โดนแล้ว 10 ข้อหา ผอ.สบอ.3 บ้านโป่ง ยันผู้ต้องหาวางแผนล่า ไม่เชื่อข้ออ้างเสือกินวัว

ผญบ.แจง แก๊งล่าเสือโคร่ง ไม่มีประวัติเป็นนายพราน ผอ.สบอ.3 (บ้านโป่ง) ยันผู้ต้องหาวางแผนล่า ไม่เชื่อคำให้การที่อ้างว่าเสือกินวัว ด้านคดีเจอ 10 ข้อหาหนัก

กรณีที่ 5 นายพราน ตั้งแคมป์ขุดหลุมดักเสือโคร่ง โดยนำวัวมาเป็นเหยื่อล่อแล้วใช้อาวุธปืนยิงเสือ 2 ตัว เสียชีวิต นำมาแล่เนื้อถลกเอาหนัง ระหว่างพนักงานพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เข้าจับกุม กลุ่มนายพรานไหวตัววิ่งหลบหนีได้อย่างหวุดหวิด แต่ต่อมาได้เข้ามอบตัว ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ฆ่าเสือเพราะออเดอร์ แค่เพียงต้องการกำจัดเสือที่มากินวัวเท่านั้น

เมื่อวันที่ 14 ม.ค. นายประสาท แดงเถิน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า การนำวัวเข้าไปเลี้ยงในผืนป่า เป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสูงท่วมพื้นที่หน้าเขื่อน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านจะนำวัว-ควายไปเลี้ยง ดังนั้น จึงต้องอพยพขึ้นไปเลี้ยงบริเวณพื้นที่ในป่าด้านบน ทั้งที่บริเวณต้นลำห้วย รวมถึงบริเวณจุดเกิดเหตุ

ซึ่งหากจะรอให้เขื่อนระบายน้ำออก และระดับน้ำลดลง จะต้องใช้เวลานานหลายเดือน แต่หลังจากระดับน้ำลดลง ชาวบ้านก็จะอพยพวัว-ควาย กลับมาเลี้ยงยังจุดเดิม บริเวณหน้าเขื่อน

สำหรับผู้ต้องหาที่จับกุมได้ เป็นลูกบ้านตน ไม่ได้มีวิถีชีวิตในการล่าสัตว์ป่า หรือเป็นพราน เพียงแต่ไปสร้างกระต๊อบไว้เพื่อนำวัว-ควายเข้าไปเลี้ยง ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคาดว่าน่าจะเกิดจากเสือไปกินวัวที่เลี้ยงไว้ ด้วยความโกรธแค้นจึงใช้อาวุธปืนยิงเสือทิ้ง เพื่อป้องกันไม่ให้มากัดวัว-ควายของชาวบ้าน ไม่ใช่ยิงเพื่อนำซากเสือไปขาย

“อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาชาวบ้านไม่เคยมาปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือในเรื่องที่เสือมากินวัวของพวกเขาแต่อย่างใด” นายประสาทกล่าว

ขณะที่ก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาให้การยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากเสือมากัดกินวัวที่พวกตนนำไปเลี้ยง โดยช่วงระยะเวลา 1-2 เดือน วัวถูกเสือกินไปแล้วกว่า 22 ตัว (ที่พบเป็นซาก) และที่หายไปอีกจำนวนหนึ่ง โดยได้ลงมือยิงเสือตัวแรกในช่วงกลางวัน ซึ่งเป็นเสือตัวเมีย จากนั้นก็ดักซุ่มยิงเสือตัวผู้เป็นตัวที่สองในช่วงเวลากลางคืน โดยใช้อาวุธปืนแก๊ปยิงเสือทั้งสองตัว ส่วนอาวุธปืนลูกซอง 5 นัด ที่ยืมมาจากเจ้าหน้าที่ อปพร.นำมาป้องกันตัวเท่านั้น

นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า น.ส.กนกวรรณ ตรุยานนท์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ทำการผ่าพิสูจน์ซากเสือโคร่งทั้ง 2 ตัว เบื้องต้นพบว่าเสือตัวผู้ ถูกยิงจำนวน 3 นัด กระสุนเข้าที่กะโหลก 2 นัด และที่เขี้ยว อีก 1 นัด ส่วนเสือตัวเมีย ถูกยิงที่กะโหลก

ทั้ง 4 นัด เป็นการจ่อยิง โดยผู้ต้องหามีพฤติการณ์ล่าเสือโคร่งด้วยการร่วมกันขุดหลุมดักเอาไว้ โดยนำวัวมาวางเป็นเหยื่อล่อ เมื่อเสือโคร่งลงไปในหลุมเพื่อกินเหยื่อ ทั้งหมดก็ใช้อาวุธปืนระดมจ่อยิงใส่จนเสือตาย

สำหรับเขตอุทยานฯทองผาภูมิ เป็นการพบเสือโคร่งเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏว่ามีเสือโคร่งอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาก่อน ซึ่งอาจบ่งชี้ได้ว่าจำนวนประชากรเสือมีเพิ่มขึ้น และมีการขยายถิ่นที่อยู่อาศัยมาในเขตอุทยานฯทองผาภูมิ

ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีชาวบ้านมาแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ว่าวัวของตนเองถูกเสือกัดกินแต่อย่างใด ซึ่งหากชาวบ้านมาแจ้ง ทางเจ้าหน้าที่ก็จะได้ออกไปติดตามเพื่อป้องปรามเหตุได้

ทั้งนี้ คาดว่าเสือน่าจะมีการย้ายถิ่นเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่อุทยานฯทองผาภูมิ ได้ไม่นานนัก น่าจะในช่วงเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ และชาวบ้านเข้าไปพบร่องรอยของเสือ จึงได้วางแผนฆ่าเสือในที่สุด แต่ไม่น่าจะเป็นขบวนการค้าเสือข้ามชาติแต่อย่างใด

“อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะได้ยกระดับมาตรการป้องกันปราบปรามตามนโยบาย ‘ทส.เป็นหนึ่งเดียว’ และ ‘ทส.ยกกำลัง X’ ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างเข้มข้นต่อไป” นายนิพนธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับในทางคดี เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ได้ตั้งข้อหากับผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ในความผิดฐาน

1.ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

2.ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์

3.ร่วมกันเก็บหาของป่าอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาต

4.ร่วมกันล่อหรือนำสัตว์ป่าออกไปหรือกระทำให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ป่าด้วยประการใดๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติ

5.ร่วมกันเข้าไปดำเนินกิจการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์ในอุทยานแห่งชาติ

6.ร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์หรือาวุธใดๆ เข้าไปในอุทยานแห่งชาติ

7.ยิงปืนทำให้เกิดระเบิด หรือจุดดอกไม้เพลิงในเขตอุทยานแห่งชาติ

8.ร่วมกันทิ้งสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิงซึ่งอาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ในเขตอุทยานแห่งชาติ

9.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

และ 10.ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ขณะที่มีรายงานข่าวว่า ในเวลา 14.30 วันนี้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. รวมทั้งนายประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จะเดินทางมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนด้วยตนเอง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon