การส่งต่อความดีไม่มีที่สิ้นสุด เริ่มแล้วที่ล็อกซเล่ย์ ด้วยการให้…ที่จะส่งต่อไปไม่รู้จบ

พลเอกนิพนธ์ ศิริพร (ที่ 6 จากซ้าย) ที่ปรึกษาสุพัฒน์ กรชาลกุล (ที่ 5 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และพันเอก ดร.ประเสริฐ ชูแสง (ที่ 7 จากซ้าย) อดีตผู้บริหาร บมจ.ล็อกซเล่ย์ ถ่ายภาพร่วมกับพนักงานและบุตรหลานที่ได้รับทุนการศึกษาจาก “กองทุน พลเอกนิพนธ์ – คุณสุพัฒน์ – พ.อ.ประเสริฐ” ตามเจตนารมณ์การส่งต่อความดีไม่มีที่สิ้นสุด ณ ห้องประชุมชั้น 18 อาคารล็อกซเล่ย์ คลองเตย เมื่อเร็วๆนี้

“Pay It Forward” เป็นคำที่คนรู้จักแพร่หลายไปทั่วโลก โด่งดังจากภาพยนตร์ซึ่งเป็นเรื่องราวของเด็กชายวัย 11 ขวบ ผู้ที่สามารถเปลี่ยนโลกให้น่าอยู่ได้ด้วยการเริ่มทำความดีจากตัวเอง ช่วยเหลือคนรอบข้างที่เดือดร้อน ส่วนผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือก็มีหน้าที่ตอบแทน โดยการส่งมอบความช่วยเหลือให้แก่ผู้อื่นต่อไปเรื่อยๆ เมื่อมีโอกาส เพียงเท่านี้การทำความดีก็จะเพิ่มขึ้นทวีคูณไม่สิ้นสุด

เป็นที่น่ายินดีที่การส่งต่อความดีแบบนี้มีให้เห็นแล้วในสังคมไทย เช่น “ร้านขนมปังเทวดา” ตั้งอยู่ที่หน้าคณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล ทำโครงการขนมปังฝาก คือการทำบุญโดยฝากขนมปังไว้ให้คนท้อง คนป่วย คนยากไร้ กินฟรีได้ตามจำนวนที่กำหนดในแต่ละวัน หรือ “ร้านยักษ์ใจดี” ย่านพุทธมณฑลสาย 2 ซึ่งเชื่อว่าความสุขและสุขภาพดีส่งต่อได้ จึงมีคูปองหนีบไว้หน้าร้านสำหรับคนที่ไม่มีกำลังทรัพย์ สามารถหยิบคูปองเข้ามาแลกข้าวกะเพรากินฟรีได้ และเปิดโอกาสให้ลูกค้าร่วมทำบุญด้วยการซื้อคูปองฝากไว้ให้คนอื่นๆ ทานต่อๆ กันไปด้วย

แนวคิดของการส่งต่อความดีดังกล่าวได้เกิดขึ้นแล้วที่ “ล็อกซเล่ย์”….โดยความริเริ่มของชายคนหนึ่ง

พ.อ.ดร.ประเสริฐ ชูแสง อดีตผู้บริหารระดับสูงของล็อกซเล่ย์ เป็นผู้จุดประกายความดีนี้ขึ้นด้วยการมอบเงินต้นจำนวน 10 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งเป็น “กองทุน พลเอกนิพนธ์-คุณสุพัฒน์-พ.อ.ประเสริฐ” กองทุนเริ่มต้นเพื่อนำเฉพาะดอกผลของเงินต้นไปช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อย ที่สวัสดิการบางอย่างในระบบของบริษัทอาจยังครอบคลุมไม่ถึง หรือไม่เพียงพอ เช่น กรณีเกิดอุบัติเหตุ อุบัติภัยต่อพนักงาน ไฟไหม้ น้ำท่วม บุคคลในครอบครัวป่วยหนักหรือถึงแก่กรรมอย่างกะทันหัน เป็นต้น

ดังนั้น วัตถุประสงค์ของกองทุนจึงแบ่งการช่วยเหลือเป็น 2 ด้าน คือ กองทุนช่วยเหลือฉุกเฉินสำหรับพนักงานที่ประสบอุบัติภัยต่างๆ และเงินสนับสนุนการศึกษาสำหรับบุตรธิดาของพนักงานผู้มีรายได้น้อย ความใจกว้างของกองทุนนี้คือ ครอบคลุมถึงคนงานที่เข้ามาปฏิบัติงานในอาคารล็อกซเล่ย์ แม้จะไม่ได้เป็นพนักงาน กองทุนนี้ก็พร้อมให้การช่วยเหลือหากคนเหล่านี้ประสบอุบัติภัยต่างๆ


ก้าวแรกในการส่งต่อความดีเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมเมื่อเร็วๆ นี้ คือได้มีการมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรหลานพนักงานผู้มีรายได้น้อยไปแล้วจำนวน 15 ทุน ทุนละ 10,000 บาท แบ่งเป็ยนระดับประถมศึกษา 10 ทุน และระดับมัธยมศึกษา 5 ทุน ซึ่งเป็นการมอบอย่างไม่มีเงื่อนไขผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น ขอแค่สัญญาทางใจผ่านคำปฏิญาณที่ว่า…

“ข้าพเจ้า ด.ช./ด.ญ./นาย/น.ส. ………. ขอสัญญาว่า ข้าพเจ้าจะใช้ทุนการศึกษาที่ได้รับในวันนี้อย่างประหยัด ให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาของข้าพเจ้าโดยแท้จริง และเมื่อข้าพเจ้ามีเงิน 1 แสนบาทแรก ข้าพเจ้านําไปช่วยเหลือการศึกษาแก่เด็ก 3 คน คนละ 3,000 บาท ครับ/ค่ะ”

“ถ้ามีเด็กแม้แต่คนหนึ่ง ‘พยายามทำตามสัญญา’ ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จแล้ว อยากให้ทุกคนส่งต่อความดีต่อไปเรื่อยๆ อย่าคาดหวังว่าจะได้รับผลตอบแทนใดๆ แค่เห็นรอยยิ้ม หรือเห็นความสบายใจของคนที่เราได้ช่วยเหลือแสดงออกมา นั่นก็คือที่สุดของความรู้สึกที่เราได้ส่งต่อแล้วครับ” พ.อ.ดร.ประเสริฐกล่าว

แนวคิดส่งต่อความดีไปอย่างไม่สิ้นสุดนี้ ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริหารและพนักงานล็อกซเล่ย์ ซึ่งยินดีและเต็มใจที่จะสานต่อโครงการดีๆ แบบนี้ และกระจายเมล็ดพันธุ์แห่งการให้ไม่สิ้นสุดออกไปสู่ครอบครัวพนักงานและสังคมรอบข้าง โดยหวังว่า ผู้ที่ได้รับทราบแนวคิดนี้หรือเด็กที่ได้รับทุนในครั้งนี้จะขยายเมล็ดพันธุ์แห่งความดีนี้ต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด…เพื่อให้โลกเราน่าอยู่ขึ้น

เด็กๆ ที่ได้รับทุนการศึกษาจาก “กองทุน พลเอกนิพนธ์-คุณสุพัฒน์-พ.อ.ประเสริฐ” พร้อมใจกันกล่าวคำปฏิญาณว่าจะใช้ทุนการศึกษาที่ได้รับอย่างประหยัด ให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษา และสัญญาว่าอนาคตเมื่อมีเงินถึงหนึ่งแสนบาท จะแบ่งเงินไปช่วยเหลือการศึกษาแก่เด็กคนอื่นๆ ต่อไป ตามเจตนารมณ์การส่งต่อความดีไม่มีที่สิ้นสุด ในพิธีมอบทุนการศึกษา ณ ห้องประชุมชั้น 18 อาคารล็อกซเล่ย์ คลองเตย เมื่อเร็วๆ นี้

 

บทความก่อนหน้านี้นายกฯฝรั่งเศสประกาศแผนสั่งห้ามการชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต จัดการพวก “กั๊กเหลือง”
บทความถัดไปกำชับ ผอ.กกต.ทุกจังหวัด เก็บข้อมูลว่าที่ผู้สมัคร หวั่นมีการร้องเรียนหลังมีพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง