โอเปกไม่เพิ่มกำลังผลิต ดันราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

(แฟ้มภาพ) REUTERS

โอเปกไม่เพิ่มกำลังผลิต ดันราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมาปรับตัวสูงขึ้นทำสถิติใหม่ โดยราคาน้ำมันเบรนท์ทะเลเหนือปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะปรับลดลงเล็กน้อยมาปิดที่ 81.26 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือปรับเพิ่มขึ้น 2.8 เปอร์เซ็นต์ มาปิดที่ระดับสูงที่สุดในรอบ 3 ปี

ขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดสหรัฐ (เวสต์เท็กซัสอินเตอร์มิเดียด หรือดับเบิลยูทีไอ) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3 เปอร์เซ็นต์ หรือ 2.32 ดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่ 78.17 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2557 หรือสูงที่สุดในรอบ 7 ปี

ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันและชาติพันธมิตรผู้ผลิตน้ำมัน หรือโอเปก+ ตัดสินใจที่จะไม่เพิ่มกำลังผลิตหลังจากที่มีการปรับลดไปในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่จะยึดตามจำนวนการเพิ่มกำลังผลิตที่เคยกำหนดไว้เดิมคือเพิ่มกำลังผลิตขึ้นเพียง 400,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนพฤศจิกายน

ปัจจุบันความต้องการน้ำมันในตลาดโลกจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในหลายพื้นที่ บวกกับที่ในหลายพื้นที่ของเอเชียมีการเปลี่ยนการผลิตไฟฟ้าจากการใช้ก๊าซธรรมชาติมาเป็นน้ำมัน ซึ่งยิ่งทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นจากความต้องการน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นตามมา

นักเศรษฐศาสตร์หวั่นวิตกว่าราคาน้ำมันที่สูงกว่า 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลจะบ่อนทำลายการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งมีปัญหาคอขวดในซัพพลายเชนอยู่แล้ว และยังเกรงว่าจะทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อตามมา ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พณ.สำรวจ ราคาผักช่วงกินเจ สูงขึ้นเล็กน้อย จากปัญหาน้ำท่วม การจับจ่ายลดลง 40%
บทความถัดไปเมเจอร์ฯ เอาใจบลิ๊งค์ไทย เปิดรอบฉาย “BLACKPINK : The Movie” 14 ต.ค.นี้