จาก “กิมจิ” สู่ “ต้มยำ” หนทาง “ปรองดอง” ไทย

Korea Summit Press Pool/Pool via Reuters

ผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน เดินจับมือประธานาธิบดี มุน แจ อิน เป็นภาพเหตุการณ์ประทับใจ เป็นข่าวดีของชาวโลก ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์แห่งสันติภาพ

หลังเหตุการณ์ดังกล่าวมีคนเอามาเปรียบเทียบกับประเทศไทย

มีคำถามว่าเกาหลีทะเลาะกันขนาดนี้ ยังปรองดองกันได้ แต่ทำไมคนไทย มีจุดยึดเหนี่ยวเดียวกันแท้ๆ จะปรองดองกันแบบนี้บ้างไม่ได้เชียวหรือ

แต่ก็มีอีกความเห็นมาคัดง้าง  มีบางคนบอกว่าเราคงเอาเหตุการณ์กีฬาสีบ้านเราไปเทียบกับเกาหลีไม่ได้

เพราะเกาหลีเป็นกรณีศึกษาระดับโลก มีปัญหามายาวนาน เป็นปัญหาอันมีรากฐานมาจากการสู้รบ

ปัญหาบ้านเราเป็นเรื่องของฝ่ายอยากเลือกตั้งกับฝ่ายต้องการให้มีผู้เข้ามาควบคุม ไม่ให้ทะเลาะกัน

เพราะผู้มีอำนาจไม่ได้บอกว่าไม่เอาประชาธิปไตย แต่ขอเวลาให้พร้อมกว่านี้ก่อน ถึงค่อยมีการเลือกตั้งคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชนผู้มีสิทธิมีเสียงเลือกตั้ง

ภาพจากแฟ้ม

แต่ปัญหาของเกาหลีเป็นเรื่องของระบอบการปกครอง ระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการ ไปเทียบกันไม่ได้

แต่ถึงที่สุดแล้ว หากทุกคนคิดถึงผลประโยชน์คนส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เชื่อว่าความปรองดอง น่าจะเป็นคำตอบสุดท้ายของความขัดแย้งทั้งหลายทั้งปวง

ลองคิดดูว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในบ้านเรา จนนำไปสู่การปิดถนน เกิดความรุนแรงในบ้านในเมือง เกิดจากอะไรกันแน่

เกิดจากความเห็นที่แตกต่างใช่หรือไม่

หรือว่าเกิดจากความคิดที่ว่าคนนั้นคนนี้ทุจริต แล้วกฎหมายไม่สามารถเอื้อมไปเอาผิดได้ใช่หรือไม่

หรือว่า เกิดจากการเข้าถึงทรัพยากรของคนในชาติไม่เท่าเทียมกันใช่หรือไม่

แล้วถามว่าก็ด้วยเหตุผลเหล่านี้ใช่หรือไม่ที่ทำให้เกาหลีถึงต้องเป็นแบบนี้

ต้องแบ่งประเทศเป็นเหนือเป็นใต้ ญาติพี่น้อง คนเชื้อสายเดียวกันต้องกลายมาเป็นศัตรูกัน คอยแต่จะหวาดผวาว่าใครจะยิงนิวเคลียร์ใส่ก่อนกัน เหมือนเช่นทุกวันนี้

ทำไมเราไม่เอากรณีเกาหลีเป็นบทเรียน เพื่อให้คนไทยหันหน้าเข้ามาปรองดองกัน

ไม่เช่นนั้นแล้ว ไม่ว่าจะปฏิวัติกี่ครั้ง ปฏิรูปกี่หน ด้วยข้ออ้างว่าหาคนกลางมาหย่าศึก

แต่ในที่สุดก็กลับมาอีหรอบเดิมไปไม่ถึงไหน เหมือนหนังม้วนเก่าฉายซ้ำไปซ้ำมา

ถ้าจะเอากันจริงๆ อยากปรองดองได้อย่างที่ทุกคนคาดหวัง และให้เหมือนเกาหลีแล้วล่ะก็

การให้อภัย คือสูตรสำเร็จ

เพราะการให้อภัยนั้น ขึ้นกับว่าเราจะมีความกล้าหาญแค่ไหน

กล้าที่จะให้อภัยได้แม้ถูกกระทำอย่างหนักหนาแค่ไหนก็ตาม

เราดูเกาหลีแล้วย้อนมาดูตัวเราว่า เราจะให้อภัยกับคนที่เราเกลียดชัง ไม่ได้เชียวหรือ

เพื่อความสงบสุขที่จะเกิดขึ้น เราจะได้หันมาช่วยกันพัฒนาบ้านเมืองเพื่อลูกหลานของพวกเราจะได้อยู่กันอย่างสงบสุข

ไม่ต้องแบ่งสีแบ่งค่ายเหมือนกับอดีตอันแสนปวดร้าวของพวกเราทุกคนที่ผ่านมาอีกต่อไป

โดย สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon