คุก 15 วัน สาวจอดรถขวางหน้าบ้าน’ป้าทุบรถ’ ไม่เคยต้องโทษ รอลงอาญา1ปี

26.11.18 | 12:49 น.
ขอบคุณภาพ จากเฟซบุ๊ค นายอนันต์ชัย ไชยเดช

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 26 พฤศจิกายนที่ ศาลจังหวัดพระโขนง ถนนสรรพาวุธ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.1441/2561 ระหว่างพนักงานอัยการโจทก์ เเละน.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ(ป้าเสียม) อายุ57 ปี,น.ส.มณีรัตน์ แสงภัทรโชติ(ป้าขวาน) อายุ61 ปีเป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง น.ส.รชนีกร เลิศวาสนา อายุ37 เป็นจำเลย ในความผิดฐานจอดรถกีดขวางทางเข้า-ออกอาคารฯ และก่อความเดือดร้อนรำคาญฯ

โดยในวันนี้ น.ส.รัตนฉัตร, น.ส.มณีรัตน์ โจทก์เดินทางมาศาลพร้อมด้วย นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เเละจำเลยเดินทางมาศาล

โดย นาย อนันต์ชัย เปิดเผยภายหลังมีคำพิพากษาว่า วันนี้ ศาลจังหวัดพระโขนง พิพากษาว่า น.ส.รชนีกรจำเลยกระความผิดจริงตามฟ้อง โดยศาลวินิจฉัย ในประเด็นสำคัญ ที่จำเลยอ้างว่าใช้เวลาจอดรถซื้อของเพียง 15 นาที นั้นทางฝ่ายโจทก์อ้างตัวเองเบิกความเป็นพยานว่าน.ส.รชนีกร
จำเลยจอดรถขวางหน้าบ้านไม่สามารถนำรถออกได้ จึงบีบแตรใช้เวลานานถึง 30 นาที หากจำเลยจอดรถใช้เวลาไม่นานโจทก์คงไม่นำเสียมและขวานมาทุบกระจกรถของจำเลย จึงเชื่อว่าจำเลยจอดรถขวางใช้เวลาซื้อของตามความประสงค์ของตนเองโดยไม่คำนึงถึงสิทธิของบุคคลอื่น การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำโดยเล็งเห็นผลต่อโจทก์ร่วมทั้งสองอันเป็นการทำให้โจทก์ร่วมทั้งสองได้รับความเดือดร้อนรำคาญบนถนนสาธารณะ ซึ่งประชาชนชอบที่จะใช้สัญจรได้ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถาน ทั้งเป็นการจอดรถตรงปากทางเข้าออกของอาคารและในลักษณะกีดขวางการจราจรการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้องตามพ.ร.ร.บ.จราจรทางบกมาตรา 57 (10)(15),148 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท ส่วนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 397 วรรคสอง ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ เป็นการกระทำในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัลจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับนั้นเป็นความเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยตามมาตรา 90 พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับจำเลยในความผิดตามพ.ร.บ.จราจรทางบกฯเพื่อให้คดีเลิกกัน
เมื่อคดีนี้พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจลงบันทึกประจำวันเปรียบเทียบปรับเพื่อให้ความผิดทั้งหมดรวมทั้งโทษหนักกว่าเลิกกันได้

จำเลยจึงมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 397 วรรคสอง อันเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษ 397 วรรคสอง เป็นบทที่หนักที่สุดจำคุก 15 วัน และปรับ 5,000 บาท ศาลเห็นว่าจำเลยไม่ปรากฏเคยต้องโทษจำคุกมาก่อนเห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดีโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี

นายอนันต์ชัย ยังระบุอีกว่า ส่วนคดีหมายเลขดำที่ อ.3917/2561 ที่พนักงานอัยการศาลจังหวัดพระโขนง เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนางสาวมณีรัตน์ เเละนางสาวรัตนฉัตร แสงหยกตระการ เป็นตำเลยที่ 1-2ในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ กรณีใช้ขวานเเละเหล็กยาวทุบทำลายรถยนต์ นิสสัน รุ่นนาวารา สีขาว หมายเลขทะเบียน ฎค9297กรุงเทพมหานคร ของ น.ส.รชนิกร
ที่จอดขวางหน้าบ้านตัวเองนั้น ที่ผ่านมาศาลได้เคยนัดไกล่เกลี่ย เเต่ไม่ลงตัวซึ่งเราก็ได้ให้การปฏิเสธไป โดยป้าทั้งสองให้การยอมรับว่าได้ใช้ขวานและเสียม ทุบรถจริง แต่ทำไปเพราะบันดาลโทสะ เพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และผู้เสียหายมีส่วนในการกระทำความผิด ซึ่งศาลนัดสืบพยานโจทก์นัดเเรกวันที่ 7 มีนาคม 2562

Advertisement