ไม่อยากเป็น ‘มะเร็ง’ อย่าปล่อยตัวให้อ้วน ที่สหรัฐพบ 40% ของผู้ป่วยมะเร็งล้วนเกี่ยวพันกับการมีน้ำหนักตัวเกิน

(เครดิตภาพจาก www.wsaz.com)

เอเอฟพีอ้างรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา พบว่า 40% ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา หรือคิดเป็นจำนวนกว่า 630,000 ราย มีความเกี่ยวพันกับการมีน้ำหนักตัวเกิน จึงแนะนำเน้นการป้องกันด้วยการควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกิน หรือเข้าข่ายเป็นโรคอ้วน

เบรนด้า ฟิตเจอราล์ด ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา หรือซีดีซี (CDC) กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ในประเทศที่มีผู้ใหญ่ 71% หากไม่เป็นคนที่มีน้ำหนักตัวเกินก็เป็นคนที่เป็นโรคอ้วน ข้อมูลนี้นับเป็นเรื่องที่น่าห่วง การที่คนอเมริกันส่วนใหญ่มีน้ำหนักตัวเกินกว่าที่แนะนำ กระทั่งเข้าเกณฑ์มีน้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วน เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ผลักดันให้ผู้คนเหล่านั้นมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคมะเร็ง ดังนั้น การควบคุมน้ำหนักตัวให้พอดี จึงเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนสามารถทำได้ในการป้องกันโรคมะเร็ง”

ทั้งนี้ การมีน้ำหนักตัวเกิน มีข้อมูลระบุว่าเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดเนื้อร้ายถึง 13 ชนิด รวมทั้งโรคมะเร็งหลอดอาหาร, ไทรอยด์, เต้านม, ถุงน้ำดี, กระเพาะอาหาร, ตับ, ตับอ่อน, ไต, รังไข่, มดลูก, ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

อัตราส่วนของผู้ป่วยมะเร็งที่มีน้ำหนักตัวเกินและสัดส่วนของโรคมะเร็งที่เกี่ยวพันกับโรคอ้วนกำลังมีตัวเลขเพิ่มขึ้น สวนทางกับอัตราส่วนของผู้ป่วยมะเร็งที่มาจากสาเหตุใหม่ ซึ่งมีตัวเลขลดลงนับแต่ปี 1990

(เครดิตภาพจากรอยเตอร์)

ทั้งนี้ มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นมะเร็งที่มีความเกี่ยวพันกับน้ำหนักตัวเพียงชนิดเดียวที่มีตัวเลขลดลงนับแต่ปี 2548-2557 โดยลดลงคิดเป็น 23% อันเป็นผลมาจากการตรวจพบแต่เนิ่นๆ ขณะที่มะเร็งอื่นๆ ทั้งหมดที่มีความเกี่ยวพันกับน้ำหนักตัว มีตัวเลขเพิ่มขึ้น 7% ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา โดย 2 ใน 3 จากผู้ป่วยมะเร็งที่เกี่ยวพันกับน้ำหนักตัวที่ถูกตรวจพบในปี 2557 เป็นกลุ่มคนอายุ 50-74 ปี และเป็นผู้ป่วยหญิงราว 55% เป็นผู้ป่วยชาย 24%

อนึ่ง จากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา มีประชากรในสหรัฐราว 32.8% ที่เข้าเกณฑ์มีน้ำหนักตัวเกิน และ 37.9% เข้าเกณฑ์เป็นโรคอ้วน โดยภาวะที่จัดว่ามีน้ำหนักตัวเกินคือ การมีค่าดัชนีมวลกาย (Body mass index หรือเรียกย่อๆ ว่า BMI/บีเอ็มไอ) ตั้งแต่ 25 ขึ้นไป แต่ถ้ามีค่าดัชนีมวลกาย ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป เรียกว่าเป็นโรคอ้วน

สูตรคำนวณหาดัชนีมวลกายได้แก่ การใช้น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงที่วัดเป็นเมตรยกกำลังสอง

บทความก่อนหน้านี้กู้ภัยหาดใหญ่ปีนจับเหลือมหนัก 11 กก. บนหลังคาสูง 10 ม. สุดท้ายเอาน้ำมันทาตัวงู หวังลื่นหลุด
บทความถัดไปอิ่มบุญถ้วนหน้า กงสุลใหญ่ สปป.ลาว นำทอดกฐิน สืบสานประเพณีเชื่อมสัมพันธ์สองฝั่งโขง