หน้าแรก การเมือง ‘ส.ส.แจ้’ อ้า...

‘ส.ส.แจ้’ อ้าง ถูกร้องคุกคามทางเพศ เพราะร้องทุจริตเด็กบิ๊กก้าวไกล

6.11.23 | 12:50 น.

‘ส.ส.แจ้’ อ้าง ถูกร้องคุกคามทางเพศ เพราะร้องทุจริตเด็กบิ๊กก้าวไกล

จากกรณีที่ พรรคก้าวไกล มีมติขับ นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา หรือ ส.ส.แจ้ ส.ส.ปราจีนบุรี ออกจากการเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล ซึ่งนายวุฒิพงศ์จะต้องหาพรรคสังกัดให้ได้ภายใน 30 วันนั้น

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา แถลงเปิดใจ พร้อมเปิดหลักฐานความขัดแย้งกับผู้ช่วย ส.ส.ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคว่า หลังจากการเลือกตั้งสิ้นสุดลง มีผู้ช่วย ส.ส.ท่านหนึ่ง ตะเวนร้องเรียนแจ้งความตามสถานีตำรวจเพื่อร้องเรียนตนหลายๆ เรื่อง เช่น การไลฟ์สดเพื่อรักษาคะแนน จนมาถึงการคุกคามทางเพศ อย่างที่ทราบดีตนทำงานเรื่องเกี่ยวกับมลพิษใน จ.ปราจีนบุรี มีโรงงานอุตสาหกรรมเยอะมาก ซึ่งมีปัญหาเรื่องซีเซียม ทั้งยังเป็นเป้าหมายการลงทุนอุตสาหกรรมบ่อจำกัดขยะขนาดใหญ่ แต่ตนจะทำงานอย่างไร ถ้าทีมงานผู้ช่วยในจังหวัดมีพฤติกรรมเอื้อรับผลประโยชน์ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ตนไปแจ้งที่พรรค

นายวุฒิพงศ์กล่าวต่อว่า ตนไปแจ้งที่วันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตนเดินทางยื่นเอกสารต่อกรรมการบริหารพรรค ให้เอกสารทุกอย่างพร้อม แต่ตนไม่ทราบว่าเรื่องที่ตนทำ ไปเหยียบเท้ากรรมการบริหารพรรคหรือไม่ เราต้องการจะสะท้อนว่าเรื่องการรับผลประโยชน์ไม่ควรจะเกิดขึ้นในพรรค ตนยึดถือเรื่องการทำการเมืองแบบใหม่และไม่ทุจริตมาตลอด

นายวุฒิพงศ์กล่าวต่อว่า ตนขอเรียกผู้ช่วย ส.ส.คนนี้ว่า “ผู้ช่วย ส.” มีพฤติกรรมในการส่อเอื้อเพื่อซื้อที่ดินบ่อขยะในมูลค่าประมาณ 3.5 ล้านบาท

Advertisement

โดย นายวุฒิพงศ์ นำแชตข้อความในไลน์ที่อ้างว่าเป็นการขอให้ช่วยแบ่งขายที่ดิน โดยระบุว่ามีคนที่มีความรู้แนะนำไปว่าการมอบอำนาจที่จะทำมาขอให้แก้ไขตรงราคาจาก 3.5 ล้านบาท เหลือ 1.7 ล้านบาท สูงกว่าราคาประเมินภาษีจะถูกลง และในแชตมีทั้งผู้ขาย ผู้รับมอบอำนาจการซื้อเป็นของใคร รวมทั้งหนังสือรับมอบอำนาจ ซึ่งจะมีทั้งผู้ขาย บริษัทที่ให้ซื้อ มอบอำนาจให้ใคร และตัวโฉนดขาดไป 1 ปี และมีการเจรจากันอยู่

นอกจากนี้ นายวุฒิพงศ์ ยังนำ 2 คลิปเสียงมาเปิด โดยอ้างว่าเป็นการคุยกันนอกรอบ เนื้อหาเป็นการนัดหมาย และเคยให้สัมภาษณ์โจมตีตัวเอง “อักษร ส.” ซึ่งจนถึงตอนนี้ ในกระบวนการยังไม่มีการตั้งกรรมการสอบ และเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง

นายวุฒิพงศ์กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 24-25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปยื่นเอกสารทุกอย่างให้กับระดับกรรมการบริหารพรรคไปหมดแล้ว

“ผมไม่ทราบว่าเรื่องที่ผมทำ ไปเหยียบเท้ากรรมการบริหารพรรคหรือเปล่า เรื่องนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในพรรคก้าวไกล เราต้องไปตรงมากับเรื่องนี้ ซึ่งผมยึดถือมาตลอดในการทำการเมืองแบบใหม่โดยไม่ทุจริต” นายวุฒิพงศ์กล่าว

