กลายเป็นว่า “คลองสามวา” ไม่ใช่แค่เขตเดือดเฉพาะมีผู้สมัครลงชิงส.ก.มากที่สุดถึง 10 คนในเลือกตั้งรอบนี้เท่านั้น แต่ยังเป็น “จุดปะทะแรก” ที่ “ชัชชาติ” แชมป์เก่า เต็ง 1 ถูกท้าทาย
เมื่อจู่ๆ ขุนพลเพื่อไทย คนกันเอง ก็ออกมาเปิดโปง “ระบอบอากง” ขุดแผลการบริหารงานของกทม.ในยุคที่ผ่านมา ถึงขนาดฮึ่มขู่ยื่นร้อง ป.ป.ช.กันเลยทีเดียว
แน่นอน “จิรายุ ห่วงทรัพย์” อดีตผู้แทนคลองสามวา เพื่อไทย ออกมารอบนี้ อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ เจตนาพุ่งเป้าชัดไปที่ “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” หรือ “อากง” รุ่นพี่วิศวะจุฬาฯ ที่รับหน้าที่ กุนซือคนสำคัญของผู้ว่าฯในยุคที่ผ่านมา
ท่ามกลางอาการลังเลของ “ชัชชาติ” ก่อนจะตัดสินใจไม่ส่งทีมชิงส.ก.ด้วย
ท่ามกลางความไม่ชัดเจนเช่นกันว่า “เพื่อไทย” จะส่งขุนพลลงชิงส.ก.ด้วยหรือไม่
ทว่า “อากง” ได้เคลื่อนไหวคู่ขนาน มีชื่อเป็น “คีย์แมน” คนสำคัญให้กับทีมอิสระ ส่งชิงส.ก.ลงในนาม “กลุ่มคนทำงาน” โดยมีอดีตส.ก. อดีตสมาชิก ที่อยู่ในค่ายเพื่อไทย นับ 10 คนมาเปิดตัวด้วย
จากนั้น “เพื่อไทย” ก็ชัดเจนเปิดตัว “ทีมเพื่อไทย Life ลงตัว” เปิดทางให้ทีมงานสมาชิกพรรคดั่งเดิม ลงชิงส.ก.ในนามพรรคเพื่อไทยได้
นี่จึงทำให้ “จุดแตกหัก” เกิดขึ้นที่นี่คลองสามวา
เพราะ เมื่อกาง 33 เขตที่ “กลุ่มคนทำงาน” กับเขตที่ “เพื่อไทย” ส่งผู้สมัคร ปรากฎชัดว่า “คลองสามวา” เป็นพื้นที่ที่ 2 ค่ายนี้ส่งผู้สมัครชนกัน
ที่สำคัญ ค่ายเพื่อไทย แชมป์เก่า เมื่อปี’65 ก็ไม่ใช่ใคร “นฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์” หลานสาวแท้ๆ ของ “น้าจิรายุ” ผู้เปิดปมร้อน เขย่าชัชชาติ นั่นเอง
ทว่า ในจังหวะที่ “ชัชชาติ” เดินสายหาเสียงที่เขตลาดกระบัง “ส.ส.อิ่ม” ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีตมท.2 พา “อาย” น้องสาว ชวัลพัชร ผู้สมัครส.ก.เพื่อไทย ในเขตนี้ มาต้อนรับ พร้อมประกาศหากชนะ จะสนับสนุนว่าที่ผู้ว่าฯอีกสมัย
ขณะที่ในช่วงเย็น “ชัชชาติ” ไปต่อที่ คันนายาว ก็ปะหน้าลงหาเสียงห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ กับ “ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ” ผู้สมัครส.ก. จากกลุ่มคนทำงาน อดีตคนเพื่อไทย
ในเมื่อเช้า มีภาพหาเสียงกับคนเพื่อไทย เย็นมีภาพหาเสียงกับกลุ่มคนทำงาน ทำให้วันรุ่นขึ้น “จิรายุ” จึงไม่ทน ขุดปมร้อนๆ โชว์หมาแก่
พร้อมเรียกร้องดังๆให้ “ชัชชาติ” พูดไปเลยว่า “กลุ่มคนทำงานเป็นของตัวเอง”

