แอมเนสตี้-คนไทย จุดเทียนส่งใจ ‘ชาวยูเครน’ ร้องรัสเซีย หยุดสงครามละเมิดสิทธิ

แอมเนสตี้-คนไทย จุดเทียนส่งใจ ‘ชาวยูเครน’ ร้องรัสเซีย หยุดสงครามละเมิดสิทธิ

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 23 มีนาคม ที่หน้าสถานทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย ถนนทรัพย์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดกิจกรรมจุดเทียนยืนหยัดเคียงข้างประชาชนยูเครน เพื่อเรียกร้องให้กองทัพรัสเซียยุติการทำสงคราม โดยมีชาวยูเครนในประเทศไทย นักเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมด้วย อาทิ น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองถูกบังคับสูญหาย, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นายเจษฎา ศรีปลั่ง หรือ เจมส์ เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจกระจายกำลังรอบบริเวณ

ต่อมาเวลา 18.05 น. ผู้ร่วมกิจกรรมรวมกลุ่มยืนชูป้ายสีธงชาติยูเครนน้ำเงิน-เหลือง ระบุข้อความให้กำลังใจชาวยูเครน อาทิ I stand with Ukraine, Respect international Law, Over 900 civilians where killed by Russian attacks, More than 3 Millian people left their home country, Peace for Ukraine ไปจนถึงข้อความประณามการรุกรานของรัสเซียและเรียกร้องให้ยุติสงคราม จากนั้นร่วมจุดเทียนส่งกำลังใจให้ชาวยูเครน ทั้งนี้ มีผู้ร่วมกิจกรรมบางรายนำสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ไปจนถึงพาสุนัขมาร่วมกิจกรรมด้วย

Advertisement

น.ส.ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ประเทศไทย กล่าวว่า แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ขอเป็นส่วนหนึ่งที่ทำกิจกรรมเพื่อขอให้รัสเซียยุติการรุกรานและละเมิดสิทธิมนุษยชน การรุกรานครั้งนี้นำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้ง การปฏิบัติของรัสเซียทำให้เกิดหายนะอย่างมาก โดยเฉพาะในยูเครน แค่สัปดาห์ที่ผ่านมา ชีวิตความเป็นอยู่ โครงสร้างพื้นฐาน ครอบครัวต้องพลัดพรากจากกัน อีกหลายล้านคนต้องพลัดถิ่นฐาน รัสเซียเองก็ได้ปราบปรามคนเห็นต่างที่ออกมาต่อต้านสงคราม รวมทั้งสื่ออิสระ กีดกันและเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง มีการรุมซ้อม คุมขังผู้ชุมนุมต่อต้านสงคราม ขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานอย่างรุนแรง ซึ่งอาจก่อให้เกิดภัยพิบัติด้านมนุษยธรรมในวงกว้างทั่วโลก

“นับตั้งแต่เริ่มมีการรุกราน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ส่งนักวิจัยไปเก็บข้อมูล พบว่ามีการโจมตีอย่างไม่เลือกเป้าหมาย ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตจำนวนมาก รวมทั้งเด็กและผู้หญิง มีการโจมตีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การทำลายล้างโครงสร้างพื้นฐานของเมือง รวมทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ไปจนถึงการใช้ระเบิดลูกปราย ซึ่งเป็นอาวุธต้องห้ามที่ถือเป็นอาชญากรรมสงครามข้ามกฎหมายระหว่างประเทศ

การกระทำครั้งนี้ เป็นการละเมิดต่อธรรมนูญแห่งสหประชาชาติ เป็นการรุกรานที่ผิดกฎหมาย การที่รัสเซียตัดสินใจถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกคณะมนตรีแห่งยุโรป คือการเป็นภาคีอนุสัญญาสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป เป็นการปลดแอกตัวเองอย่างหน้าไม่อาย เพราะไม่ต้องการรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น

ตอนนี้ไม่ได้มีแค่ประเทศไทยที่ทำกิจกรรม แต่มีผู้ที่แสดงความเห็นทั่วโลก และยังมีการเทคแอ๊กชั่นออนไลน์ ขณะนี้มีกว่า 300,000 คนร่วมแล้ว เราขอเรียกร้องให้ยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการรุกรานครั้งนี้ ยุติการละเมิดหมายระหว่างประเทศ” น.ส.ปิยนุชกล่าว

