แอบอ้างซี้ปึ้ก “ประยุทธ์-บิ๊กจิน” แฉ “เสี่ยนักธุรกิจ” เดินสายร่วมงาน-ถ่ายคู่ โพสต์โชว์ ล่อนักธุรกิจหวังงานรัฐ ดีเอสไอจ่อฟัน

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเบื้องหลังกรณี พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร โฆษกประจำตัว พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ สำนักงานรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง) ได้รับแจ้งมีบุคคลแอบอ้างเป็นคณะทำงานของ พล.อ.อ.ประจิน ไปแสดงตัวในสถานที่และจังหวัดต่างๆ รวมถึงการทำเอกสารสิ่งพิมพ์แอบอ้าง อาทิ นามบัตร ทำให้ผู้พบเห็นเกิดความเข้าใจผิดว่าบุคคลดังกล่าวเป็นคณะทำงานของ พล.อ.อ.ประจิน จริง และอำนวยความสะดวกให้ตามที่ได้รับการร้องขอนั้น โดยข้อเท็จจริง ปัจจุบัน พล.อ.อ.ประจินแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพียง 2 ชุด คือ 1.คณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ของรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง) และ 2.คณะทำงานด้านอำนวยความยุติธรรมและลดความเหลื่อมล้ำ คณะทำงานเกือบทั้งหมดคือบุคลากรที่ปฏิบัติงานอยู่ในสำนักงานของรองนายกรัฐมนตรีเป็นส่วนใหญ่ จึงขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน และหากปรากฏว่ายังมีผู้แอบอ้างเป็นคณะทำงานของ พล.อ.อ.ประจิน ไปกระทำการอันมิชอบใดๆ จะได้มีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไปนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มาที่ไปของเรื่องดังกล่าว เนื่องจากมีชายคนหนึ่งแต่งกายภูมิฐาน สวมสูท ผูกเนกไท เข้าไปยังบริเวณงานเสวนาที่จัดขึ้น ณ กองทัพบก เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยลงทะเบียนว่าเป็นตัวแทนมาจากพรรคการเมืองหนึ่ง พร้อมกับถ่ายรูปร่วมกับ พล.อ.อ.ประจิน และถ่ายรูปร่วมเฟรมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในงานดังกล่าวชายคนเดียวกันนั้นได้เข้าไปพูดคุยกับกลุ่มบุคคลต่างๆ ทำนองว่า มีคอนเน็กชั่น ได้รับงานเป็นโครงการต่างๆ ของรัฐบาล หากมีใครสนใจให้ติดต่อผ่านชายคนนี้ อย่างไรก็ตาม ต่อมา พล.อ.อ.ประจินเกิดข้อสงสัย เนื่องจากชายคนดังกล่าวมีพิรุธ จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ติดตามตรวจสอบว่าเป็นใคร มาจากไหน ผลจากตรวจสอบในทางลับพบว่า ชายคนดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับล็อบบี้ยิสต์คนหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ และเปิดบริษัทของตนเองรับงานอีเวนต์ทั่วไป และโปร์ไฟล์ที่นำไปลงยังโลกออนไลน์ มักจะไปงานที่มีบุคคลสำคัญของรัฐบาลไปร่วม และถ่ายรูปกับรัฐมนตรี ซึ่ง พล.อ.ประจินก็คือหนึ่งในกลุ่มคนที่ชายคนดังกล่าวเอารูปไปแอบอ้างว่ารู้จักสนิทสนม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอแกะรอย โดยมีข้อมูลชื่อ สกุลจริง ที่อยู่ เลขประจำตัว 13 หลักไว้เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการติดตามพฤติกรรม หากพบมีการแอบอ้างชื่อไปหากิน หรือหาประโยชน์ใดๆ และมีผู้ร้องว่าได้รับความเสียหาย จะแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดตามกฎหมาย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image