นักลงทุนเทขายหุ้นเอเชีย ผวาปมสัมพันธ์ ‘จีน-สหรัฐ’ ทรุดเร็วเกินคาด

(AP Photo/Eugene Hoshiko)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ความตึงเครียดระลอกใหม่กรณีร่างกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของฮ่องกง ยิ่งตอกย้ำให้เห็นการเสื่อมลงอย่างรวดเร็วเกินคาดของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา นอกเหนือจากความขัดแย้งในกรณีอื่นๆ อีกมากตั้งแต่กรณีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ล่าสุด ไปจนถึงกรณีหัวเว่ย ที่เรื้อรังมานาน กลายเป็นแรงกดดันให้นักลงทุนพากันเทขายหุ้นในตลาดเอเชียกันถ้วนหน้าเมื่อ 22 พฤษภาคมนี้

ดัชนีหั่งเส็งของฮ่องกง ทรุดตัวลงมากที่สุดถึงติดลบ 5 เปอร์เซ็นต์ หลังจากสถานการณ์ประท้วงเริ่มคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง นอกเหนือจากความขัดแย้งเดิมที่ยังไม่ยุติ ในขณะที่ดัชนีนิกเกอิของโตเกียว ลดลง 0.8 เปอร์เซ็นต์ ส่วนตลาดอื่นๆ ที่ปิดลดลงมากกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ คือ เซี่ยงไฮ้, โซล, ไทเป, มะนิลา, มุมไบ ในขณะที่สิงคโปร์ลดลงมากถึง 2.3 เปอร์เซ็นต์ ซิดนีย์ 1 เปอร์เซ็นต์และเวลลิงตันหายไป 0.6 เปอร์เซ็นต์

สถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศดังกล่าวยังส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดเอเชียให้ปรับลดลอีกด้วย น้ำมันดิบดับเบิลยูทีไอ ร่วงรวดเดียว 6.1 เปอร์เซ็นต์กลับมาอยู่ที่ระดับ 31.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง ในขณะที่ เบรนท์ ก็ร่วงหนักเช่นเดียวกันถึง 5 เปอร์เซ็นต์มาอยู่ที่ 34.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ความตึงเครียดยังส่งผลต่อราคาทองคำให้ขยับขึ้นเล็กน้อยทั้งๆ ที่ เคลื่อนไหวติดลบแทบตลอดสัปดาห์ ราคาทองคำสปอต เพิ่มขึ้น 0.2 เปอร์เซ็นต์มาอยู่ที่1,727.75ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากที่ลดลง 1.4 เปอร์เซ็นต์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ในขณะที่ราคาทองคำฟิวเจอร์ ปรับตัวสูงขึ้น 0.4 เปอร์เซ็นต์ เป็น 1,729.40. ต่อออนซ์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พระครูวัดดังเมืองคอนพบบิ๊กตู่ สมทบทุนช่วยโควิด ให้พรนายกฯเป็นที่พึ่งประชาชน
บทความถัดไปภูมิธรรม แจงข่าวตั้งพรรคใหม่ เชื่อถ้ารบ.นี้ยังอยู่ จะมีคนรุ่นใหม่ โดดเข้าการเมืองอีกมาก