโน้มที่การจัดตั้งรัฐบาลอาจต้องใช้เวลาต่อรองกันนานหลายสัปดาห์ระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ เพราะไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากชัดเจน ในขณะเดียวกันผลลงเอยของการต่อรองอาจทำให้ได้รัฐบาลผสมที่ไม่มีเสถียรภาพขึ้นมาในราวเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนนี้ ทั้งนี้ นายปีเตอร์ มัมฟอร์ด นักวิเคราะห์ประจำ ยูเรเชียกรุ๊ป บริษัทผู้ให้บริการคำปรึกษาด้านความเสี่ยงทางการเมือง ชี้ว่าแนวโน้มจากผลการเลือกตั้งแสดงให้เห็นว่ากลุ่มต่อต้านทหารยังไม่ได้รับเสียงสนับสนุนมากพอที่จะกดดันให้ทหารถอนตัวออกจากการเมืองได้ เมื่อรวมเข้ากับกติกาทางการเมืองที่เขียนขึ้นใหม่ ส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ยังคงอยู่ในจุดที่โดดเด่นที่สุดที่จะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายมัมฟอร์ดยังตั้งข้อสังเกตไว้ด้วยว่า ความไม่แน่นอนยังอาจเกิดขึ้นได้หลังการเลือกตั้ง ทั้งในระหว่างการเจรจาต่อรองเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม นอกเหนือจากนั้นยังอาจมีการนับคะแนนใหม่, การลงโทษตัดสิทธิผู้ได้รับเลือกตั้ง การเลือกตั้งใหม่ในบางเขต รวมไปถึงความถูกต้องชอบธรรมของการเลือกตั้งครั้งนี้อีกด้วย

ในขณะที่ศาสตราจารย์เกียรติคุณ เควิน เฮวิสัน ผู้เชี่ยวชาญการเมืองไทยจากมหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลนา ในสหรัฐอเมริกา ระบุว่าจุดที่น่าสนใจในตอนนี้คือ พรรคพลังประชารัฐจะดึงกี่พรรคเข้าร่วมรัฐบาล เพราะดูเหมือนว่าเพียงแค่ 2 พรรคก็สามารถจัดตั้งได้แล้ว แต่อาจดึงพรรคการเมืองเข้ามาร่วมมากกว่านั้นเพื่อให้เกิดเสถียรภาพมากขึ้น

รายงานของรอยเตอร์ ชี้ให้เห็นว่า การที่พรรคเพื่อไทยได้รับเลือกตั้งมาน้อยกว่าที่คาดหมายกันไว้ ทำให้ผู้สนับสนุนส่วนหนึ่งผิดหวังและเริ่มแสดงออกผ่านโซเชียลมีเดีย ตั้งข้อสงสัยหลายเงื่อนปมที่ผิดปกติจากการเลือกตั้งครั้งนี้ รวมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการเลือกตั้งที่กำหนดผลเข้าข้างทหารไว้ตั้งแต่เริ่มต้น รวมทั้งการที่ กกต.ปรับลดสัดส่วนผู้มาใช้สิทธิลงเหลือเพียง 66 เปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าที่แถลงในตอนแรกราว 80 เปอร์เซ็นต์มากโดยไม่ได้อธิบายเหตุผลแต่อย่างใด

Advertisement

รอยเตอร์ระบุด้วยว่า ตลาดและนักลงทุนระหว่างประเทศจับตาผลการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างใกล้ชิด และแม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะติดลบถึง 1 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่น่าจะเป็นผลมาจากการเลือกตั้ง โดยเชื่อว่าเป็นอิทธิพลจากภายนอก ที่กำลังวิตกว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยขึ้นทั้งในสหรัฐและต่อเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม หลังการเลือกตั้ง บริษัทวิเคราะห์หลักทรัพย์ มอร์แกนสแตนเลย์ ทำบันทึกถึงผู้รับบริการระบุว่า จะติดตามดูการจัดตั้งรัฐบาลผสมต่อไปในช่วง 72 ชั่วโมงข้างหน้า เพื่อให้เกิดความแน่ชัดในการประเมินภาพรวมของผู้ที่จะควบคุมสภาล่างของไทย ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงนักลงทุนกลับมาลงทุนในไทยอีกครั้ง หลังจากที่ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมามีเงินลงทุนไหลออกสูงถึง 7,000 ล้านดอลลาร์

ในขณะที่ เฮเลน เรแกน และคช โอฬาร ผู้สื่อข่าวของซีเอ็นเอ็น ตีความผลการเลือกตั้งที่พรรคเพื่อไทยทำได้ต่ำกว่าที่คาดหมายและต่ำกว่าที่เคยได้ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาว่า อาจเป็นสัญญาณแสดงให้เห็นว่า ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งต้องการที่จะก้าวไปให้พ้นการเมืองแบบแบ่งขั้วรุนแรงเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ในขณะที่ยกให้พรรคอนาคตใหม่เป็นดาวรุ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ สร้างปรากฏการณ์นอกเหนือความคาดหมายขึ้นแบบเดียวกับผลการเลือกตั้่งของพรรคประชาธิปัตย์แต่เป็นไปในทางตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง

ในขณะที่ แจ๊ค บอร์ด ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์แชนเนล นิวส์ เอเชีย ระบุคล้ายคลึงกันว่า พรรคพลังประชารัฐประสบความสำเร็จเกินคาด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะระบบการเลือกตั้งที่เปลี่ยนไป และส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลทำได้เพียงจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็จะทำให้อ่อนแอและไม่มีเสถียรภาพ ในขณะที่สภาวะการเมืองแวดล้อมอ่อนไหวอย่างมาก