คอลัมน์ เคี้ยวตุ้ย…ตะลุยกิน : กินขากบทอด ‘โอ๊บ โอ๊บ’ อาร์ซีเอ รสชาติจัดจ้านอาหารพื้นเมือง

เปรี้ยวปากนึกอยากกินขากบทอดอร่อยๆ แบบที่เคยไปกินที่เมืองกาญจน์ พี่น้องเพื่อนฝูงชี้ทางสว่างให้ บอกไปร้าน “โอ๊บ โอ๊บ @RCA กบท่ามะกา” สิ อยู่ในซอยอาร์ซีเอนี่เอง

ร้านนี้ตั้งมาประมาณ 10 ปีแล้ว เป็นอาหารพื้นเมืองรสเด็ด มาเปิดให้คนเมืองได้กินกันชนิดที่หลายเสียงคอนเฟิร์มว่ากลิ่นอาย และรสชาติไม่แพ้ของดั้งเดิมอย่างเจ้าตำรับที่เมืองกาญจน์เลยทีเดียวเชียว

จะรออะไรเล่าคะ รู้แล้วก็ต้องจัด!! ทริปนี้มีคนอาสาพาไปลุยซะด้วย

หย่อนก้นลงเก้าอี้ยังไม่ทันได้กางเมนู พี่ๆ เขาจัดแจงสั่งเมนูโปรดตัวเองเสร็จสรรพ เป็นอันว่าเราไม่ต้องทำอะไร นั่งชิล..ชิล รอรับประทานอย่างเดียว

จานแรก “ยำกุ้งฝอย” รสชาติเค็มเปรี้ยวจัดจ้าน สีสันสดใสคลุกเคล้ากับเครื่องสมุนไพรหลายชนิดเอามาเรียกน้ำย่อยกันก่อน

กุ้งฝอยยำ
ข้าวคลุกผัดกะเพรากบทอด

ตามด้วย “กบทอดผัดกะเพรา” ที่จริงออริจินัลเขาจะใช้กบสด ไซซ์ใหญ่ แต่ถ้าลูกค้ารีเควสแบบทอดก่อนแล้วค่อยเอาไปผัดที่ร้านก็จัดให้ ไม่ผิดหวังเลย เพราะไฮไลต์ที่นี่มี 2 จานสุดยอดที่ใครก็ต้องสั่ง คือ กบทอด และ ผัดกะเพรากบ ไอ้เราเอาสองอย่างรวมกัน ได้รสชาติเด็ดขาดไปอีกแบบ เพราะกบที่ทอดแล้วผิวจะเกรียมนิดๆ ข้างในนุ่ม แต่ถ้าใครได้มาแล้วแนะนำให้ลองกินผัดแบบสดด้วย จะได้ชิมรสชาติเนื้อกบแท้ๆ ที่เหนียว นุ่ม ผัดกะเพราเสริมด้วยใบมะกรูด พริกไทยอ่อนเพิ่มความหอม ที่ร้านบอกว่าลูกค้าสามารถระบุได้ว่าจะเอาแต่น่องกบ หรือเนื้อล้วนก็ได้เช่นกัน

“ฉู่ฉี่ปลาเค้าดำ” รสชาติเข้มข้นไม่แพ้สีเครื่องแกงเหลืองอร่ามที่ตำเนื้อปลาแท้ๆ ใส่ลงไปในเครื่องแกงด้วย ส่วนเนื้อปลาเค้าดำทั้งนุ่ม หวาน และไม่คาว หนังจะหนึบๆ หน่อย เป็นปลาธรรมชาติที่จับได้ตามแม่น้ำใหญ่ๆ อย่างแม่น้ำโขง แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำตาปี

เรื่องของเจ้าปลาเค้าดำนี้ เจ้าของร้านอดีตบิ๊กนายตำรวจ พล.ต.ต.ไวพจน์ โชติธาดา ผู้ที่ชื่นชอบการทำและชิมของอร่อย บอกว่า มันคือปลาตระกูลปลาเนื้ออ่อนที่ใหญ่ที่สุด เนื้อนุ่มดี ไม่คาว ตัวใหญ่ที่สุดที่เคยได้มาหนักราว 50 กิโลกรัม ทางมาเลเซีย สิงคโปร์ นิยมรับประทานมาก ปลาชนิดนี้ยังไปโผล่อยู่ในกาพย์เห่เรือของเจ้าฟ้ากุ้งที่เอ่ยชื่อปลาทุกข์ เพราะว่าหนังมันสีดำเลยเป็นปลาทุกข์ ไปอยู่ทางใต้เรียกปลาทก แต่พอขึ้นไปทางสุโขทัย กำแพงเพชรเรียกปลาอีทุกข์

ฉู่ฉี่ปลาเค้าดำ

“ผัดเผ็ดปลากดเหลือง” จานนี้ไม่ได้หากินง่าย ด้วยความที่เป็นปลาธรรมชาติ เลยต้องขึ้นอยู่ว่าที่ตลาดมีของไหม แต่รับรองว่าถ้ามีเมื่อไหร่ได้กินแน่นอน เพราะพี่ไวพจน์เขาเดินตลาดจนสนิทสนมกันดีกับชาวบ้านที่เอามาขาย ชนิดว่าของมีเท่าไหร่โอ๊บโอ๊บกวาดเรียบ

“ลาบปูนา” จานนี้ไม่คิดว่าจะได้กินที่กรุงเทพฯ เพราะทำยาก กว่าจะได้แต่ละจานก็หมดปูไปหลาย วิธีทำคือภูมิปัญญาชาวบ้าน กว่าจะได้กินต้องเอาอกปูไปตำแล้วใช้ผ้าขาวบางคั้นให้หยดลงในน้ำก็กลายเป็นเนื้อ เอาไปปรุงรส แล้วยังต้องอุตสาหะแคะมันปูจากกระดองเล็กๆ ใส่เข้าไปอีก ให้ความหอมหวนชวนน้ำลายไหล รสชาติจะเค็มนำ หวานหน่อยๆ จ้ำกินกับข้าวเหนียวคือประเสริฐสุด มีผักพื้นบ้านกินแกล้มให้ฟิลลิ่งเหมือนได้ไปวิ่งเล่นอยู่ตามท้องทุ่งท้องนา

ต่อกันด้วย “อ่อมผักหวานไข่มดแดง” ชามนี้ไข่มดแดงเต่งๆ ใส่ผักหวานและเห็ดเผาะ แต่ถ้าใครสั่งเพิ่มเห็ดโคนด้วยก็ได้เช่นกัน ซดน้ำคล่องคอดี ส่วนตัวติดที่รสจะหวานไปนิด คิดว่าร้านคงปรุงเพื่อให้เข้าปากคนภาคกลางด้วย

ลาบปูนา
แกงอ่อมผักหวานไข่มดแดง

“คั่ว 2 กุ้ง” จานนี้มีที่มา พี่ไวพจน์เล่าว่า สูตรที่ท่ามะกามีไข่ปลาผัดเผ็ดใส่เครื่องแกง พริกสด ซอยใบมะกรูด ผัดแบบแห้งๆ ที่ร้านนำมาดัดแปลงใช้ไข่ปลากะพงทะเล พอของหมดเลยคิดลองเอาไข่กุ้งมาคั่วดู ซึ่งไข่กุ้งก็คือไข่ปลานั่นแหละ ทีนี้ไปเจอกุ้งป่าที่เนื้อมันเด้งกรอบ เราก็เลยเอามารวมกัน แบ่งปรุงคนละทีแล้วมาจัดจานใส่บล็อกรูปหัวใจแบ่งเป็นชั้นกลายเป็นคั่ว 2 กุ้ง มันคือการแตกเมนูออกมา ลูกค้าก็ชอบ

แซ่บจัดถึงใจกันต่อที่ “ต้มผู้กอง” ชามนี้มีเมนูของ คุณชายถนัดศรี เป็นครู รสชาติจัดจ้าน ด้วยการต้มกระดูกหมูใส่ผักกาดดองให้กลมกล่อม แล้วบีบมะนาวสดใส่ตอนท้ายเพิ่มความจัดจ้าน โรยพริกขี้หนู ใครที่ง่วงอยู่ได้ซดน้ำรับรองตื่น!

ตบท้ายด้วย “โจ๊กศรีประจันต์” เป็นโจ๊กที่ต้มเคี่ยวจนเละนิ่มและข้น กินกับปลาไหลย่างเสิร์ฟพร้อมมะนาว พริกขี้หนูซอย

เมนูนี้ได้มาจากลูกค้ารายหนึ่งเอาสูตรมาให้ลองทำ เป็นสูตรที่อยู่ในขุนช้างขุนแผน ฉบับอ่านใหม่ ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นสูตรที่นางศรีประจันต์สอนนางพิมตอนจะออกเรือน สูตรเด็ดเคล็ดลับเอาใจสามีขนาดนี้ คิดเอาเองว่าอร่อยขนาดไหน จานนี้ไม่ได้ชิมนะคะ แต่อีกคนที่ชิมถึงกับขอดก้นถ้วยกันเลยทีเดียว

พล.ต.ต.ไวพจน์ โชติธาดา

พี่ไวพจน์เล่าเรื่องราวความเป็นมาถึงการเป็นเจ้าของร้านอาหารพื้นบ้านว่า เดิมเป็นคนไม่กินอาหารพื้นบ้านโดยเฉพาะปลาน้ำจืด รู้สึกว่าคาว แต่ช่วงที่ไปเป็นสารวัตรใหญ่อยู่ที่อำเภอท่ามะกา ซึ่งมีแต่ร้านอาหารพื้นบ้านประจำอำเภอ มีไฮไลต์คือกบ เลยมาคิดว่าอายุขนาดนี้แล้ว ควรต้องกินตามเหตุผล ไม่ใช่ตามความเชื่อ ความรู้สึกเหมือนแต่ก่อน

“เมนูแรกที่กินคือ กบผัดกะเพรา พอลองกินเท่านั้นก็ติดใจ ด้วยความที่เป็นเนื้อสัตว์เล็ก มีความละเอียด นุ่ม ก็เลยเริ่มสนใจไปลองกินปลาพื้นบ้านอื่นๆ บวกกับความที่ชอบลองทำอาหารเอง เลยคิดว่าหลังเกษียณไม่อยากจะอยู่เฉยๆ พอมาเจอป้ายเซ้งร้านที่อาร์ซีเอ ก็ตัดสินใจทำ ถึงวันนี้ก็ประมาณ 10 ปีแล้ว”

วันไหนใครนึกอยากกินอาหารพื้นบ้านขึ้นมา ลองมาที่ร้านโอ๊บ โอ๊บ กันค่ะ ราคาสมเหตุสมผล วัตถุดิบดี จานละ 100 กว่าบาทไปถึง 500 กว่าบาท บางเมนูคิดตามน้ำหนักวัตถุดิบ หรืออยากสั่งไปกินที่บ้านก็มีบริการจัดส่ง โทร 08-7052-2753 และ 08-0444-8525

โจ๊กศรีประจันต์
คั่ว 2 กุ้ง
เส้นอุด้งผัดทะเล
ต้มผู้กอง
บทความก่อนหน้านี้คลังปลื้มวันหยุดยาวเงินสะพัดออกต่างจังหวัด
บทความถัดไปชาวเน็ตแห่คอมเมนต์คลิป ‘สาวไทย’ ตบกันกลางถนนเกาหลี ตะโกนลั่น ‘นี่ผัวหนู’