สกู๊ปหน้า 1 : ทุเรียนไทยราคาดี แพงสุดเป็นประวัติการณ์

สกู๊ปหน้า 1 : ทุเรียนไทยราคาดี แพงสุดเป็นประวัติการณ์

เกษตรกรชาวสวนทุเรียนยิ้มไม่หุบ หลังราคาทุเรียนพุ่งไม่มีแผ่ว เริ่มตั้งแต่ต้นฤดูการผลิตปี 2566 ราคาสตาร์ตออกตัวพุ่งสูง ทุเรียนสายพันธุ์กระดุมทอง แพงสมชื่อ ซื้อขายอยู่ที่กิโลกรัมละกว่า 300 บาท ส่วนสายพันธุ์หมอนทอง พวงมณี ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคและคู่ค้าอย่างสาธารณรัฐประชาชนจีน ราคากิโลกรัมละกว่า 250 บาท

แต่สำหรับผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน คำว่า แพง ไม่มีอยู่ในสารบบ หรือพจนานุกรม ต่างส่งทีมงาน นายหน้าลงพื้นที่ออกกว้านซื้อผลผลิตทุเรียนต้นฤดูกาล เรียกกันว่าแทบจะพลิกแผ่นดินหา เนื่องจากต้องแข่งขันทั้งในเรื่องราคา ต้องจัดโปรโมชั่น ร่างสัญญาต่างๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจ โน้มน้าว
ให้ชาวสวนยอมขายผลผลิตทุเรียนให้

ที่สำคัญผลผลิตต้องมี คุณภาพ ตามที่ภาครัฐออกมาตรการควบคุมกำหนดไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ท้องตลาด ตั้งแต่ต้นฤดูกาล เนื่องจากจากจะส่งผลเสียต่อกลไกทั้งระบบในระยะยาว

Advertisement

ราคาทุเรียนพุ่งสูงขึ้นแบบไม่มีแผ่ว ตั้งแต่ต้นฤดูการผลิตเดือนกุมภาพันธ์ ยาวไปจนถึงช่วงพีคผลผลิตออกสู่ตลาดมากสุดช่วงกลางฤดู ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงกลางพฤษภาคม จวบจนเข้าสู่ช่วงปลายฤดูคือมิถุนายน ถือว่าสิ้นสุดฤดูกาลทุเรียน ราคาผลผลิตทุเรียนยังแตะอยู่ที่กิโลกรัม 150-200 บาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 130 บาท ทำให้เกษตรกรชาวสวน ตลอดจนผู้อยู่ในวงการซื้อขาย หรือส่งออกทุเรียนทั้งระบบยิ้มร่า เนื่องจากถือว่าเป็นปีทองทุเรียนไทย ราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์

นายณัฐกฤษฎ์ โอฬารหิรัญรักษ์ รองนายกสมาคมการค้าธุรกิจเกษตรไทย-จีน เปิดเผยถึงยอดประมาณการส่งออกผลผลิตทุเรียนปีนี้ว่า ปรับเพิ่มขึ้นมากน้อยขนาดไหน ยอดการส่งทุเรียนปีนี้ถือว่ามากกว่าทุกปี นับตั้งแต่ต้นฤดูการผลิต จนถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2566 ตอนนี้ส่งออกไปแล้วประมาณ 30,000 ตู้คอนเทนเนอร์ เป็นยอดที่เยอะมาก จากเมื่อ 3 ปีที่แล้ว อยู่ที่ประมาณ 15,000 ตู้ แล้วก็ขึ้นมาที่ 20,000 ตู้ แล้วก็ 25,000 ตู้ ในปีที่ผ่านมา แต่ปีนี้ถึงตอนนี้ส่งออกถึง 33 ตู้

คำถามที่ว่าการเติบโตของตลาดปลายทาง ทำให้ราคาทุเรียนสูงขึ้นนั้น ก็ถือว่ามีส่วน หากมองจำนวนตู้ส่งออก ถือว่ามากขึ้นมาก ทั้งที่ยังไม่หมดฤดูกาลของทั้งภาคตะวันออก ยอดส่งออกมากขึ้น สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา ทำให้จีนปิดประเทศ การค้าการขายหรือคนเข้า-คนออกยากขึ้น เมื่อเปิดประเทศความต้องการมากขึ้น เทคโนโลยีการขนส่งการสื่อสาร สะดวกมากขึ้น ดังนั้น ปีนี้ทุเรียนก็เลยส่งออกมากขึ้น บวกกับผลผลิต หรือจำนวนสวนมากขึ้น

ถ้าหากอากาศดี ทุเรียนรูปทรงดี เหมือนทุกปี เชื่อว่ายอดการส่งออกน่าจะถึง 35,000 ตู้ หรือดีไม่ดีอาจจะสูงถึง 40,000 ตู้ ส่วนราคาสูงขึ้นจนเป็นประวัติการณ์ เริ่มต้นฤดู ทุเรียนสายพันธุ์กระดุมเริ่มที่ กก. 300 กว่าบาท หมอนทอง 250-260 บาท ก็ถือว่าแพง แต่พอของมากขึ้นราคาก็ลดลงมา แต่ถ้ายังอยู่ในอัตราส่วน ก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ เพราะปีนี้ราคาผลผลิตต่ำสุดอยู่ไม่ต่ำกว่า กก. 130 บาท

สำหรับเกรด หรือเบอร์สำหรับส่งออกก็คือไซซ์ AB จะอยู่ที่ 130 บาท ถือว่าราคาสูงกว่าทุกปี ปีที่แล้วราคาต่ำสุดจะอยู่ประมาณ 80-90 บาท ไม่เกิน 100 บาท อีกส่วนดูได้จากจำนวนล้งรับซื้อ โรงคัดบรรจุมากขึ้น ปีนี้มีถึง 600 กว่าโกดัง ถือว่าเยอะมากจากปีก่อน จะมีอยู่ 300-400 โกดังรับซื้อ

ส่วนทุเรียนสายพันธุ์เป็นที่นิยมของตลาดจีน หรือตลาดอื่น 90 เปอร์เซ็นต์ยังคงเป็นหมอนทอง และมีอีกหลายสายพันธุ์ เป็นทางเลือกของลูกค้าปลายทาง เช่น พวงมณี หนามดำโอฉี สายพันธุ์จันทบุรีต่างๆ และพันธุ์พื้นเมืองของจันทบุรี ปัจจุบันก็ได้รับความนิยมสำหรับลูกค้าบางกลุ่ม

ถือเป็นโอกาสสำคัญ ทำให้ชาวสวนภาคตะวันออกของไทยทุ่มทุนดูแลผลผลิต จนได้คุณภาพและค่อนข้างได้รับความนิยมจากพ่อค้าชาวจีน

ด้าน นายฐาปกรณ์ จรรยา อายุ 29 ปี ผู้จัดการล้งทุเรียนเจ้แพร-เฮียวัฒน์ อดีตวิศวกรโยธา ถือว่าเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ เริ่มก้าวเข้ามาสู่วงการทุเรียน มาช่วยครอบครัวดูแลกิจการส่งออกทุเรียน

นายฐาปกรณ์เปิดเผยว่า เข้ามาช่วยงานพ่อได้ประมาณ 3 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้เรียนจบและทำงานเป็นวิศวกรโยธา ควบคุมงานก่อสร้างอาคารสูง วันหนึ่งพ่อเรียกตัวมาช่วยสร้างโกดัง หลังแรกที่จันทบุรี แล้วก็ที่ชุมพรหลังที่ 2 พ่อบอกให้ออกจากงานมาช่วยพ่อ หลังจากนั้นก็เข้ามาอยู่วงการนี้เต็มตัว การส่งของทุเรียนเป็นการส่งแบบประจำเป็นผู้ค้าประจำด้วยกัน ถ้าเรามีสินค้าสามารถส่งออกไปได้เรื่อยๆ ส่วนราคาส่วนใหญ่ฝั่งไทยเป็นคนกำหนด

