09.00 INDEX “ปรับครม.” คือโจทย์ แหลมคม เบื้องหน้า ‘ประยุทธ์ จันทร์โอชา’

09.00 INDEX “ปรับครม.” คือโจทย์ แหลมคม เบื้องหน้า ‘ประยุทธ์ จันทร์โอชา’

ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะออกมาให้การค้ำยันการดำรงอย่ในอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หนักแน่นจริงจัง ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพียงใด แต่สังคมก็ยังไม่เชื่อ

สัมผัสได้จากการขึ้นสู่กระแสสูงของวลีว่าด้วย “นายกฯรักษา การณ์” ประสานกับคำว่า “นายกฯสำรอง”

สะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดเป็นลำดับว่า ไม่เพียงแต่สถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะตกอยู่ในสภาวะ “ขาลง”เสื่อมทรุดลงต่อเนื่อง หากแม้กระทั่งคำพูด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็สิ้นมนต์

การทำความเข้าใจเรื่องนี้ต้องนำเอา “บทบาท”ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาสังเคราะห์อย่างสัมพันธ์กับสภาพความเป็นจริงตั้งแต่หลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา

บทบาทนั้นก็คือบทบาทของ “หนังหน้าไฟ”ในทางการเมืองตั้งแต่ก่อนและหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 นั่นก็คือ การสร้างฐานทางการเมืองให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
คำถามก็คือ นอกจากการบริหาร “อำนาจ”แล้วยังจำเป็นต้องบริหาร “กล้วย”อย่างต่อเนื่องตามสภาพความจำเป็นในทางการเมือง

มีความจำเป็นต้องย้อนกลับไปทบทวนบาง “ถ้อยคำ”ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ทั้งในห้วงที่เป็นเลขาธิการและพ้นจากเลขาธิการพรรค พลังประชารัฐอย่างจริงจัง

ด้านหลัก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยอมรับอำนาจบารมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ติดต่อโดยตรงกับ ส.ส.และนักการเมือง

อำนาจนั้นย่อมมาจาก “เงิน”จำนวนมหาศาลที่ต้องใช้ทั้งก่อนและภายหลังการเลือกตั้ง อย่างที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เรียกอย่างรวบรัดว่ามีความจำเป็นต้องใช้ “กล้วย”มาเป็นอาวุธ

ร้อยละ 80 ของการเสาะหาและนำ “กล้วย”มาเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงอำนาจเป็นบทบาท พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

คำถามนี้เหมือนกับสร้างช่องว่างระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อย่างเป็นรูปธรรม

ทุกการเคลื่อนไหวที่เห็นและเป็นอยู่นับแต่ย่างเข้าเดือนพฤษภาคม เป็นต้นมาจึงเป็น “แยกกันเดิน” เพื่อ “รวมกันตี”

เพียงแต่บทของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คือ ความสงบนิ่ง

เข้าทำนองกระบวนการ “พี่ไม่ต้อง(ลูก)น้องทำเอง”โดยมีวาระแห่งการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญเป็น “ตัวตั้ง”อันแหลมคม

ต้องเลือกระหว่าง “ปรับครม.”หรือนำไปสู่การจำต้อง”ยุบสภา”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon