หน้าแรก ต่างประเทศ ห้วงเวลาประวั...

ห้วงเวลาประวัติศาสตร์! สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงมหากุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด เถลิงบัลลังก์ ในพิธีบรมราชาภิเษก

6.05.23 | 18:30 น.
สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงพระมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม (รอยเตอร์)

ห้วงเวลาประวัติศาสตร์! สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงมหากุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด เถลิงบัลลังก์ ในพิธีบรมราชาภิเษก

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา แห่งสหราชอาณาจักร ณ มหาวิหารเวสต์มินเสตอร์ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่โลกต่างเฝ้ารอชม ซึ่งเป็นไปตามโบราณราชประเพณีที่สืบทอดมายาวนานกว่าหนึ่งพันปี และเป็นพระราชพิธีครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 70 ปีของสหราชอาณาจักร นับแต่พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนปี 2496

โดยในพระราชพิธีนี้มีพระบาทสมเด็จพระอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเป็นหนึ่งในพระประมุข ประมุขแห่งรัฐ และผู้แทนของประเทศต่างๆ จากทั่วโลกรวมกันมากกว่า 2,300 คน เข้าร่วมในพระราชพิธีอันสำคัญนี้ ซึ่งสะท้อนบทบาทของสถาบันกษัตริย์ในปัจจุบันเพื่อนำไปสู่อนาคต ขณะเดียวกันได้ธำรงไว้ซึ่งธรรมเนียมและพระราชพิธีดั้งเดิม

รอยเตอร์

พิธีการเริ่มขึ้นเมื่อวเลา 10.20 น.ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเวลาราว 16.20 น.ตามเวลาในไทย ด้วยขบวนเสด็จของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระชนมายุ 74 พรรษา และสมเด็จพระราชินีคามิลลา พระชนมายุ 75 พรรษา ประทับบนราชรถเทียมม้าพัชราภิเษก ที่ลากจูงด้วยม้าวินด์เซอร์เกรย์ 6 ตัว นำขบวนถวายอารักขาโดยกองพันทหารม้ารักษาพระองค์ เสด็จออกจากพระราชวังบักกิงแฮม เคลื่อนไปตามถนนเดอะ มอลล์ มุ่งไปยังจัตุรัสทราฟัลการ์ จากนั้นไปตามถนนไวท์ฮอลล์ และถนนรัฐสภา กระทั่งถึงมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ รวมเป็นระยะทางราว 2.29 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 33 นาที โดยตลอดสองข้างทางมีประชาชนจำนวนมากรอเฝ้ารับเสด็จอย่างเนืองแน่นท่ามกลางฝนที่โปรยปราย รวมถึงกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านสถาบันกษัตริย์ด้วย ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น

ทรงได้รับการถวายพระแสงดาบ (รอยเตอร์)
สมเด็จพระราชินีคามิลลา ทรงพระมหามงกุฎควีนแมรี (รอยเตอร์)

เวลา 10.53 น. ตรงกับเวลาราว 16.53 น.ตามเวลาในไทย สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีคามิลลา เสด็จถึงมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ โดยมีการบรรเลงดนตรี ซึ่งสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงคัดสรรมาด้วยพระองค์เอง ระหว่างนั้นทั้งสองพระองค์เสด็จเข้าด้านในมหาวิหาร และทรงฉลองพระองค์คลุมที่เรียกว่า Robe of State โดยมีกลุ่มเด็กผู้รับใช้ ที่มีเจ้าชายจอร์จ พระราชนัดดาของพระองค์ ทรงเป็นหนึ่งในนั้นร่วมกันถือชายฉลองพระองค์ ขณะที่แขกผู้มีเกียรติที่ได้รับเชิญเข้าร่วมงานต่างนั่งประจำที่โดยพร้อมเพรียงอยู่แล้ว

Advertisement
(รอยเตอร์)
อัญเชิญเครื่องราชกกุธภัณฑ์ (รอยเตอร์)

เวลา 11.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเวลาราว 17.00 น.ของวันเดียวกันตามเวลาในไทย พระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้เริ่มต้นขึ้นด้วยขั้นตอนแรกคือ การรับรองฐานะความเป็นกษัตริย์ โดยมี จัสติน เวลบี อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี ซึ่งเป็นนักบวชผู้มีสมณศักดิ์สูงสุดของศาสนจักรอังกฤษ เป็นผู้นำประกอบพิธีและเป็นผู้ประกาศแนะนำพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ต่อปวงชน

เจ้าชายวิลเลียม แห่งเวลส์ พระราชโอรสพระองค์โต ทรงเป็นตัวแทนนำการถวายความจงรักภักดีต่อกษัตริย์พระองค์ใหม่ (รอยเตอร์)

จากนั้นสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เสด็จพระราชดำเนินยังโถงกลางของมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ข้างบัลลังก์ราชาภิเษก ก่อนที่อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีประกาศรับรองฐานะความเป็นกษัตริย์ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ต่อแท่นบูชาสูง หลังจากนั้นเลดี้แองจิโอลินี ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ธิสเซิล บารอนเนสเอมอส ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์การ์เทอร์

เจ้าชายวิลเลียม ทรงจุมพิตพระปรางสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระราชบิดา หลังเสร็จสิ้นการถวายความจงรักภักดี (รอยเตอร์)

โดยนับเป็นครั้งแรกที่ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของสกอตแลนด์และอังกฤษที่ได้ทำหน้าที่นี้ ตามด้วย คริสโตเฟอร์ ฟินนีย์ ผู้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จอร์จครอส เป็นผู้แทนเหล่าทัพประกาศรับรองความเป็นกษัตริย์ จากนั้นผู้เข้าร่วมพระราชพิธีเปล่งเสียงขึ้นพร้อมกันว่า “God Save the King” หรือพระเจ้าทรงโปรดคุ้มครองพระราชา” โดยมีการเป่าแตรหลังการกล่าวถวายความจงรักภักดีทุกครั้ง

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เสด็จสู่ภายในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ โดยมีเจ้าชายจอร์จ พระราชนัดดา (ที่ 2 จากซ้าย) เป็นหนึ่งในผู้ทำหน้าที่เด็กผู้รับใช้ ทรงช่วยถือชายฉลองพระองค์คลุม (รอยเตอร์)

ในขั้นตอนการทรงกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณ สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะทรงครองราชย์ตามบทบัญญัติของกฎหมายและพิทักษ์ศาสนจักรของอังกฤษ โดยอาร์ชบิชอปแคนเทอร์เบอรี เป็นผู้ทำหน้าที่นำกษัตริย์กล่าวสัตย์ปฏิญาน ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย โดยการตั้งคำถามเพื่อให้กษัตริย์พระองค์ใหม่ทรงตอบรับ ขณะทรงวางพระหัตถ์ลงบนพระคัมภีร์ไบเบิล พร้อมทรงประกาศคำมั่นว่าจะปฏิบัติตามและรักษาสัญญาเหล่านั้น

เจ้าชายจอร์จ พระโอรสในเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคทเธอรีน แห่งเวลส์ (รอยเตอร์)

ทั้งนี้ข้อความในการถวายสัตย์มีการเปลี่ยนแปลงไปตลอดระยะเวลาหลายศตวรรษ สมัยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระองค์ท่านทรงประกาศว่าจะทรงครองราชย์ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และจะทรงธำรงความยุติธรรมด้วยพระเมตตา รวมทั้งจะทรงธำรงรักษาไว้ซึ่งศาสนจักรอังกฤษ

ฉากกั้นบังตาถูกนำมาตั้งวางขณะสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงรับการเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ หนึ่งในพิธีการสำคัญของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก (รอยเตอร์)

หลังจากนั้นเป็นการประกอบพิธีเจิมด้วยน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ เป็นขั้นตอนที่ธำรงความศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของหมู่พระราชพิธีบรมราชาภิเษกทั้งหมด โดยสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงถอดฉลองพระองค์คลุมและประทับบนบัลลังก์ราชาภิเษกคิงเอ็ดเวิร์ด ที่มีอายุกว่า 700 ปี โดยภายใต้บัลลังก์ราชาภิเษกนี้มี หินแห่งโชคชะตา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เก่าแก่แห่งราชวงศ์สกอตแลนด์ตั้งวางไว้อยู่

รอยเตอร์
สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ขณะทรงมหามงกุฎอิมพีเรียลสเตท และทรงถือลูกโลกกางเขนและพระคทา (รอยเตออร์)

ในขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนเดียวที่ไม่ให้สาธารณชนและแขกที่เข้าร่วมงานได้ชม โดยมีการนำฉากบังตามาปิดกั้นโดยรอบ ในระหว่างพระราชพิธีอาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีจะเทน้ำมันราชาภิเษกออกจากภาชนะรูปอินทรีทำจากทองคำ โดยเทลงบนช้อนราชาภิเษก ก่อนจะเจิมน้ำมันดังกล่าวบนพระนลาฏ(หน้าผาก) พระอุระ (หน้าอก) และที่พระหัตถ์ (มือ) ทั้งสองข้างของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3

