ล่าชื่อผู้พิพากษาทั่วประเทศ ยื่นถอด ก.ต.ชั้นฎีกา ชี้พฤติการณ์ไม่สมควรดำรงตำเเหน่ง

อธิบดีศาลภาค 2 ออกหนังสือเวียนกลุ่มผู้พิพากษาให้ร่วมลงนามในหนังสือยื่นถอดถอน ก.ต.ชั้นฎีกา ชี้พฤติการณ์ไม่สมควรดำรงตำเเหน่ง ก.ต.เล็งยื่นเลขาฯศาลยุติธรรมจัดลงมติถอดถอน 28 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ได้เวียนหนังสือนำส่งขอให้เข้าชื่อถอดถอนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) โดยมีเอกสารเเนบ ประกอบด้วยคือ ใบเข้าชื่อขอให้ถอดถอน ก.ต.1 เเผ่น, เเผนผังขั้นตอนการถอดถอน ก.ต. 1 เเผ่น เเละซองใส่ใบเข้าชื่อกลับ 1 ซอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือดังกล่าวได้อ้างถึง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 42 บัญญัติว่า ก.ต.ผู้ใดมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ก.ต.ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติเเห่งกฎหมาย ข้อบังคับ คุณธรรมเเละจริยธรรม หรือกระทำการอันมีมูลเป็นความผิดทางวินัย ถูกกล่าวหา หรือกรณีเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย ข้าราชการตุลาการไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนข้าราชการตุลาการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เว้นเเต่ผู้ดำรงตำเเหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาเข้าชื่อกันขอให้ถอดถอน ก.ต.ออกจากตำเเหน่งได้

ทั้งนี้ การดำเนินกิจการที่จัดให้มีให้มีการเข้าชื่อเเละลงมติเพื่อถอดถอน ก.ต.นั้นระเบียบ ก.ต.ว่าด้วยการเข้าชื่อเเละการลงมติเพื่อถอดถอน ก.ต. พ.ศ.2544 ข้อ 4(3) กำหนดให้ต้องมีรายชื่อผู้เเทนของผู้เข้าชื่อจำนวน 3 คน ในคำร้องขอให้มีการลงมติเพื่อถอดถอน ก.ต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ใบปะหน้าหนังสือเวียนดังกล่าวมีข้อความดังนี้ “เรียนท่านผู้พิพากษาผู้รักสถาบันศาลยุติธรรมทุกท่าน กระผมเริ่มดำเนินการเพื่อเข้าสู่กระบวนการถอดถอน ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลฎีกา โดยจะส่งหนังสือชี้แจงถึงพฤติกรรมอันเป็นเหตุแห่งการถอดถอนให้ทุกท่านได้ทราบเป็นรายบุคคลตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป พร้อมหนังสือเข้าชื่อถอดถอนให้แก่ท่านด้วย (เอกสารดังกล่าวนี้ ท่านน่าจะเห็นจากการส่งต่อทางไลน์กันแล้ว) เมื่อท่านได้รับหนังสือแล้ว หากท่านเห็นด้วยกับกระผมว่า พฤติกรรมของบุคคลตามที่ระบุในหนังสือไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่ง ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิอีกต่อไป กระผมขอความกรุณาท่านลงนามในหนังสือเข้าชื่อ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการพร้อมรับรองสำเนา ใส่ซองที่จัดส่งไปให้ แล้วส่งกลับมาให้กระผมตามที่อยู่ที่พิมพ์ไว้แล้วหน้าซอง เพื่อกระผมจะได้รวบรวมรายชื่อพร้อมคำร้องต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมต่อไป อนึ่ง สำหรับท่านที่ประสงค์จะเป็นผู้ประสานงานในศาลใด ขอให้พิมพ์เอกสารจากไฟล์ PDF ที่ท่านได้รับจากทางไลน์ เพื่อดำเนินการแล้วจัดส่งมาให้ผมโดยตรงที่ ตู้ ปณ.สี่แยกเฉลิมไทย เลขที่ 31 จังหวัดชลบุรี 20002 ผู้ใดประสงค์จะรับเป็นผู้ประสานงาน โปรดติดต่อผมที่หมายเลข xxx”ลงชื่อ นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 วันที่ 8สิงหาคม 2561