นายวุฒิพงศ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ควรมีการสอบสวนอย่างเร่งด่วนในเรื่องการทุจริต แต่ผ่านมา 4 เดือนแล้ว พรรคไม่ควรตอบว่ากำลังตั้งกรรมการวินัยและไม่ได้ละเลยเรื่องทุจริต

นายวุฒิพงศ์กล่าวด้วยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังจากตนออกจากพรรค ก.ก.แล้ว ในกระบวนการทราบว่า ยังไม่มีการตั้งกรรมการทางวินัยขึ้นมาตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงปัจจุบัน ตนคงต้องบอกว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมือง ตนไม่รู้ ไม่ทราบจริงๆ ตนแค่ต้องการทำงานในจังหวัดให้มันเคลียร์ ไม่ทราบว่า เขามีความสนิทกับใคร หรือกรรมการบริหารท่านใดที่ดูแลพื้นที่ในภาคตะวันออก

“ผมไม่รู้ว่าเหยียบเท้ากรรมการบริหารแรงขนาดไหน แต่เรื่องนี้จำเป็นต้องเคลียร์ การทุจริตไม่ว่าหน่วยงานไหน ต่อให้จะเป็นแค่ผู้ช่วย ส.ส. ก็ควรจะมีการสอบสวน และตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เพราะเวลาผ่านมากว่าสี่เดือนแล้ว ไม่สามารถที่จะรอให้เป็นกระแสแล้วค่อยมาทำ ค่อยมาบอกว่าจะตั้งกรรมการวินัย ไม่ควรละเลยเรื่องทุจริต และไม่ควรพูดแบบนั้น เลิกปฏิเสธว่า ผู้ช่วยท่านนี้ไม่ใช่ผู้ช่วย เพราะหลักฐานของตนชี้ให้เห็นว่า มีความสนิทตั้งแต่ร่วมกันทำงานในอนาคตใหม่ ตนไม่ต้องการให้มีการปฏิเสธเช่นนี้” นายวุฒิพงศ์กล่าว

“เรื่องนี้มันคุกรุ่นมาก่อนแล้ว เพราะที่ปราจีนจัดงานสุราก้าวหน้า เมื่อวันที่ 16 กันยายน ซึ่งในโปสเตอร์ไม่มีผม แต่ต่อมา วันที่ 17 กันยายน ผู้ช่วย ส.พาผู้กล่าวหาตนเข้าร้องเรียนที่พรรค ทั้งที่เป็นวันอาทิตย์ ซึ่งใช้เวลาเพียงสัปดาห์เศษเท่านั้นในการตั้งคณะกรรมการวินัย

ภายหลังจากที่ตั้งคณะกรรมการวินัยแล้ว มีการออกมาให้สัมภาษณ์ว่าสัดส่วนกรรมการวินัยเป็นคนนอก ซึ่งผมยืนยันว่าเป็นคนภายใน แต่สุดท้ายนับจากวันที่มีการเข้าไปยื่น และผมเข้าไปชี้แจงในคณะกรรมการวินัย จนถึงวันที่แถลงขับออกจากพรรค มติตั้งแต่การลงพื้นที่ การไปรับ ตั้งเอง ชงเอง แถลงเอง ขอมติเอง (ขณะที่พูดนั้น วุฒิพงศ์สะอื้น เสียงสั่น) ซึ่งผมรู้สึกว่า ผมจะไม่ขออุทธรณ์ และอยากจะชี้แจงในสิ่งที่ผมถูกกระทำ ผมจำเป็นที่ต้องออกมาพูดเพื่อจะเดินหน้าทำงานต่อ

อย่างที่เห็นว่าผมถูกขับออกจากพรรค ให้เวลา 22 วัน แต่กระบวนการทุจริตพรรค กลับซุกไว้ใต้พรม ต้องรอให้ผมออกมาพูดก่อน

เพราะไม่อยากให้มีกระบวนการแบบนี้กับเพื่อนสมาชิก ผมเป็นผู้ถูกกล่าวหา ถึงจะเดินออกมาจากพรรค ก็ยังถูกตามไล่ตีโดยผู้ช่วยท่านนี้ ที่ปล่อยออกมาเรื่อยๆ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ต่างจากศาลเตี้ย ไม่ต่างกระบวนพวกมากลากไป” นายวุฒิพงศ์กล่าว

นายวุฒิพงศ์กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ออกมาพูดในวันนี้ ไม่เกี่ยวกับพรรคแล้ว เกี่ยวกับการทุจริตของผู้ช่วย ส.ส.ของกรรมการบริหารพรรค ตนพูดในฐานะคนที่เคยร้องเรียนแต่ยังถูกเพิกเฉย

“ที่ผ่านมาซึ่งก็มีผู้บริหารพรรคทักหาผมขอให้หยุดพูด ผมบอกว่า ผมหยุดพูด แต่ขอให้ทางพรรคให้เกียรติในการทำงานตามหน้าที่ของตน พรรคต้องมูฟออนพาองคาพยพไปทำงานเป็นฝ่ายค้านเชิงรุกต่อไป” นายวุฒิพงศ์กล่าว