คอลัมน์ เคี้ยวตุ้ย…ตะลุยกิน : ‘เมซง ไซ่ง่อน’ หลังสวน อร่อยล้ำ รสชาติเวียดนามแท้

ยังนึกแปลกใจว่าทำไมในกรุงเทพฯถึงหา ร้านอาหารเวียดนาม ที่เสิร์ฟ เมนูเวียดนามแท้ๆ ยากเย็นเหลือเกิน เวลานึกอยากทีไรก็หนีไม่พ้นต้องสั่งแหนมเนืองสไตล์ไทยๆ มากินทุกที ก็พอกล้อมแกล้มค่ะ

แต่ถ้าใครเคยไปเที่ยวเวียดนามจะรู้ว่าอาหารเวียดนามมีความหลากหลาย รสชาติอร่อยถูกปาก แถมยังเฮลตี้ คนชอบกินผักร้อยทั้งร้อยรักอาหารเวียดนามแน่นอน

ล่าสุดเพิ่งรู้ว่ามีร้านเวียดนามร้านหนึ่งกำลังมาแรง ตั้งอยู่ โครงการเวลา แอทสินธร วิลเลจ แถวหลังสวน ชื่อร้าน “เมซง ไซ่ง่อน” เสียงดังหนาหูว่ารสชาติเยี่ยม อาทิตย์ที่แล้วก็เลยไปลองชิมมา บอกได้คำเดียวว่า “สมคำร่ำลือ” ค่ะ

อาหารที่ร้านมีราว 30 เมนู ไม่มากไม่น้อย แต่มีความหลากหลายพอสมควร แม่ครัวเป็นคนเวียดนามแท้ ดังนั้นรสชาติจะเป็นอื่นไปไม่ได้

มาไล่เรียงไปทีละจานที่ชิมกันเลยค่ะ

“เต้าหู้ทอดคุณแม่พอลลี่” 150 บาท เมนูนี้เป็นสูตรเฉพาะของคุณพอลลี่ ซึ่งเป็นคุณแม่ของคุณ เพีย ชาวเวียดนามหนึ่งเดียว หนึ่งในสี่หุ้นส่วนของร้านค่ะ ที่มาที่ไปของสูตรมาจากลูกชายที่ไม่ชอบเต้าหู้และไม่ชอบกินผัก คุณแม่เลยลองเอาเต้าหู้ไปทอดให้เหลืองกรอบนอกนุ่มในแล้ววางด้วยต้นหอมซอยที่ปรุงรสชาติ สำหรับคนไม่กินเค็มอาจจะรู้สึกว่าเค็มโดดไปนิด แต่พอกินคู่กับเต้าหู้แล้วเข้ากันอย่างน่าประหลาด

“บุ๋นเด่า” 320 บาท จัดเรียงมาในถาดสวยงาม เป็นเมนูประจำของชาวฮานอย ประกอบด้วย ขนมจีน สันคอหมูลวก เต้าหู้ทอด หมูสับผสมข้าวเม่าทอด ผักสด และน้ำจิ้มกะปิปรุงรสออกหวาน เวลากินก็ตักผสมกันราดน้ำจิ้ม เป็นจานที่รู้สึกทั้งคลีนและฟิน

เต้าหู้ทอดคุณแม่พอลลี่
บุ๋นเด่า


“ยำไหลบัวไซ่ง่อน”
195 บาท เป็นอีกเมนูที่หลายคนกินแล้วติดอกติดใจ ไหลบัวมีความเหนียว กรอบ สด รสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ ทำให้สดชื่น ใส่ผักแพวซอยตัดลงไปให้กลิ่นและรสชาติที่ลงตัว

“บั่นหล่อบ” 150 บาท จานนี้แป้งนุ่มละลายในปาก ไส้กุ้ง จิ้มกับน้ำปลาปรุงรสกลมกล่อม

“บั๋นแบ่ว” 180 บาท ยกเสิร์ฟมาในถ้วยตะไล เมนูนี้หากินไม่ง่ายแม้แต่ในเวียดนามเอง เป็นเมนูของราชสำนัก วิธีทำยากทั้งแป้ง และกุ้งที่โรยหน้า ใช้เวลาทำนาน แต่เวลากินนี่เกลี้ยงในพริบตาค่ะ

“กุ้งพันอ้อย” 320 บาท จานนี้ห้ามพลาด กุ้งเป็นกุ้ง เนื้อสัมผัสนุ่มหยุ่น กินกับน้ำจิ้มรสเปรี้ยวหวานเผ็ดนิดๆ

“เฝอไก่” 195 บาท ซุปเฝอพลิกแพลงจากต้นตำรับที่ต้องใช้ข้อกระดูกวัวในการเคี่ยวน้ำซุป มาเป็นสาหร่ายและเห็ดพอร์ชินี แม้จะมีเสียงสะท้อนจากชาวเวียดนามบางคน แต่คุณเพียยืนยันว่าต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการกินของคนไทยที่หลายคนไม่กินเนื้อ ซึ่งผลลัพธ์ดีเกินคาด น้ำซุปให้ความหอมหวานกลมกล่อมลงตัวมากๆ

กุ้งพันอ้อย


“เนม เนื้อง”
320 บาท เป็นเมนูที่คนไทยเรียกว่า แหนมเนือง นั่นเอง แต่ที่ร้านบอกว่าต้องอ่านแบบเวียดนามเพื่อความถูกต้อง จานนี้แม้จะมีวัตถุดิบที่คล้ายแหนมเนืองบ้านเรา แต่ในรายละเอียดแตกต่างกันทุกอย่าง ตั้งแต่น้ำจิ้มหน้าตาและรสชาติก็คนละเรื่องกับที่เคยกินมา เป็นน้ำจิ้มที่มีรสชาติหวานเค็มอ่อนๆ มีความเหนียวข้นจากข้าวคั่วบดละเอียด ส่วนเครื่องจะมีหมูที่เป็นหมูจริงๆ เทคเจอร์สากนิดๆ มะม่วง แตงล้าน พริกสดดอง กระเทียมดอง ผักเขียวจำพวกโหระพา ใบบัวบก ผักชีฝรั่ง ส่วนวิธีหั่นผักสำหรับเวียดนามแท้จะต้องหั่นแนวยาวเท่านั้น เพราะเวลาเอาไปม้วนจะจัดเรียงได้เป็นระเบียบสวยงาม ซึ่งช่วงที่โควิด-19 ระบาดนี้ทางร้านจะมีบริการห่อให้เรียบร้อย

ตบท้ายด้วยน้ำที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน “คาราเมลตะไคร้มะนาว และบ๊วยเลิฟมะนาว” แก้วละ 120 บาท รสชาติเปรี้ยวหวานหอมสดชื่น

เพีย-Tapir Truong

ได้คุยกับคุณ เพีย-Tapir Truong และคุณ ณุ-พิษณุ สว่างเนตร สองหุ้นส่วนที่มาดูแลร้านในวันนี้ ทำให้รู้ว่าที่มาร้านเกิดจากกลุ่มเพื่อน 3 คน คือ คุณณุ คุณ ปรีชา ตรรกพงศ์ และคุณ นัฐวุธ โรจนพันธกุล ที่ร่วมกันเปิดบริษัทออร์แกไนซ์มาก่อน ทั้งสามคนชอบท่องเที่ยวจนได้รู้จักกับคุณเพีย ช่างภาพชาวเวียดนาม วันหนึ่งชวนมาเที่ยวเมืองไทยแล้วพาไปเลี้ยงอาหารเวียดนาม ปรากฏว่าคุณเพียถึงกับอึ้ง เพราะไม่มีเมนูไหนเป็นอาหารเวียดนามซักอย่างเดียว เป็นที่มาลองเปิดร้านอาหารเล็กๆ ขนาด 4-5 โต๊ะเท่านั้น ในชื่อเมซง ไซ่ง่อน อยู่แถวพระราม 5 กระทั่งเดือนตุลาคม 2562 ก็มายึดทำเลในโครงการเวลา แอทสินธร วิลเลจ เปิดร้านกว้างขวางใหญ่โตขนาด 80 ที่นั่ง มีพื้นที่ทั้งด้านในและด้านนอกบรรยากาศในสวนร่มรื่น

คุณเพียเล่าว่า คุณพ่อเป็นคนดาลัด แม่เป็นคนเว้ แต่ตนเองเกิดที่ไซ่ง่อน เลยเป็นที่มาของชื่อร้านเมซง ไซ่ง่อน และอาหารทุกอย่างที่ร้านเป็นสูตรของแม่ อย่างเนมเนื้องอาหารของแงแจรง (ญาจาง) จริงๆ รสชาติแบบเวียดนามจะหวานเข้มข้น แต่เพื่อสุขภาพก็จะทำออกมาไม่หวานมาก จะให้ออกหวานพอดีผสมเปรี้ยวนิดหน่อย เพราะคนไทยชอบเปรี้ยวกับเผ็ดนิดหน่อย

อีกอย่างที่ต้องปรับ คือ น้ำซุปเฝอ จากเดิมต้องใช้ข้อกระดูกวัวมาเคี่ยว คุณเพียปรับเปลี่ยนมาใช้สาหร่ายและเห็ดพอร์ชินี

พิษณุ สว่างเนตร

คุณเพียบอกว่า สูตรน้ำซุปมีที่มา เริ่มจากคุณพ่อคุณแม่ของหุ้นส่วนคนหนึ่งขอให้ทำอาหารเวียดนามให้กิน เลยคิดจะทำเฝอแต่คุณแม่ไม่กินเนื้อวัว เลยใช้โครงกระดูกไก่เป็นสิบกิโลมาต้มแทน ปรากฏว่าอร่อยมาก ใครๆ ก็เชียร์ให้เปิดร้าน แต่ยังติดตรงที่ความหวานกับเค็มของน้ำซุปยังไม่ลงตัว จนมีจังหวะที่ทั้งกลุ่มไปฝึกปฏิบัติธรรมกัน พระท่านแนะนำว่าจะทำอะไรต้องเรียนรู้ให้ลึกซึ้ง รสชาติอาหารหวานก็ต้องหวานธรรมชาติ เค็มก็ต้องเค็มธรรมชาติ แล้วท่านก็แนะนำสาหร่าย หลังจากวันนั้นก็ได้ดูทีวีโชว์ต่างประเทศอีก มาสะดุดว่าเราต้องเพิ่มวัตถุดิบบางอย่างเพื่อให้เป็นซิกเนเจอร์ของตัวเอง ไม่ให้เหมือนคนอื่น เลยมาลงตัวที่เห็ดพอร์ชินีจากฝรั่งเศส แม้จะมีราคาแพงแต่ทำให้ได้น้ำซุปรสชาติยอดเยี่ยม

สำหรับใครที่มองหาร้านอาหารเวียดนามรสชาติเยี่ยม เชิญที่เมซง ไซ่ง่อน ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปค่ะ ทั้งรสชาติอาหารและบรรยากาศที่ร้าน รับประกันว่าจะกลายเป็นร้านในดวงใจอย่างแน่นอน

ร้านเมซง ไซ่ง่อน (Maison Saigon) โครงการเวลา แอทสินธร วิลเลจ เปิดเวลา 11.00-21.00 น. สำรองที่นั่งโทร 0-2656-4966 หรือเข้าไปดูได้ที่เฟซบุ๊ก Maison Saigon

 

แหนมเนือง
ยำไหลบัวไซ่ง่อน
บั๋นแบ่ว
เฝอไก่
บั่นหล่อบ
คาราเมลตะไคร้มะนาว และบ๊วยเลิฟมะนาว
เพื่อนร่วมโต๊ะช่วงโควิด
บรรยากาศร้าน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล” ยกเคส “บอมเบย์เบอร์ม่า” ใช้เงินงบประมาณที่สูญเปล่า
บทความถัดไป“ตัวแทนผู้ประกอบการธุรกิจข้าวสาร” ลุ้นได้ปลดล็อก 1 ก.ค.นี้