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือดังกล่าวระบุพฤติการณ์ สรุปว่า นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 , นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ เเละ น.ส.มณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้เเทนของผู้เข้าชื่อมีความประสงค์ที่จะยื่นคำร้องขอให้มีการลงมติเพื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่ง ก.ต.ในศาลฎีกาคนหนึ่ง ออกจากตำเเหน่ง ด้วยเหตุที่เกิดในศาลจังหวัดเเห่งหนึ่งเเถวภาคตะวันออก ก.ต.คนดังกล่าว ได้เเสดงพฤติการณ์ไม่เหมาะสมต่อผู้พิพากษาที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในห้องพิจารณาคดีต่อหน้าคู่ความ ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่ไม่สมควรดำรงตำเเหน่ง ก.ต. อันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญามาตรา 198 เเละขัดต่อประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ หมวด5 ว่าด้วยจริยธรรมเกี่ยวกับการดำรงตนเเละครอบครัว , ข้อ35 ที่กำหนดให้ผู้พิพากษาต้องเคารพเเละปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อยู่ในกรอบศีลธรรม สุภาพ สำรวมกิริยามารยาท มีอัธยาศัยยึดถือจริยธรรมเเละประเพณีอันดีของตุลาการ ทั้งพึงวางตนเป็นที่เชื่อถือศรัทธา เเละ ข้อ 37 ที่กำหนดให้ผู้พิพากษาจักต้องไม่ก้าวก่ายหรือเเสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบจากการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาอื่น ซึ่งมีมูลอันเป็นความผิดทางวินัย ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม

หากยังคงให้ดำรงตำเเหน่ง ก.ต.ต่อไป ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิอาจใช้ตำเเหน่งดังกล่าวก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ เเทรกเเซงการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล ทำให้เกิดความหวาดเกรงในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาว่าจะถูกกลั่นเเกล้งดำเนินการทางวินัยไม่ชอบ

จึงเรียนมาเพื่อขอให้เข้าชื่อกันถอดถอน ก.ต.บุคคลดังกล่าวส่งมาภายใน 27 สิงหาคม เพื่อรวบรวมรายชื่อเสนอเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเพื่อจัดให้มีการลงมติถอดถอนบุคคลดังกล่าวออกจาก ก.ต.ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล ได้ส่งเอกสารถึงผู้พิพากษา เพิ่มเติมถึงกรณีดำเนินการเพื่อเข้าสู่กระบวนการถอดถอน ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลฎีกา โดยหนังสือ มีใจความว่า “เรียนท่านผู้พิพากษาผู้รักสถาบันศาลยุติธรรมทุกท่าน วันนี้กระผมได้เริ่มจัดส่งเอกสารการเข้าร่วมถอดถอน ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิให้ท่านผู้พิพากษาไปตามศาลต่างๆ จำนวน 52 ศาล สำหรับศาลที่มีผู้ประสานงานเเล้วผมไม่ได้จัดส่งให้ ขอให้ท่านที่อยู่ในศาลที่มีผู้ประสานงานได้โปรดติดต่อผู้ประสานงานในศาลของท่าน”


“โดยรายชื่อศาลที่มีผู้ประสานงานมีดังนี้ 1.ศาลฎีกา 2.ศาลอุทธรณ์กลาง 3.ศาลในภาค 2 4.ศาลในภาค 9 5.ศาลจังหวัดชุมเเพ 6.ศาลอุทธรณ์ภาค 4 7.ศาลจังหวัดเชียงใหม่ 8.ศาลจังหวัดนครสวรรค์ 9.ศาลจังหวัดเเพร่ 10.ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ 11.ศาลจังหวัดศรีสะเกษ 12.ศาลจังหวัดอุบลราชธานี 13.ศาลอาญาทุจริตภาค 1
14.ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ 15.ศาลจังหวัดนครพนม 16.ศาลอุทธรณ์ภาค1 17.ศาลจังหวัดนครราชสีมา”

“สำหรับท่านที่ได้เข้าชื่อร่วมถอดถอนเเล้วนั้นเมื่อเอกสารมาถึงกระผมเเล้ว กระผมขอให้คำมั่นสัญญากับทุกท่านว่าจะรักษาความลับ รายชื่อของผู้ที่เข้าชื่อนั้นจะมีการเปิดเผยเมื่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมนำคำร้องมาปิดประกาศที่สำนักงานศาลยุติธรรมเเละที่หน้าศาลต่างๆทั่วประเทศเท่านั้น กระผมขอเรียนท่านผู้พิพากษาทุกท่านว่าการดำเนินการในเรื่องนี้เป็นการดำเนินการภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย มิประสงค์จะให้เกิดความเเตกเเยกในศาลยุติธรรมเเต่เพราะต้องการป้องปรามมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในภายหน้า เเละกระผมเคารพในการตัดสินใจของทุกท่าน ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2561” หนังสือระบุ