นับตั้งแต่เข้าวงการทำทุเรียนส่งออกมา ปีนี้นับว่าสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เนื่องจาก 3 ปีที่ผ่านมาจนถึงปีนี้ ราคาแตกต่างกัน ปีที่ผ่านมาถือว่าราคาสูงพอสมควรแล้ว จำได้ราคาตกอยู่ประมาณ กก.ละ 80-90 บาท แต่ปีนี้ถือว่าหลักร้อยบวก ถือว่าราคาโอเคเลย เพราะเดือนที่แล้วราคายังแตะอยู่ที่ กก. 200 บาท ถือว่าสูงสุดแล้ว เหตุผลราคาทุเรียนสูงขึ้น น่าจะมาจากปีนี้เราเข้มงวดเรื่องคุณภาพมากขึ้น เวลาไปถึงจีนผู้บริโภคได้ทานทุเรียนอร่อย ทำให้ความต้องการของลูกค้าคนจีนเพิ่มขึ้น ราคาเพิ่มขึ้นตามมา เพราะไม่พอต่อความต้องการ การผลิตปีนี้ล้งส่งออกทุเรียนไปแล้วประมาณ 60 ตู้ ถือว่าเยอะมาก หากเทียบกับจำนวนล้งผู้ส่งออกมากขึ้น จำนวนทุเรียนเพิ่มขึ้น

ฤดูการผลิตปีต่อไป อยากให้ภาครัฐช่วยดูภาคการขนส่งกับการตลาด ช่วยควบคุมราคากับการขนส่ง ราคาอยากให้สมเหตุสมผล กับทั้งเกษตรกร ผู้ส่งออกและผู้อยู่ในวงการทั้งระบบ ไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ ควบคุมคุณภาพและราคาให้มีมาตรฐานควบคู่กันไปในระยะยาว ตั้งแต่เริ่มจนถึงสิ้นฤดูการผลิต

ส่วนที่ จ.นนทบุรี แหล่งที่มีชื่อเสียงเรื่องการปลูกทุเรียน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของคำขวัญประจำจังหวัดนนทบุรี แสดงถึงการเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายไปทั่วประเทศและต่างประเทศได้เป็นอย่างดี

นางเบญจมาศ แตงไทย ชาวสวนนนท์ เจ้าของสวนทุเรียน อภิรัญญา ทุเรียนนนท์ ตั้งอยู่ที่ศูนย์ไม้ดอกไม้ประดับ ซอยช้าง ถนนราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า ทำสวนทุเรียนนนท์ถือเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 ที่บ้านสวนมีเนื้อที่ปลูกทุเรียนอยู่ 3 ไร่ มีต้นทุเรียน 75 ต้น พันธุ์ก้านยาว หมอนทอง ชะนี นกกระจิบ กบแม่เฒ่า ดาวกระจาย และกระดุม เป็นต้น ปลูกขายเฉพาะภายในประเทศและ จ.นนทบุรี ไม่ได้ส่งออก เพราะกฎระเบียบเยอะ ที่สวนอภิรัญญาการันตีคุณภาพ หากผ่าลูกออกมาเจอเม็ดเน่าหรือขึ้นรา เราให้ลูกใหม่ ผลผลิตปีนี้ ทุเรียนออกมาเยอะ แต่ไม่ถึงกับล้นตลาด ราคาทุเรียนนนท์ยังเท่าเดิม 3,000-15,000 บาท หรือตกกิโลกรัมละ 5,000 บาท คนไทยนิยมรับประทานก้านยาว เพราะเนื้อละมุน ไม่เป็นเส้น หวานพอดีกลมกล่อม ส่วนหมอนทองจะหวานมากกว่า ส่วนมากจะจองกันข้ามปี วางมัดจำล่วงหน้า ตอนนี้ทุเรียนนนท์ค่อนข้างเยอะ เพราะมีการปลูกเสริม

ขอฝากรัฐบาลชุดใหม่ลงมาช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนนนท์ ลดค่าน้ำประปาให้ด้วย เพราะไม่สามารถนำน้ำคลอง หรือแหล่งน้ำในพื้นที่มารดต้นทุเรียนได้ เพราะน้ำเค็ม หรือกร่อย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image