คอลัมน์ ตามรอยพ่อไปชิม : Saruda Finest Pastry สุดยอดร้านเค้กเพสตรี้แห่งเมืองเชียงใหม่

Saruda Exotic Island

ถ้าจะให้แนะนำร้านอร่อยในจังหวัดเชียงใหม่ แน่นอนว่าจะต้องมีร้านประเภทเค้กขนมหวานรวมอยู่ในลายแทงด้วย เพราะเชียงใหม่มีร้านเค้กเพสตรี้ดีๆ สวยหวานมีเสน่ห์เหมือนกับคาแร็กเตอร์เมืองนี้อยู่มากมาย

ซึ่ง ณ วินาทีนี้ ร้านเค้กเพสตรี้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งสุดยอดแห่งร้านเค้กในเชียงใหม่เห็นจะหนีไม่พ้น Saruda (อ่านว่าศรุดา ตามชื่อเจ้าของร้าน) ไปได้ มีชื่อเต็มๆ ว่า Saruda Finest Pastry อยู่ตรง ซอยเชื่อมระหว่างนิมมานเหมินท์ซอย 3 และ 5 ตรงข้ามกับร้านกาแฟ Ristr8to Lab ชื่อดัง (สาขาที่เป็นร้านใหญ่) และ อยู่ติดกับร้านอาหารญี่ปุ่น Tengoku สาขานิมมาน

คุณศรุดาหรือน้องวิวเจ้าของร้านเข้าคอร์สเรียนจากเชฟระดับโลกชาวฝรั่งเศสและสเปนมากกว่า 9 คน อาทิ เชฟ CédricGrolet เชฟ Julien lvarez เชฟ Olivier Bajard หลังจากที่น้องวิวเป็นเพสตรี้เชฟใหญ่ประจำร้าน Mix มานาน จึงขยับขยายมาเปิดร้าน Saruda ใกล้ๆ กันในแนวโมเดิร์นเฟรนช์เพสตรี้

เปิดมาเพียงไม่ถึงปี ร้าน Saruda ก็โดดเด่นเป็นที่กล่าวขานกันทั้งเมือง ที่นี่เลือกใช้แต่วัตถุดิบชั้นเยี่ยมจากเมืองนอก อาทิ ช็อกโกแลต Valrhona จากฝรั่งเศสหลากหลายชนิด ฝักวานิลาจากตาฮิติ พิถีพิถันกับขนมหวานแต่ละตัว ต้องใช้เวลาหลายวันในการทำขั้นตอนซับซ้อน จนได้สุดยอดเค้กหน้าตาดีมากมาย

แต่ละวันจะมีเค้กเพสตรี้ 10 กว่าชนิด ทำชนิดละมากสุดไม่เกิน 30 ชิ้นเท่านั้น หมดแล้วหมดเลย ดังนั้นจึงควรมาตั้งแต่ช่วงกลางวัน

มีอยู่ชิ้นหนึ่งเพียงลิ้มลองคำแรกก็รู้สึกตาโตด้วยความประทับใจ อัลมอนด์ฟรุตทาร์ต (Almond fruit tart) (165 บาท) เป็นทาร์ตผลไม้แห้งอร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา หนึบกรอบหอมได้เคี้ยวผลไม้แห้งและถั่ว ทั้งแอปริคอต ส้มแมนดาริน ลูกพรุน มะเดื่อ(ฟิก) แมคคาเดเมีย พิชตาชิโอ พีแคน ตัวทาร์ตสไตล์ฝรั่งเศสเรียกว่า Tarte au sucre หรือชูการ์พายส์ เนื้อเค้กด้านในทาร์ตคือ ฟรันจิปาน (Almond Frangipane) หรือเค้กอัลมอนด์ครีมของฝรั่งเศส เค้กช็อกโกแลตหน้าตาด้านบนตะปุ่มตะป่ำเหมือนท้าวแสนปม แต่อร่อยล้นเหลือ ชื่อว่า Chocolate Basque P125 (155 บาท) ด้านบนเป็นครัมเบิ้ลช็อกโกแลต ถัดมาคือเนื้อเค้กสไตล์ Basque กึ่งเค้กกึ่งทาร์ต อบแล้วเนื้อฟูกว่าทาร์ตปกติ ด้านในเป็น เพสตรี้ครีมช็อกโกแลต Valrhona P125 เข้มข้นหอมอร่อยเนื้อเนียนมาก

อัลมอนด์ฟรุตทาร์ต

ขนมหวานหน้าตาดีอีกอย่างเป็นก้อนโดมสีม่วง Violetta (175 บาท) ด้านในคือ บลูเบอร์รีคอมโพท (Blueberry compote) หอมหวานกับบลูเบอร์รีชีสพิวเร (Pure) หุ้มด้วยมูสมาสคาร์โปเน่ ซึ่งจะหอมมันสุดยอด และเคลือบ (Glaze) สีม่วงอ่อน อิ่มแค่ไหนก็ต้องสั่ง

ที่ชื่นชอบไม่แพ้กันคือ Anastasia (175 บาท) มีทั้งพิชตาชิโอ้วิปครีมเบาๆ หอมๆ และพิชตาชิโอ้พราลีน หุ้มสตรอเบอร์รีตุ๋น (Confit) ฐานล่างเป็น Sabl tart ร่วนกรอบ ด้านบนมีสตรอว์เบอร์รีนิวซีแลนด์สด เมื่อกินรวมกันในคำเดียวแล้วจะเหมือนขึ้นสวรรค์เลยทีเดียว

ใครก็ตามที่เข้ามายืนหน้าตู้เค้ก จะเกิดอาการตื่นตาตื่นใจไปกับเค้กที่หน้าตาเหมือนผลไม้จริงๆ อย่างเช่น Orange Bliss (195 บาท) เมื่อตักเข้าปากจะรู้สึกถึงรสส้มมากๆ ด้านในเป็นเจลส้มจี๊ดจ๊าดกับเปลือกส้มเชื่อมจนนุ่มหน่อยและมีเนื้อส้ม หุ้มด้วยกานาชมอนเต้ (Ganache Montee) ครีมส้มนุ่มฟู พ่นทับหลายชั้นเหมือนผลส้มจริง มีใบส้มก้านส้มอีกด้วย ฐานล่างเป็นข้าวพองซีเรียลใส่ผิวส้มกับเฮเซลนัทบด

Orange Bliss
Mango Passion

อีกอย่างหน้าตาเป็นลูกแพร์ คือ วิลเลียมส์แพร์ (Williams Pear)(185 บาท) มีทั้งเค้กขนมปังขิงนุ่มๆ ถัดมาคือครีมผสมเหล้า Bailey Irish coffee หอมๆ และมีเนื้อลูกแพร์ตุ๋นกับวานิลลา อีกทั้งมูสคุกกี้ขิงแบบเยอรมัน

มีเค้กหน้าตาเหมือนลูกมะม่วงสุกอีกด้วย ชื่อว่า Mango Passion (175 บาท) ด้านนอกเป็นมูสครีมชีส เนื้อในเป็นเจลเสาวรส ยูซุ และมะม่วง ให้ความเปรี้ยว 3 แบบ ใส่เนื้อมะม่วงสุกด้วย

ต่อด้วยเค้กหน้าตาเหมือนมะพร้าวเฉาะ ชื่อ Exotic Island (175 บาท) เนื้อมะพร้าวเป็นมูสกะทิช็อกโกแลตขาว ไส้ในเป็นมะม่วงกับเสาวรสพิวเร มีเนื้อมะม่วงและเนื้อสับปะรดด้วย ตรงกลางชิ้นคือน้ำเสาวรสผสมไซรับเหล้ามาลิบู

คนชอบช็อกโกแลต ให้ลอง Mr.Autumn (215 บาท) ด้านบนมีมูสช็อกโกแลต 70% ไส้เฮเซลนัทพราลีน ด้านล่างมีช็อกโกแลตกานาชมอนเต้เนียนๆ หุ้มช็อกโกแลตบิสกิตออกแนวบราวนี่ และมีกานาชช็อกโกแลต Valrhona P125 หนืดเข้มข้นมากๆ คำหนึ่งได้หลายรสสัมผัสหลายรสชาติของช็อกโกแลต

ต่อด้วยก้อนอุกกาบาตชื่อ ควอซาร์ (Quasar)(185 บาท) ตัวตะปุ่มตะป่ำคือครัมเบิ้ลช็อกโกแลตกับแคนดี้ที่กินแล้วเป๊าะในปาก มีมูสช็อกโกแลตอีกชนิดไม่ซ้ำตัวอื่น ไส้แยมส้มแมนดาริน และมีทั้งพุดดิ้งช็อกโกแลตเข้มข้นกับบิสกิตกรอบๆ

ยังไม่หมดนะจ๊ะ บลูเบอร์รีทาร์ต (175 บาท) ที่ไม่ธรรมดา มีทั้งครีมกลิ่นดอกเอลเดอร์ อัลมอนด์ครีม และแป้งทาร์ต ก่อนจะราดด้วยบลูเบอร์รีคอมโพทต่างหาก และ เค้กบานาน่าคาราเมล (75 บาท) ที่ขายมาแต่แรกเริ่ม มีทั้งคาราเมลกับกล้วยหอมและเนื้อเค้กกล้วยหอม อีกทั้ง สโคน (Scone) ทั้งแบบอังกฤษเนื้อแน่นๆ (50 บาท) และที่ใส่ลูกเกดเนื้อร่วนๆ (55 บาท) มีแยมโฮมเมดแบบฝรั่งเศสสำหรับทา (15 บาท)

สโคน
Saruda Blooming Tea

นอกจากเค้ก ยังมีเครื่องดื่มเก๋ๆ โดยเฉพาะชาต่างๆ อีกมากมาก แนะนำชาที่ใส่ดอกไม้ต่างๆ ลงไปด้วยเรียกว่า Blooming Tea เป็นชาผสมด้วยชาอู่หลง ชามะลิและชากุหลาบ และเทศกาลต่างๆ เช่น คริสต์มาสและวาเลนไทน์ จะมีเค้กพิเศษน่ารักน่าเอ็นดูเพิ่มสีสันอีกต่างหาก

ใครเข้ามาร้านนี้แล้วจะรู้สึกอบอุ่นเพลิดเพลิน เลือกนั่งทั้งโต๊ะยาวสำหรับเพื่อนฝูงหมู่คณะ โต๊ะแยก และบริเวณด้านนอกเป็นเคาน์เตอร์ไม้ยาวๆ ให้นั่งมองผู้คน

ทุกวันนี้น้องวิวก็ยังเรียนรู้ตระเวนชิมเค้กทั่วยุโรป ตระเวนเรียนกับเชฟระดับโลกอีกอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นอีก ขอเชิญไปชิมได้ทุกวันตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม แล้วจะหลงรักร้านนี้หมดหัวใจแน่นอน


 

Saruda Finest Pastry


โดย คุณศรุดา (วิว) วิรัช

ที่ตั้ง 12 ซอยนิมมานเหมินท์ 3 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200

โทร 09-5224-5536

เปิดบริการ 10.00-21.00 น. ทุกวัน

แนะนำ อัลมอนด์ฟรุตทาร์ต (Almond fruit tart), Chocolate Basque P125, Violetta, Anastasia, Orange Bliss, วิลเลียมส์แพร์ (Williams Pear), Mango Passion, Exotic Island, Mr.Autumn, ควอซาร์ (Quasar), บลูเบอร์รีทาร์ต, เค้กบานาน่าคาราเมล

บทความก่อนหน้านี้เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี เสด็จเป็นประธานประชุม โครงการอนุรักษ์แนวปะการังฯ
บทความถัดไปแทงนศ.สาว ม.ดังภูเก็ตดับสยอง-เพื่อนสาหัส งานปีใหม่สะพานสารสิน ตร.ระดมล่ามือมีด