สภาถกญัตติด่วน แก้น้ำท่วม แนะผันน้ำไปพื้นที่เก็บกักน้ำใช้หน้าแล้ง-เสนอแจ้งเตือนภัยผ่านมือถือ

สภาถกญัตติด่วน แก้น้ำท่วม แนะผันน้ำไปพื้นที่เก็บกักน้ำใช้หน้าแล้ง-เสนอแจ้งเตือนภัยผ่านมือถือ ประกาศเขตภัยพิบัติรองรับหลังน้ำลด

เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 4 ตุลาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องขอให้สภาพิจารณาแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้โดยด่วน เพื่อส่งให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป มี 3 ญัตติ เสนอโดยนายธีระชัย แสนแก้ว ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) นายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และนายคริษฐ์ ปานเนียม ส.ส.ตาก พรรคก้าวไกล (ก.ก.)

นายธีระชัย อภิปรายว่า พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบและน่าเป็นห่วงมาก เพราะที่ระบายน้ำจากเขื่อน ต้องมีพื้นที่ที่รองรับมวลน้ำมหาศาล เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้เป็นสถานการณ์ที่ตึง ดังนั้นในพื้นที่นอกคันกั้นน้ำเขื่อนลำปาว ไหลลงมาท่วมบริเวณกาฬสินธุ์ ยโสธร อุบลราชธานี ซึ่งเกิดน้ำท่วมอยู่ในเวลานี้ ซึ่งนายกฯกำลังจะเดินทางไป จ.อุบลราชธานี ยโสธร ในวันที่ 6 ตุลาคมนี้เพื่อหาทางป้องกันซึ่งน้ำท่วมเป็นผลมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงพาดผ่านประเทศไทย

นายธีระชัย กล่าวต่อว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราพูดเรื่องน้ำแล้ง แต่วันนี้ต้องมาพูดเรื่องน้ำท่วม ซึ่งวันนี้กลุ่มลุ่มแม่น้ำน่าน แม่น้ำปิง น้ำยังน้อยอยู่ เพราะมีที่เก็บกักน้ำเพียง 50 เปอร์เซนต์ เนื่องจากฝนตกท้ายเขื่อน ทำให้ไม่มีที่กักเก็บน้ำ วิธีแก้คือ ปิดเปิดประตูระบายน้ำ และสูบน้ำจากหน้าเขื่อนเอาไปไว้หลังเขื่อน เพื่อไว้ใช้หน้าแล้ง ส่วนในภาคอีสาน สถานการณ์น้ำท่วมตอนนี้มีหลายจังหวัดและทุกปีควรควบคุมน้ำจากลำน้ำมูลที่ไหลไปแก่งสะพือ และลำน้ำมูล ไม่มีการผันน้ำออกทางซ้ายหรือขวาลงทุ่งได้ มีอย่างเดียวคือไหลผ่านใจกลางเมืองอุบล ซึ่งทำให้น้ำท่วมขังยาวนานมาก ดังนั้นต้องแก้ปัญหาในจุดนี้

Advertisement

ด้านนายสัญญา อภิปรายว่า น้ำท่วมหนักในตอนนี้คือที่จ.สุโขทัย และกำลังจะไหลลงมาที่จ.พิษณุโลก จ.กำแพงเพชร จ.พิจิตร และจ.นครสวรรค์ โดยผ่านแม่น้ำ ปิง วัง ยม น่าน ลงเจ้าพระยา จึงอยากให้พิจารณาพื้นที่รับน้ำที่อ.ชุมแสง และบางส่วนของ อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ เพราะต้องยอมรับว่าถ้าไม่เก็บกักน้ำที่นี้ ภาคกลางไม่เหลือ เพราะเขื่อนเจ้าพระยา รับน้ำได้ไม่มาก สุดท้ายก็เอ่อล้นมาที่พื้นที่ภาคกลาง วันนี้น้ำเริ่มเข้าชุมแสงแล้ว ซึ่งทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก จึงอยากให้รัฐบาลเตรียมการช่วยเหลือ ทั้งถุงยังชีพ เรือที่ใช้สัญจรในพื้นที่ แม้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ช่วยเหลืออยู่ แต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะต้องรับน้ำ 2-3 เดือน

นายสัญญา กล่าวอีกว่า หากรัฐบาลเตรียมการไว้ประชาชนจะได้รับผลกระทบน้อยลง รวมถึงหลังน้ำลดตลิ่งก็ทรุดไปด้วยก็ต้องแก้ปัญหาและทำให้เป็นรูปธรรมก็จะเป็นประโยชน์มาก ซึ่งแต่ละโครงการก็มีการศึกษาไว้หมดแล้ว

ขณะที่นายคริษฐ์ อภิปรายว่า ต้นตอของปัญหาน้ำท่วมในเขตภาคเหนือตอนล่างที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้มีความสัมพันธ์กับปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก และเกี่ยวพันกับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และผูกพันไปถึงงบประมาณที่ต้องจัดสรรให้แต่กระกรม แต่ละกระทรวง การบริหารจัดการน้ำ การหาพื้นที่ให้น้ำอยู่ เป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ยาก แต่การลงมือทำยากมาก จึงขอเสนอแนะให้หาที่ให้น้ำอยู่เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง และผันน้ำไปช่วยในพื้นที่แห้งแล้งเพื่อแก้ปัญหาแล้งซ้ำซาก รวมทั้งขุดลอกแม่น้ำวัง เพื่อหาทางให้น้ำไปในพื้นที่ที่ต้องการ จึงอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

จากนั้น สมาชิกได้อภิปรายเห็นด้วยกับญัติดังกล่าว พร้อมเสนอแนะให้มีการเตือนภัยว่าช่วงใดเกิดเหตุน้ำท่วม นอกจากผ่านเฟซบุ๊ก หอกระจายข่าว เสียงตามสายผ่านผู้นำชุมชน คงไม่เพียงพอ จึงขอเรียกร้องให้มีการเตือนภัยและภัยพิบัติต่างๆ ไปยังประชาชนทุกคน โดยตรงผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือ “Cell Broadcast” และเห็นว่าพื้นที่ไหนที่น้ำท่วมควรประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ เพื่อรับรองว่าหลังน้ำลดประชาชนจะได้รับการเยียวยา และเร่งสำรวจวางผังเมืองใหม่

หลังสมาชิกอภิปรายเสร็จสิ้น สภาจะส่งความเห็นและข้อเสนอแนะไปให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image