ครอบครัวเจ้าชายวิลเลียม และเจ้าหญิงแคทเธอรีน แห่งเวลส์ พร้อมด้วยเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ พระธิดา และเจ้าชายหลุยส์ พระโอรสองค์เล็ก (รอยเตอร์)

ต่อมาเข้าสู่ขั้นตอนการถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระภูษาคลุม และเจ้าชายวิลเลียมทรงถวายพระภูษาคลุมสีทอง จากนั้นมีการถวายพระแสงดาบประดับอัญมณี ที่อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีขอให้พระองค์ทรงใช้เพื่อ “ผดุงความยุติธรรมและหยุดยั้งความอยุติธรรม” ลูกโลกประดับกางเขน พระธำมรงค์ พระคทา อันเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ จากนั้นอาร์ชบิชอปทรงถวายการสวมพระมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ดให้สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พร้อมเสียงการเป่าแตรและยิงปืนสลุตดังกึกก้องขึ้นทั่วสหราชอาณาจักร

เจ้าหญิงแอนน์ พระขนิษฐาในสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 (รอยเตอร์)

ทั้งนี้ ลูกโลกประดับกางเขนสีทองเป็นสัญลักษณ์โลกคริสเตียนโดยสายอัญมณีเป็นเส้นแบ่งโลกออกเป็นสามส่วนตามทวีปสามทวีปตามความเชื่อโลกยุคกลาง พระคทา เป็นสัญลักษณ์แห่งจิตวิญญานและอำนาจ ส่วนพระมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด เป็นมงกุฎที่สำคัญและเก่าแก่ที่สุดในหมู่มงกุฎทั้งหมดและจะมีการนำมาใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเท่านั้น สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1661

เจ้าชายแฮร์รี นั่งอยู่ท่ามกลางแขกในพิธีบรมราชาภิเษก (รอยเตอร์)

ขั้นตอนสุดท้าย อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีและยอร์กเดินนำพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ประทับบนพระราชบัลลังก์ เพื่อให้อาร์ชบิชอป องค์รัชทายาท พระราชวงศ์และขุนนางชั้นสูง คุกเข่าและถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะจงรักภักดี ซึ่งเป็นประเพณีสืบทอดมายาวนาน แต่ครั้งนี้ เจ้าชายวิลเลียม พระราชโอรสพระองค์โต ในฐานะดยุคแห่งคอร์นวอลล์และเจ้าชายเวลส์ ทรงทำหน้าที่เป็นตัวแทนถวายสัตย์ปฏิญานและความจงรักภักดีต่อกษัตริย์พระองค์ใหม่

เจ้าชายแอนดรูว์และเจ้าชายแฮร์รี เสด็จออกจากมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก(รอยเตอร์)

โดยเจ้าชายวิลเลียมทรงจุมพิตพระปราง(แก้ม)หลังถวายสัตย์ปฏิญาณด้วย จากนั้นอาร์ชบิชอปและผู้ร่วมในพระราชพิธีร่วมกันเปล่งเสียง God save the King ตามด้วยเสียงลั่นระฆัง การเป่าแตรและยิงสลุต ขานรับทั่วสหราชอาณาจักร

ปืนใหญ่ยิงสลุตเฉลิมฉลอง (รอยเตอร์)

จากนั้นสมเด็จพระราชินีคามิลลา ทรงประกอบพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันแต่เรียบง่ายกว่าและใช้เวลาอันสั้น โดยอาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีทรงถวายการสวมพระมหามงกุฎควีนแมรี แด่สมเด็จพระราชินีคามิลลา เป็นอันเสร็จสิ้นพระราชพิธีตามประเพณี

หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธี สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงสวมมหามงกุฎอิมพีเรียลสเตทแทนที่พระมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด โดยมหามงกุฎอิมพีเรียลสเตทนี้ใช้ในรัฐพิธีอื่น ๆ เช่นการเสด็จพระราชดำเนินเปิดรัฐสภา

จากนั้นทั้งสองพระองค์เสด็จโดยราชรถเทียมม้าทองคำ น้ำหนัก 4 ตัน ใช้เป็นครั้งแรกในปีค.ศ.1762 เสด็จฯออกจากมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ กลับสู่พระราชวังบักกิงแฮม ตามด้วยขบวนรถพระที่นั่งของสมาชิกพระราชวงศ์ กองทหารแห่งอังกฤษและเครือจักรภพ