ด้านนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กล่าวว่า ประวัติศาสตร์ศาสตร์ของมนุษยชาติ ผ่านสงครามมาหลายหน ตั้งแต่ยุคที่ยังไม่มีปืนผาหน้าไม้ ก็ใช้กำลังกองทัพ สำหรับประเทศที่เข้มแข็งและใหญ่โตกว่า ก็มักจะไปรุกรานข่มเหงเพื่อขยายดินแดน และทำมาโดยตลอด ซึ่งคือการเอาเปรียบ

“กรณีของรัสเซีย ตั้งแต่จักรวรรดิรัสเซียที่แผ่ขยายอาณาเขต กว้างใหญ่ไพศาลกลายเป็นรัสเซียปัจจุบันนี้ แต่หลังการปฏิวัติรัสเซีย 1917 มาถึงยุค 1990 ก็มีการยกเลิกระบบสหภาพโซเวียต ให้เอกราชประเทศต่างๆ 15 ประเทศ เราผ่านสงครามโลกครั้งที่ 1 -2 รัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด จะเห็นได้ว่าสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ทำลายล้างมนุษยชาติ ครั้งหนึ่งมีคนตาย 10-15 ล้านคน ระเบิดปรมาณูที่นางาซากิและฮิโรชิมะ ทำลายล้างที 400,000-500,000 คน ทั้ง 2 สงครามกระทบไปทั่วโลก เพราะดึงประเทศต่างๆ ไปร่วมรบ แบ่งเป็น 2 ฝ่าย สุดท้ายของสงครามคือหายนะ บาดเจ็บล้มตาย การพลัดพรากและประเทศตกต่ำ สงครามที่เกิดขึ้นขณะนี้ก็ทำให้เกิดผลกระทบที่ประเทศไทยด้วย ราคาแก๊สและพลังงานที่สูงขึ้นเรื่อยๆ พี่น้องเกษตรกรต้องรับมือกับราคาปุ๋ยที่ขึ้นเป็น 2 เท่า อาหารเครื่อง อุปโภคบริโภค ของคนเมืองกรุงก็จะต้องเจอผลกระทบจากราคาขนส่งที่แพงขึ้น” นายสมยศกล่าว

นายสมยศกล่าวต่อว่า หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เรามีการตั้งสหประชาชาติ เพื่อช่วยแก้ปัญหา ตั้งกติการะหว่างประเทศขึ้น ฉะนั้นการที่รัสเซียนำกำลังทหารมาบุกยูเครน ถือเป็นการผิดต่อกติกาสากลของสหประชาชาติ ด้วยการเอากำลังทหารไปละเมิดอธิปไตยเหนือดินแดนในประเทศยูเครน หากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่เพียงแต่คนยูเครนที่ต้องเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ มี 900 พลเรือนที่เสียชีวิตไปแล้ว ยังไม่รวมทหารที่ออกไปสู้รบ ที่ต้องตายอีกนับพัน นับหมื่น นี่คือความเสียหายเบื้องต้นที่เกิดขึ้นกับมนุษยชาติ

“ไทยก็เป็นส่วนหนึ่งของพลเมืองโลก เราปฏิเสธความรับผิดชอบทางศีลธรรมไม่ได้ โดยเฉพาะเมืองพุทธ ที่ขณะนี้พระสงฆ์ อย่างพระสมาน ก็มาที่นี่เพื่อให้ยุติสงคราม เพราะสงครามจะนำมาซึ่งความตายและหายนะ คือจุดเริ่มต้นที่คนไทยจะรวมตัวกันเรียกร้องให้รัสเซียถอนกำลังทหารออกจากยูเครนไปเสีย” นายสมยศระบุ

นายสมยศกล่าวอีกด้วยว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ นับเป็นการต่อสู้ที่ขยายวงขึ้น เป็นอีกก้าวของคนไทยที่ห่วงใยสถานการณ์ยูเครน

“อยากเรียกร้องให้ราษฎร ผู้ที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ร่วมต่อสู้เพื่อหยุดสงครามนี้ให้ได้ รัฐไทย มีพื้นฐานมาจากการนัฐประหาร ประเทศที่รับรองคือรัสเซียกับจีน รัฐไทยในวันนี้จึงค่อนข้างเอียงไปสนับสนุนรัสเซีย ซึ่งเป็นอำนาจนิยม และอาจนำไปสู่สงครามรัฐทหารในหลายประเทศ ส่งผลกระทบต่อเงินที่จะถูกนำไปซื้ออาวุธทางการทหาร แทน
รัฐสวัสดิการของประชาชน” นายสมยศกล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image