ทวงพระพุทธรูปโบราณมูลค่าเฉียด 20 ล.สำเร็จ หลัง ‘สถานกงสุลใหญ่ไทย’ จับมือสำนักอัยการเขตนิวยอร์ก ทุ่มเทติดตามใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 7 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภารกิจตามหาโบราณวัตถุของไทยที่ถูกลับลอบนำออกไปยังต่างแดนยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในวันที่ 22 เมษายนนี้ สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา มีกำหนดจากรับมอบคืนโบราณวัตถุ 13 ชิ้นจากฝ่ายสหรัฐ โดยมีนายมนัสวี ศรีโสดาพล เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน นายวิทวัส ศรีวิหค เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของฝ่ายสหรัฐร่วมเป็นสักขีพยานในการรับมอบ

โบราณวัตถุทั้ง 13 ชิ้นที่ไทยจะรับมอบคืนจากสำนักงานอัยการเขตนิวยอร์กและหน่วยสืบสวนเพื่อความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Homeland Security Investigations : เอชเอสไอ) ในครั้งนี้เป็นพระพุทธรูปของไทยปางต่างๆ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 13-22 มีมูลค่าจากการประเมินเบื้องต้นเกือบ 20 ล้านบาท โดยโบราณวัตถุของไทยทั้ง 13 ชิ้นดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโบราณวัตถุที่ถูกลักลอบนำเข้ามาในนครนิวยอร์กพร้อมกับวัตถุโบราณจากประเทศอื่นๆ รวมกว่า 2,000 ชิ้นโดยขบวนการข้ามชาติขนาดใหญ่และทรงอิทธิพลในวงการค้าศิลปวัตถุของโลก นอกจากโบราณวัตถุ 13 ชิ้นที่ไทยจะรับมอบคืนในครั้งนี้แล้ว ยังมีโบราณวัตถุของไทยอีกหลายสิบชิ้นที่อยู่ระหว่างการเจรจาขอคืนแต่คดียังไม่ถึงที่สุด

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาสถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์กได้ทำงานร่วมกับสำนักงานอัยการเขตนิวยอร์ก นำโดยนายแมททิว บ็อกดานอส หัวหน้าหน่วยต่อต้านการลักลอบนำเข้าโบราณวัตถุอย่างใกล้ชิด เพื่อหาทางติดตามนำเอาโบราณวัตถุในกลุ่มดังกล่าวที่เป็นของไทยกลับคืนสู่ประเทศ ซึ่งต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นหลายตอน ด้วยความพยายามและความมุ่งมั่นทุ่มเทอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานกงสุลใหญ่เตรียมที่จะจัดพิธีรับมอบโบราณวัตถุข้างต้นจากฝ่ายสหรัฐในวันที่ 22 เมษายนนี้ ที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก เพื่อรอส่งกลับประเทศไทยต่อไป

ข่าวดีล่าสุดนี้มีขึ้นหลังจากที่ไม่นานก่อนหน้านี้ ทางการสหรัฐเพิ่งจะอนุมัติให้มีการส่งคืนโบราณวัตถุสำคัญ 2 ชิ้นคือทับหลังปราสาทหนองหงส์และทับหลังปราสาทเขาโล้น ซึ่งเป็นการตรวจสอบและติดตามเรื่องหลังทราบข้อมูลจากนักวิชาการอิสระด้านโบราณคดีของไทยจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชียแห่งนครซานฟรานซิสโก โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ได้ติดตามตรวจสอบและประสานงานกับทางการสหรัฐเพื่อการทวงคืนทรัพย์สมบัติของชาติกลับสู่ประเทศไทยเป็นผลสำเร็จในที่สุด

ด้าน ผศ.ดร. รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.รามคำแหง กล่าวว่า เท่าที่พิจารณาจากภาพถ่ายโบราณวัตถุ 3 ชิ้น จากจำนวน 13 ชิ้น พบว่ามีทั้งพระพุทธรูปศิลปะทวารวดี อายุราวพุทธศตวรรษที่ 13 และพระพุทธรูปในยุคร่วมสมัยอยุธยา

“จากภาพถ่าย พระพุทธรูปบางองค์ เห็นได้ชัดว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยทวารวดี ประทับยืนตริภังค์ ชายจีวรตกข้างเดียวซึ่งยังแสดงอิทธิพลศิลปะคุปตะของอินเดียอย่างสูง แต่พระพักตร์มีลักษณะเป็นพื้นเมืองแล้ว เพราะฉะนั้น คิดว่าน่าจะอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 13 คือไม่ใช่ศิลปะทวารวดีในยุคแรกๆ นอกจากนี้ ยังมีพระพุทธรูปในวัฒนธรรมลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างที่สร้างขึ้นร่วมสมัยอยุธยา พระพักตร์ออกแป้น ไม่ใช่รูปไข่

เปลวรัศมีเป็นแฉกบาน อาจเป็นภาคกลางตอนล่างต่อตอนบน เช่นกำแพงเพชร การได้โบราณวัตถุจากต่างแดนคืนมา เป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่ต้องคิดต่อไปคือ 1. จะป้องกันไม่ให้เกิดการถูกลักลอบนำมรดกชาติออกจากประเทศเช่นนี้อีกได้อย่างไร 2.เมื่อได้มาแล้ว ต้องมีการจัดแสดง เผยแพร่ความรู้ ซึ่งไม่ใช่แค่ข้อมูลเกี่ยวกับโบราณวัตถุ แต่สิ่งสำคัญคือข้อมูลเกี่ยวกับการถูกลักลอบออกไปในอดีต และขั้นตอนการทวงคืน ว่ากว่าจะได้มา มีขั้นตอนอะไรบ้าง คุณค่าของโบราณวัตถุเหล่านี้ไม่ใช่แค่ที่ตัวโบราณวัตถุ เพราะของเหล่านี้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมีเยอะ อาจมีขนาดใหญ่ และสวยงามกว่าด้วย แต่คุณค่าสำคัญของโบราณวัตถุที่ได้คืนมาอยู่ที่ประวัติการได้คืน และบทเรียนทางประวัติศาสตร์ของคนไทย” ผศ.ดร.รุ่งโรจน์กล่าว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กลุ่มบริษัท พราว ผนึกพันธมิตร ปั้นหัวหิน แลนด์มาร์คแห่งเซิร์ฟสเก็ต
บทความถัดไปจตุพรประกาศยุติม็อบ จัดใหม่หลังสงกรานต์ จวกบิ๊กตู่สั่งลา