ผู้เชี่ยวชาญพาตั้งหลักใหม่ กัญชาไม่ใช่พืชไร่ แต่คือ ‘พืชยา’ ชี้อนาคตตลาด ปลูกไม่ดี-สกัดได้ยาก ต้องสร้างมาตรฐานแข่งโลก
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ในงาน “มหกรรม 360 องศา ปลดล็อคกัญชา ประชาชนได้อะไร” วันสุดท้าย ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ภายใต้แนวคิด กัญชาคืนชีวิตสร้างเศรษฐกิจให้ประชาชน ระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้กัญชา-กัญชง เชิงการแพทย์ สำหรับการดูแลสุขภาพ และกระตุ้นเศรษฐกิจ
บรรยากาศเวลา 09.00 น. ที่ห้องสัมมนาหลัก บนชั้น 2 ของสนามช้างฯ เซอร์กิต มีการสัมมนาในหัวข้อ “ทิศทางตลาดสารสกัดกัญชากับอนาคตประเทศไทย” โดยมีนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมกัญชา ในส่วนของการสกัดและแปรรูป ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ท่ามกลางประชาชน และ อสม. ร่วมรับฟังการบรรยายคับคั่ง
รศ.ดร.อภิชาติ บุญทาวัน หัวหน้าสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มทส.) กล่าวถึงธุรกิจกัญชาว่า ในส่วนของตนดูแลเรื่องการพัฒนาระบบการสกัด ไม่ได้ดูเรื่องการปลูก จึงไม่รู้ว่าปลูกอย่างไร แต่ได้เข้าไปดูงานและรับจากส่วนปลูกเอามาสกัด ยกเว้นส่วนราก ใบ ลำต้น ซึ่งจะไม่ได้ส่งมาที่เรา

“การทำบริสุทธิ์สารสกัดจากกัญชา” ไม่ได้ทำง่าย ต้องมีเครื่องจักรราคาแพงและต้องได้มาตรฐานการผลิตด้วย โดยที่มทส.เงินไม่เยอะ จึงต้องทำงานวิจัยของตัวเอง ซึ่งทำมาเยอะ มีการส่งช่อดอก มีคลินิคกัญชาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (รพ.มทส.) นอกจากนี้ ยังมีห้องปฏิบัติการวิจัยสารสกัด เราได้โควต้าในการทดสอบ ช่อดอก 500 กิโลกรัม ซึ่งอยู่ระหว่างทดสอบสารบริสุทธิ์ตั้งต้น และได้รับใบอนุญาตแล้ว
ในกลุ่มของการสกัดกัญชา เรามองว่าเป็นสารเคมี ไม่ได้เป็นพืช มองเป็นองค์ประกอบทางเคมีที่ต้องทำ “สารบริสุทธิ์” ด้วยการสกัดหยาบ แล้วเอาสารปนเปื้อนที่ไม่ต้องการออกไปทั้งหมด ให้ได้เป็น Crude Extract ซึ่งการสกัดแล้วแต่เทคโนโลยี แต่ที่เราใช้ทั่วๆ ไป มี 3 วิธี
ทั้งนี้ รศ.ดร.อภิชาติ แนะนำวิธี Supercritical CO2 Extraction เป็นกระบวนการที่ดี แต่แพงมาก เครื่องราคาหลายสิบล้าน เขาจะแข่งกันที่เทคนิคของการสกัด เครื่องไหนก็ได้ผลเหมือนกัน แต่ต้นจะทำอย่างไรให้ถูก

ต่อมา คือกระบวนการ Organic solvent nanofiltration (OSN) เทคโนโลยีนี้ ไม่ได้มโน มีจริง ซึ่งการทำแบบนี้ จะกรองสารในระดับนาโน
“ที่โรงงาน มีเครื่องจักรหลายตัว มีเครื่องกลั่นน้ำมันกัญชาด้วย เครื่องแยกแบบ HPLC แยก THC กับ CBD กำลังขยายขนาด และทำการตกผลึก มีทั้งระดับห้องปฏิบัติการ และการศึกษาในเชิงลึก เพื่อติดตามการเกิดผลึก นอกจากนี้ ยังมีเครื่องจักรที่ใช้แรงดันสูง เครื่องอบแห้ง เป็นต้น โดยส่วนมากทำทุกตัว ทั้ง CBD และ THC แบบเป็นผง มีการทำวิจัย ลงนามความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เพื่อเอาไปทำยา” รศ.ดร.อภิชาติกล่าว
เมื่อถามว่า รับสกัดด้วยหรือไม่ ? รศ.ดร.อภิชาติเผยว่า ตอนนี้เราทำแบบภาครัฐกับภาครัฐ มีเอ็มโอยู ร่วมกับหลายมหาวิทยาลัย รวมถึง รพ.อภัยภูเบศร ในการส่งช่อดอกที่บริสุทธิ์สูง แต่ยังเป็นมาตรฐาน GLP ไม่ใช่ GMP
แล้วเราจะไปอย่างไรต่อ จะสู้ต่างประเทศได้หรือไม่ ? รศ.ดร.อภิชาติกล่าวว่า ตนเป็นวิศวกรเคมี มองในส่วนการลดต้นทุนการสกัด
“ถ้าเรามีต้นทุนการปลูก มีสารสกัดคุณภาพดี บวกกับเทคโนโลยีที่เราพัฒนาขึ้นมาเอง ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ต้นทุนการสกัดจะลดได้มากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะนำเครื่องเข้ามา แต่ทาง มทส. เงินไม่ค่อยเยอะ จึงต้องพยายามใช้ที่มีอยู่ แม้กระทั่ง หอกลั่นเอทานอล (Ethanol) เราก็เชื่อมเองทั้งหมด เราเห็นว่า เครื่องมืออาจจะไม่ค่อยสะอาดมาก (Hygiene) ในอนาคตอาจจะไปจ้างโรงงานก็ได้ แต่ในอนาคตอันใกล้ เราจะทำสเกลอัพ ทำวัตถุดิบให้ได้ วันละ 300 กิโลกรัม กำลังวางแผนอยู่” รศ.ดร.อภิชาติ กล่าวและว่า “ตอนนี้ปลดล็อกแล้ว การพัฒนากระบวนการผลิต ต้องอัดเต็มที่ ก่อนทำอะไร อย่าไปคิดแต่รายได้ ต้องคิดถึงความเสี่ยง และการดำเนินงานด้วย เพราะเป็นธุรกิจที่กำลังมาแรง
ตัดภาพมาภาคส่วนรัฐบาล เภสัชกร ธนพงศ์ เพ็งผล โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เล่าที่มาของสารสกัดจากกัญชา ก่อนถึงจุดที่จะมาเป็นผลิตภัณฑ์จากกัญชา ว่า ตอนแรกไทยเราจะไม่ทำสารสกัด 99 เปอร์เซ็นต์ เรานำเข้าสารสกัดทั้งหมด แม้กระทั่งพารา แต่เอาจริง “ทำได้” เพราะเรามีเทคโนโลยี แต่ความคุ้มทุนว่ากันอีกที เป็นโจทย์หนึ่ง

“สรุปประเด็นหลักคือ สารสกัดที่มีความต้องการสูง ณ ตอนนี้ คือ CBD แคนาบิไดออล และเทอร์พีน สารออกฤทธ์ฟลาโวนอยด์ ต่อมา คุณภาพของวัตถุดิบ เป็นใจหลัก ปุ๋ย ดิน คุณภาพสายพันธุ์ สำคัญขนาดนั้นกับตลาดโลกจริงหรือไม่ ? สารสกัดที่ได้ตอนนี้ยังมีต้นทุนสูงอยู่ การจะขายสารสกัดได้ ต้องร่วมกับส่วนอื่นๆ อย่าง การท่องเที่ยว สปา ความเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ สำคัญคืองานวิจัยที่มีเฉพาะเรื่องโรคนั้นๆ” ภก.ธนพงศ์กล่าว
