เปิดบทสัมภาษณ์ล่าสุด ดาราสาวไต้หวัน เล่าละเอียดเรื่องหน้าด่าน เคลียร์ปม ‘เมา-บุหรี่ไฟฟ้า’
จากกรณีดาราสาวไต้หวัน อันหยูชิง หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Charlene An ออกมาแฉว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยรีดไถเงิน จำนวน 27,000 บาท ช่วงที่เดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ด่านตรวจของ สน.ห้วยขวาง ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าดาราสาวไต้หวันมีบุหรี่ไฟฟ้าในครอบครอง ซึ่งผิดกฎหมายนั้น ล่าสุด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง 1 ใน 7 นาย ที่อยู่ในด่านตรวจที่เกิดเหตุคืนนั้นยอมรับว่ามีการรีดไถเงินจากดาราสาวไต้หวัน 27,000 บาท จริง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับนั้นรับรู้กันว่าเป็น ผบ.หมู่
กระทั่งต่อมาเธอได้โพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว ขอบคุณที่สนับสนุน ให้กำลังใจ และห่วงใย จนผ่านจุดที่มืดมนมาได้ และสุดท้ายความจริงก็ได้ปรากฏแล้ว
ล่าสุด อันหยูซิงได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อไต้หวันต่างๆ ชี้แจง 6 ข้อหลัก โดยเพจ หนีห่าวไต้หวัน ฉันมาแล้ว ได้แปลสรุปมา ดังนี้
อันหยูฉิงกับบทสัมภาษณ์แถลงสื่อล่าสุด แบบละเอียด ชี้แถลง 6 ข้อหลัก
จากกรณีข่าวฉาวที่ดาราสาวไต้หวันอันหยูฉิง An YuQing เธอกล่าวหาว่าถูกตำรวจไทยรีดทรัพย์ถึง 2.7 หมื่นบาท
ล่าสุดวานนี้เธอได้ให้สัมภาษณ์สื่อแถลงชี้แจงความบริสุทธิ์จากปากเธอ ซึ่งเธอก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงไอจี ขอบคุณคุณชูวิทย์ที่ได้ช่วยเหลือเธอในการค้นหาความจริง และสื่อ BBC และสื่ออื่นๆ ที่ยอมรับฟังเธอ
เธอได้ออกมาชี้แจงถึงจุดสำคัญหลัก รวมถึงเรื่อง “เมา” ซึ่งเธอกล่าวว่า ทำไมถึงพยายามจะพิสูจน์ว่าเธอเมา? บ้างก็บอกว่าเธอเป็นบุคคลอันตรายต้องสงสัย แต่ก็มาบอกว่าเธอไม่ได้น่าสงสัย คิดว่าไม่อันตรายก็เลยปล่อย ถ้าไม่คิดว่าเธออันตรายทำไมถึงกักตัวใช้เวลานานราว 45 นาทีตรงนั้น
เธอกล่าวต่อสื่อว่า : เรื่องการมีบุหรี่ไฟฟ้าและการไม่พกหนังสือเดินทางติดตัวมีผิดจริง แต่เธออยากให้โฟกัสตรงประเด็นที่ว่า “หากมีการละเมิด หรือทำผิดกฎหมาย ก็ควรทำตามระเบียบแจ้งโทษและปรับเธอตามกฎมีใบเสร็จอย่างถูกต้อง แต่ตอนนั้นที่พวกเราถูกเรียกตรวจ กลับบอกให้พวกเราทุกคนจ่ายเงินและหลบกล้อง”
ฉันโพสต์ข้อความต่างๆ ลงเพื่อให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน แต่ละคนล้วนมีความคิดของตนเอง ฉันไม่ขอตอบคำถามที่เป็นเรื่องคาดคะเนเดาไปต่างๆ นานา ฉันไม่คิดว่าการที่ฉันแชร์ระบายประสบการณ์ที่เธอเจอออกมานี้ จะกลายเป็นเรื่องครึกโครมขนาดนี้ ส่วนเกี่ยวกับเรื่องนี้ทุกอย่างฉันได้ให้ความร่วมมือและส่งเรื่องไปให้หมดแล้ว!! ขอบคุณค่ะ