รายงานข่าวเพิ่มเติมอีกว่า กรณีพฤติการณ์ดังกล่าวนั้นสร้างความไม่พอใจเเก่กลุ่มผู้พิพากษาศาลชั้นต้นเป็นจำนวนมากโดยในวันนี้คาดว่าจะมีการลงรายชื่อถอดถอนได้ไม่น้อยกว่า 500 ชื่อ
เเต่อย่างไรก็ตาม ก็เป็นที่น่าจับตามองมากกว่า คือในกรณีที่หากมีการลงรายมือชื่อครบจำนวน 1 ใน 5 เเล้ว ขั้นตอนการลงชื่อว่าจะถอดถอนหรือไม่จะต้องใช้มติเกินกึ่งหนึ่งของผู้พิพากษาทั้งหมดจำนวน 4,555 คน ผลจะออกมาอย่างไรซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีกรณีที่จะมีการเข้าชื่อยื่นถอดถอน ก.ต.มาก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับขั้นตอนการการถอดถอน ก.ต.ตามระเบียบ ก.ต.ว่าด้วยการเข้าชื่อเเละการลงมติเพื่อถอดถอน ก.ต.พ.ศ.2544 กำหนดไว้ว่า เมื่อมีเหตุเเห่งการณ์ถอดถอน ก.ต. เช่น มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมปฏิบัติหน้าที่ ก.ต. เเละส่อจงใช้อำนาจผิดกฎหมาย ข้อบังคับ กระทำผิดวินัยฯ ผู้พิพากษา 1 ใน 5 ต้องเข้าชื่อยื่นคำร้องถอดถอนโดยมีผู้เเทนเข้าชื่อ 3 คน ส่งไปยังเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งเลขาธิการสำนักงานศาลฯจะต้องจัดให้มีการลงมติภายใน 30 วัน โดยจะต้องมีการปิดประกาศคำร้องเเละรายชื่อผู้เข้าถอดถอน ณ ที่ทำการของสำนักงานศาลยุติธรรมเเละศาลยุติธรรมทั่วประเทศ จากนั้นเลขาธิการการสำนักงานศาลฯจะส่งคำร้องให้ผู้ถูกร้องภายใน 7 วัน เพื่อทำคำชี้เเจงกลับมาภายใน 7 วัน

ทั้งนี้ ระหว่างนั้น ก.ต.ผู้ถูกร้องในระหว่างกระบวนการถอดถอนจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ซึ่งระหว่างดำเนินการจะให้มีการปิดประกาศคำชี้เเจงของผู้ถูกร้อง ณ ที่ทำการของสำนักงานศาลยุติธรรมเเละศาลยุติธรรมทั่วประเทศด้วย จากนั้นจึงให้ผู้พิพากษาที่มีอำนาจถอดถอนทั่วประเทศ ทำการลงมติ เเละหากมีมติให้ถอดถอนเกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้พิพากษาทั้งหมดผู้ถูกร้องจะต้องพ้นตำเเหน่งนับเเต่วันนับคะเเนนเสร็จเเละมตินี้ถือเป็นที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานต่ออีกว่า ขณะนี้ผู้พิพากษาที่ประจำในศาลภาค 2 เข้าชื่อเเล้วประมาณ 300คน ซึ่งหนังสือดังกล่าวนั้นมีการส่งเวียนไปยังศาลต่างๆ ทั่วประเทศจึงยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะมีผู้เข้าร่วมลงชื่อเพื่อเข้าสู่กระบวนการถอดถอนประมาณเท่าไหร่ ซึ่งมีการตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องได้ชื่อผู้พิพากษาประมาณ 1,100 คน ตามกฎหมายเเล้วหากมีผู้พิพากษาเข้าชื่อตั้งเเต่ 911 คน ก็จะเข้าเกณฑ์ 1 ใน 5 ตามกฎหมาย โดยการรวบรวมรายชื่อจะเสร็จสิ้นในวันที่ 27 สิงหาคม เเละก็อาจจะยื่นต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมในวันที่ 28 สิงหาคมนี้เลย

ผู้สื่อข่าวรายงานต่ออีกว่าสำหรับผู้พิพากษาทั่วประเทศในขณะมีจำนวน 4,555 คน จำนวน 1 ใน 5 จะเท่ากับ 911 คน

บทความก่อนหน้านี้2 เขื่อนใหญ่กาญจน์ เร่งพร่องน้ำ-ตรวจสอบตัวเขื่อนถี่ขึ้นเพื่อความปลอดภัย ด้านระดับน้ำล้นตลิ่งยังทรงตัว
บทความถัดไปททท.หนุนจัดงานผ้าไทยเทิดไท้ราชินีตลอดส.ค.61
สุรินทร์จัดผ้าไหมของแม่-เปิดเที่ยวอีสาน13ชุมชน