ภก.ธนพงศ์กล่าวต่อว่า เราสกัดอะไรในกัญชา หลักๆ ใช้
1.กลุ่มแคนนาบินอยด์ (Cannabinoid)
2.ฟีนอล (Phenols)
3.ฟลาโวนอยด์ (Flavoniods)
4.เทอร์พีน (Terpenes)
5.แอลคาลอยด์ (Alkaloids)

ต้นทางก่อนสกัดต้องมาจากการปลูก ต้นทางเราอยากได้เมล็ดพันธุ์ จึงต้องมาดูการปลูก ว่าเจอแดด เจอความร้อนกี่ชั่วโมง ให้ผลต่างกัน เกี่ยวมาปุ๊บตาก เกี่ยวมาปุ๊บอบ ก็แตกต่าง การสกัดมีหลายวิธี ต้องกำหนดตั้งแต่ต้นทางก่อนว่าเราต้องการสารอะไร แต่ถ้าปลูกไม่ดี จะสกัดได้ยาก ต้นทุนจะสูง
ภก.ธนพงศ์ กล่าวอีกว่า การวางแผนที่ดี การสกัดจะได้ทั้งหมด รวมถึง “กากกัญชา” ที่ใช้ทำปุ๋ย อาหารสัตว์ วัสดุการปลูก
“Fat WAX“ ใช้เพิ่มความชุ่มชื่น ใช้ในเครื่องสำอาง “Flavoniods Terpenes” สารให้กลิ่น ปรุงแต่อาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ส่วน CBD isolated จะได้ CBD บริสุทธิ์ ใช้ทำเป็นยา
ซึ่ง CBD ในตลาดโลกตอนนี้ ราคา 1,000 ดอลลาร์ หรือ 30,000 บาท ต่อ CBD 1 กิโลกรัม โดยบางเว็บไซต์ขาย 100,000 บาท ดอก 10 กิโลกรัม ได้ CBD ไม่เกิน 1 กรัม (10 เปอร์เซ็น)
“อีกตัวหนึ่งถ้าพูดถึงราก ดูของ ‘กรมการแพทย์แผนไทย’ ใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิม ใช้รากกัญชาดองกับเหล้า ถามว่าใช้แอลกอฮอล์สกัด จะเท่ากระบวนการ CO2 หรือไม่ แต่ฝรั่งมีงานวิจัย ใช้ Ethanol ดีกว่าสกัดด้วย CO2 งานวิจัยจะตอบว่าเราจะเดินไปทางไหน นี่คือตัวอย่าง ตัวอย่างสารสกัด Full Spectrum เช่น ขี้ผึ้งกัญชา ขมิ้นชัน เป็นต้น” ภก.ธนพงศ์ระบุ
มีงานวิจัยตัวหนึ่งที่จะนำทาง อย่าง งานวิจัยของอิสราเอล ที่ทดลองเอา กรดแคนนาบิเจอโรลิก (CBGA) และกรดแคนนาบิดิโอลิก (CBDA) มาใช้ในการป้องกันโควิด-19 ซึ่งป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ แสดงว่าไม่ต้องถึง CBD สารอื่นก็มีประโยชน์ ทำให้เรารู้ว่าควรจะมีงานวิจัยและจะไปต่ออย่างไร ให้ได้สารสกัดนั้นๆ
“ทุกโรคไม่ได้หายจากพาราเซตามอล เราต้องสกัดไปจนถึงสารเฉพาะ ไม่ต้องสกัดเยอะ เราสกัดน้อย แต่ให้มีมูลค่า มีวิจัย สกัดน้อย ได้มูลค่าสูง” ภก.ธนพงศ์กล่าว
เมื่อถามว่า มองแนวโน้มธุรกิจกัญชา กัญชง อย่างไร ? ภก.ธนพงศ์ กล่าวว่า ถ้าพืชดีจะได้สารสกัดที่ดี ต่างกันที่การปลูก สารสกัดของเราต้องเป็นเอกลักษณ์ โรงงานสกัดก็จริง แต่ต้นทางคือ ประเภทสารสกัด ว่าจะใช้เพื่อโรคนี้โรคนั้น
เมื่อถามถึงอุปสรรคของการดำเนินงานและการวิจัยเรื่องกัญชา ? ภก.ธนพงศ์ เผยว่า โรงงานเราไม่ใหญ่ ตอนทำน้ำมันกัญชาเหยาะใต้ลิ้น ก็ได้ทุนมาทำ เครื่องจักรกัญชา ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อสกัดกัญชาอย่างเดียว แต่ใช้สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ใช้มานานแล้ว เช่น แยกกากกาแฟ สกัดสีพริก ดึงสารออกมา แต่ประเด็นคือเราจะใช้วิธีไหน ใช้ความดัน อุณหภูมิเท่าไหร่ 2-3 ปีที่ผ่านมา มีคนรู้แต่เขาไม่บอก ต้องไปจ้างนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ หามาหมด ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ใต้ดิน
“สิ่งที่แก้ปัญหา คือทำน้อยๆ เท่าเครื่องจักรนั้นจะพอ หรือแก้ไปเรื่อยๆ เพิ่มความดัน อุณหภูมิ แล้วสารสกัดกัญชาเหนียว ล้างไม่ออกติดมือ ต้องติดกล้องวงจรปิดกันคนเข้า ซึ่งยากมาก ช่วงแรกสาหัสมาก โชคดีที่เราไม่ได้วัดที่ต้นทุน ถ้าวัดที่ต้นทุน ไม่รอดในตอนนั้น
ช่วงแรกๆ ที่ทำน้ำมันกัญชา จากการปลดล็อก ช่วงนั้น ป.ป.ส. บริจากกัญชามาให้ 2 ตัน 2,000 กิโลกรัม เตรียมจะใส่เครื่อง พอไปตรวจโลหะหนัก มียาฆ่าแมลงเต็มไปหมด ฟอยล์ทองจากประเทศเพื่อนบ้าน ต้นทางไม่ดี ปลายทางไปไม่ได้” ภก.ธนพงศ์ระบุ
ทั้งนี้ ในช่วงถามตอบ ประธาน อสม. รายหนึ่งเปิดเผยว่า วัตถุประสงค์หลักที่มา อยากฟังอาจารย์และอยากได้ข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น เพื่อที่จะไปบอกเล่าประชาชนต่อ ว่ามางานนี้ได้อะไร ซึ่งตอนนี้เริ่มได้ความรู้แล้วตั้งแต่ที่อาจารย์พูด และตนเป็นหนึ่งในลูกค้า ที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากอภัยภูเบศร อยากจะแนะนำผลิตภัณฑ์อะไรจากกัญขา ที่สามารถไปบอกต่อได้ ว่า ซื้อใช้เลย ดีแน่
ภก.ธนพงศ์กล่าวว่า หลายที่จะเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบเสียมากกว่า จะใช้ได้เลย แนะนำแบบใช้ภายนอกไปก่อน งานวิจัยพูดไปตอนต้นว่า กัญชาช่วยรักษาโควิด คือการเอาเชื่อมาเลี้ยงในหลอดทอดลอง ใส่ CBGA CBDA ยังไม่มีงานวิจัยไปรับรอง คนก็จะคิดกันว่า ถ้าโควิดเข้าไปในปอด ก็สูบไปเลยสิ แต่กัญชาไม่ได้มีแค่สารเดียว
“การสูบไม่แนะนำ ที่ทำตอนนี้สามารถสกัดง่ายๆ เอาน้ำมันไปเคี่ยวกับใบ ดอก รักษาได้ดี ส่วนดอกใช้แอลกอฮอล์ บดคั้น แก้ปวดข้อดี ใบ ราก ทำให้กินข้าวดี เอาใบไปทำอาหารดี แต่ไม่ต้องเยอะ อะไรที่ออกฤทธิ์กับสมอง คาดเดาไม่ได้ เหมือนเหล้าที่กินตัวนี้ไม่แฮงก์ กัญชาเอาไปกินใส่ต้มไก่ บางคนตื่นมางัวเงีย แฮงก์ก็มี ทุกอย่างเปลี่ยน ในฐานะที่มาใหม่ จะอยู่ยาว-อยู่สั้น ต้องดูกันต่อไป” ภก.ธนพงศ์กล่าว
ด้าน นายศุภจักร ไตรรัตโนภาส บริษัท แปซิฟิก แคนโนเวชั่น จำกัด กล่าวถึงธุรกิจกัญชาว่า ฝั่งของเรา จะช่วยบูรณาการ ช่วยพี่น้องอย่างไรบ้าง เราตั้งขึ้นมาด้วยวิสัยการส่งออก ทำตั้งแต่ต้นจนปลายน้ำ คือ สแดนดาร์ดส่งออก เวลาเราจะขายของไปต่างประเทศ ต้องคำนึงถึงสแตนดาร์ดเขา กลุ่มเราวิ่งไล่สแตนดาร์ด เราปลูก พัฒนาสายพันธุ์ ตอนทำไร่ที่ จ.เชียงใหม่ วิสาหกิจชุมชนหลายเจ้าเข้ามาหา อยากสกัดกับเรา แต่มีไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ที่ผ่านมาตรฐาน ส่วนใหญ่ใช้ไม่ได้ มีสารโลหะหนัก ยาฆ่าแมลงเต็มไปหมด ธุรกิจกัญชา ไม่ใช้พืชสวนพืชไร่ แต่คือธุรกิจพืชยา

ถ้าไปดูโรงงานตอนนี้ สามารถตรวจสารได้ทุกตัว โรงงานเรารับซื้อทั้งกัญชาและกัญชง เวลาพี่น้องส่งดอกมา เราก็ตรวจ เข้าแล็ป ISO 22000 : 2005 มีขั้นสูงกว่านั้น คือ นาโนอิมัลซิไฟ เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงไปอีก เข้ามาดูที่โรงงานของเราได้
“กลุ่มของเรา พร้อมทำงานกับพี่น้อง ใครที่เป็นผู้ประกอบการ ต้องการสกัด ส่งออกให้ได้มาตรฐาน ทำกับเราได้ หรือจะสกัดเองก็ได้ ที่บ้าน มหาวิทยาลัย แต่ถ้าจะส่งออก อย่าทำเองเลย เหนื่อยมาก มาทำกับเราก็ได้ ไม่ใช่แค่เงินทุน มันเป็นเรื่องของการรู้วิธี (Know How) กว่าจะมาวันนี้ได้ ต้องมีพาร์ทเนอร์ บินไปคุย อะไรต่างๆ จะปลูกให้ได้มาตรฐาน ความคิดต้องเปลี่ยน จากพืชสวนพืชไร่ เป็นพืชทางยา”

“ต้องเก็บใส่ถุงแร็พ เก็บในที่ที่ได้มาตรฐาน ยากที่สุดของการทำธุรกิจ คือไม่รู้จะขายใคร สแตนดาร์ดเราคืออะไร แล้วเราทำได้แค่ไหน อยากให้พี่น้องที่ปลูก เข้าใจความหมาย ว่าเป็นการปลูกวัตถุดิบที่ทำยา ไม่อยากเห็นพี่น้องต้องร้องไห้อีก ให้เราช่วยได้ จะได้ไม่ต้องเสียเงินฟรีในการทำธุรกิจ ทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาฟรีไม่คิดตังค์ เราช่วยเพราะอยากให้คนเอาของมาโรงสกัด ไม่อย่างนั้นผมเจ๋งก่อนคนแรก จึงอยากให้ทุกคนปลูกได้อย่างมีมาตรฐาน คนที่ได้มาตรฐานมีน้อยมากๆ มาคุยกันได้” นายศุภจักรกล่าว