คำแถลงอย่างละเอียดของอันหยูฉิง
1) สถานการณ์ตั้งด่านตรวจ : เนื่องจากคืนนั้นร้านที่ฉันไปปิดตี 1 ฉันจึงเรียกแท็กซี่ (grab) ให้เพื่อนๆ 1 คัน และฉันก็ได้เรียกอีกคันให้ตัวเอง ตลอดตั้งแต่ที่เกิดเรื่องทั้งหมดใช้เวลาราว 2-3 ชั่วโมง และตลอดเวลานั้นฉันไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้เลย ดังนั้น เรื่องเวลาที่แน่ชัดนั้น ฉันอาจมีการจำคลาดเคลื่อนไปบ้าง
ตั้งแต่ที่มีการถูกเรียกตรวจ ลงจากรถ เรื่องแรกที่เกิดคือ มีการค้นกระเป๋า ฉันอยากโทรติดต่อบอกเพื่อนอีกคันข้างหน้าว่ารถคันของฉันถูกเรียกตรวจ พร้อมอยากถ่ายรูปสถานการณ์ส่งไป แต่แล้วกลับถูกตำรวจห้ามและให้ลบรูปหรือคลิปทุกอย่าง ตอนนี้ทางตำรวจใช้เครื่องแปลเพื่อต้องการรู้ว่าฉันกับเพื่อนๆ พูดอะไรกัน หลังจากนั้นฉันให้เพื่อนที่พูดไทยได้สื่อสารกับตำรวจ และฉันถอยออกมายืนข้างๆ บางครั้งก็สื่อสารได้ไม่ดี สุดท้ายเพื่อนฉันบอกว่า พวกเขา (ชี้ไปที่ตำรวจ) ต้องการให้เรานับเงิน 27,000 บาท และหลบกล้องด้วย
หลังจากนั้นตำรวจเอาบุหรี่ไฟฟ้ามาให้ฉันแล้วเรียกฉันถ่ายรูป ต่อมาเรียกแท็กซี่คันใหม่ให้ฉัน ส่วนแท็กซี่คันก่อนหน้า ตำรวจเป็นคนบอกให้ขับออกไป
2) เรื่องเมา : “ทำไมต้องมานั่งพยายามสืบหาเน้นเรื่องฉันเมานะ?”
3) เรื่องบุหรี่ไฟฟ้า : ตอนนั้นที่ด่าน ฉันไม่มีบุหรี่ไฟฟ้า แต่ไม่แน่ใจที่ว่าเพื่อนๆ ฉันที่มาด้วยกันมีการพกมาไหม แต่ฉันยืนยันได้เลยในตอนที่ถูกตรวจที่ด่าน ฉันไม่มีบุหรี่ไฟฟ้า พวกเรามีกัน 8 คน แบ่งเป็น 2 คัน ฉันไม่มีเหตุผลอะไรที่มานั่งคอยตรวจสอบเพื่อนฉัน
แต่ที่ฉันมั่นใจแน่คือ ตอนก่อนจะถูกปล่อยมาตำรวจเป็นคนเอาบุหรี่ไฟฟ้ามาให้ฉันและถ่ายรูป และตอนถูกเรียกนั้นฉันคงไม่กล้าบ้าขนาดถือบุหรี่ไฟฟ้าสูบต่อหน้าตำรวจ มากล่าวหาว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นของฉัน ถ้างั้นมีหลักฐานอะไรมาบอกว่าเป็นของฉัน ในเมื่อบอกว่ารูปก็ถูกลบ ตอนรับเงินก็ไม่แน่ชัด ภายใต้สถานการณ์ที่ถูกจับตามองตรวจสอบ ฉันจะพูดมั่วได้อย่างไร ฉันสามารถพูดตัวเลขที่มากกว่านี้ก็ได้ ทำไมถึงต้องมานั่งเฉพาะเจาะจง 27,000?? และถ้าฉันละเมิดเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าจริง ก็ออกใบเสร็จค่าปรับมา แต่ฉันกลับไม่ได้รับใบเสร็จ ยื้อฉันนานอยู่ตรงนั้น และเอาไป 27,000 บาท
4) เรื่องคลิปภาพที่ถ่ายได้บริเวณโรงแรมล่ะ? : “ฉันถูกตำรวจเรียกตรวจค้นที่โรงแรม หรือถูกรีดทรัพย์ที่โรงแรงรึไง??!!”
5) เรื่องบุคคลอันตราย : มาบอกว่าฉันอันตรายต้องสงสัย ต่อมาบอกว่าเห็นฉันไม่อันตรายจึงปล่อยไปเฉยๆ ถ้าฉันไม่อันตรายก็ยิ่งไม่มีเหตุจำเป็นยื้อฉันไว้นานถึง 45 นาทีไม่ใช่หรือ?!
6) เรื่องตลาดนัด: ตลาดนัดคืออยู่แถวโรงแรม ดังนั้นถึงเห็นฉันอยู่แถวนั้นหลังจากเกิดเรื่อง นอกจากนั้น พวกเขา (ตำรวจ) ได้มีการมาจับค้นที่กระเป๋ากางเกงเพื่อนชายคนนึง ก็คือชายคนที่อยู่ในภาพที่ยืนข้างหน้าคนนั้น ตอนที่ตำรวจกำลังล้วงกระเป๋ากางเกงเขา เขาได้เอาโทรศัพท์ป้อง หลังจากที่ตำรวจเอาเงินไปเรียบร้อยก็เหลือให้พวกเรา 200 บาท เพื่อเรียกแท็กซี่ (แท็กซี่คันนั้นก็คือคนที่ออกมาให้ข่าว คนของตำรวจ)
ฉันถูกได้การบ่มเพาะมา หากจำเป็นถูกเรียกตรวจก็ต้องมีการบอกเจตจำนงและบอกว่าทำผิดอะไร ในเมื่อตำรวจบอกเองว่าฉันไม่ใช่บุคคลอันตราย ในเมื่อเทคโนโลยีไปไกลตอนนี้ทำไมไม่ใช้โทรศัพท์แปลบอกฉัน หากฉันทำผิดอะไรก็บอกข้อกล่าวหามา ออกใบเสร็จจ่ายค่าปรับแล้วก็ปล่อยฉันแค่นั้น ฉันถูกตรวจค้นนานกว่าคนอื่น เพื่อนฉันที่พูดไทยพอได้ก็อยู่ในเหตุการณ์ เราพยายามสื่อสารทุกอย่าง แต่ก็ไม่เป็นผล…
สุดท้ายเธอย้ำว่า ผิดอะไรก็บอกมา ชี้แจงมา และปรับฉันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่อยากเรียกเท่าไหร่ตามอำเภอใจ แล้วให้หลบกล้อง ฉันได้ให้ความร่วมมือไปแล้ว เรื่องทุกอย่างส่งไปหมดแล้ว ขอบคุณค่ะ”
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ดาราสาวไต้หวัน อ้างถูก ตร.ไทยค้นตัว เรียกเงิน 27,000 บาท เตือน นทท.อย่าพกเงินสดเยอะ
- ด่วน! ผบ.ตร.สั่งเด้งผู้กำกับ สน.ห้วยขวาง เซ่นคดีรีดไถดาราสาวไต้หวัน
- ใบแถลงข่าว บช.น.รับตั้งด่านรีดดาราสาวไต้หวันจริง แต่ข้อมูลยังไม่ตรงกัน พร้อมขอโทษ ปชช.
- เพื่อนชายดาราสาวไต้หวัน ชาวสิงคโปร์ จ่าย 2.7 หมื่น ให้ ตร.ห้วยขวาง รับแล้วแบ่งกันเลย เผยเหตุปากแข็ง