ทิศทางการเติบโตของตลาด คุ้มค่าพอที่เกษตรกรจะลงทุนหรือไม่ ? นายศุภจักรชี้ว่า ตนเชื่อและมีความมั่นใจว่า ไทยจะเป็นผู้เล่นขาใหญ่ ในเรื่องสารสกัด กัญชง กัญชง เพราะควรจะปลูกในประเทศแถบร้อน โรงงานสกัด ที่ไหนก็สูสีกัน ถ้าดูข่าวโรงงานที่อเมริกา แคนาดา ยุโรป ไล่ปิดโรงงานเพราะเขาสู้เราไม่ได้

“สุดท้าย เราอาจจะกลายเป็นศูนย์กลางการผลิต เราต้องแข่งให้ชนะเขา สุดท้าย ชนะหรือแพ้วัดกันที่การปลูกที่ดี แล้วได้ต้นทุนต่ำ ลงทุน บวก-ลบไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ เมืองไทยอากาศกำลังดี แต่การลดต้นทุนที่ปลูกให้ได้กำไรดี จะทำอย่างไร อนาคตสดใสอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ลงมาเล่น” นายศุภจักรกล่าว และว่า

ต้นทางคือวัตถุดิบที่มีคุณภาพ บางทีถ้าเอาของไม่ได้คุณภาพมาสกัด เครื่องพัง “วัตถุดิบที่มีคุณภาพ” เป็นยุทธศาสตร์ที่เราจะชนะเขาได้ ด้วยความที่เราซื้อเทคโนโลยีมาจากต่างประเทศ เราสกัดได้ แต่สกัดอย่างไรให้ของหายน้อย หายไป 80 เปอร์เซ็นต์ คือเจ๊ง ต้องลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุด เป็นช่วงที่เราเองค้นขว้าต่อไป

ในตอนหนึ่ง วิศวกรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.นครสวรรค์ เปิดเผยว่า ตนได้สร้างโรงเรือนไป 90 โรงเรือน อยากทราบว่า จะมีการลงนามสัญญาหรือไม่ เพื่อมั่นใจว่าทุนที่เราลงไป ได้กลับแน่อน ?
นายศุภจักร กล่าวว่า ที่บูธ D19 มีตัวแทนทำสัญญา รับซื้อกัญชาจากพี่น้อง
“ถ้าทำทุกอย่างถูกต้อง สามารถกู้ ธกส.ได้ด้วยซ้ำไป ทำสัญญา จะซื้อเท่าไหร่ ได้เมื่อไหร่ เราการันตีได้ว่ารับซื้อแน่นอน ตอนนี้มีคนติดต่อเยอะ ทั้งมาแล้วเรารับซื้อ มาแล้วให้เราช่วยด้วยในเรื่องปุ๋ย เรื่องดิน ใครที่สนใจหาคนรับซื้อ โรงงานเราอยากได้ของใจจะขาด เรากำลังหาคนปลูกให้อยู่ ยิ่งเยอะยิ่งดี น้ำตาจะไหล” นายศุภจักรกล่าว
นายศุภจักรกล่าวอีกด้วยว่า ถ้าดูในนิยามปริมาณการใช้ทั่วโลก CBD มีปริมาณใช้ มากกว่า THC ถึง 30 เท่า
กัญชา ตนสกัดจนเป็น Isolate จึงจะไปใส่ของ ส่วนกัญชงไม่จำกัดสายพันธุ์ แต่กัญชาต้องจำกัด เพราะมีเทอร์พีน มีอะไรต่างกัน เราน่าจะมั่นใจได้ 2 อย่าง 1.ต้นทุนไม่สูงเท่าทำเอง 2.โอกาสพลาดน่าจะต่ำกว่าที่ไม่ได้ปรึกษาเรา 3.มีสัญญารับซื้อรับรอง ซึ่งเอาไปยื่นธนาคารจะทำให้ได้เงินกู้
นายศุภจักร ยังฝากข้อคิดในการดำเนินธุรกิจปิดท้ายด้วยว่า มีทริคเล็กๆ ว่ากัญชาเอาไปทำอะไรได้ ใบกัญชา ต้มน้ำดื่ม ผลค่าเลือดดีขึ้นทันที แต่ต้องมีคุณภาพ ไม่ดีอย่างเดียวคือ สารโลหะหนัก ซึ่งก็มาจากใบ แต่ใบกัญชาดีจริง

