ตะลุยตลาดวังหลัง อิ่มท้อง 300 บาท อร่อย คาว-หวาน (คลิป)

ตะลุยตลาดวังหลัง อิ่มท้อง 300 บาท อร่อย คาว-หวาน

ตลาดวังหลัง – ข้าวของเดี๋ยวนี้ ราคาแพงขึ้นทุกวัน ออกไปเดินตลาดนัดแต่ละครั้ง แบงก์ร้อยก็ปลิวหายไปกับถุงอาหารต่างๆ เสียแล้ว และหากมีเงิน 300 บาท จะสามารถซื้อของกินอะไรได้มากน้อยแค่ไหน เลยได้ไอเดีย จับกลุ่มตะลุย “ตลาดท่าน้ำวังหลัง” หนึ่งในตลาดนัดกลางวัน ยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ ที่ไม่ว่าจะซอยไหนคนก็แน่น โดยเฉพาะกับช่วง 3-4 โมง ที่นักเรียนเลิกเรียนมากันแน่นๆ

น่าทำภารกิจ ช้อปของกินไม่เกิน 300 บาท ดูสักหน่อย

ชมคลิป

หลังเท้าแตะพื้น เมื่อเรือข้ามฟากเทียบท่าที่วังหลัง ก็เห็นร้านรวงต่างๆ ที่เปิดขึ้นใหม่ให้เลือกสรรมากมาย คัดแค่เฉพาะของกินก็น่าจะมีเฉียดร้อยร้านเป็นแน่แท้ หลายๆ ร้านเปิดขายครองใจคนมายาวนาน เริ่มประเดิมร้านแรกด้วยลูกชิ้นปลาทอดเจ้าดังอย่าง “สมหญิง ปลากราย” ที่ขายอยู่ปากซอย 1 ตรงข้ามกับประตูโรงพยาบาลศิริราช ที่ขายมานานมากกว่า 30 ปี แบ่งขายแบบทอด 30-50 บาท หรือจะซื้อเป็นถุง 1 กิโลกรัม 130 บาท เอากลับไปทอดเองก็ได้ น้ำจิ้มนี้ ทำเอง ใช้มะขามเปียก ไม่ใช้น้ำส้มสายชู วันหนึ่งขายตั้งแต่ 8 โมง-1 ทุ่ม ขายดีวันละ 100 กว่ากิโลกรัมเลยทีเดียว

ข้างกัน เราแวะร้านที่ 2 อย่าง ร้านน้ำปั่น ที่ไม่มีชื่อร้านแต่มีเสน่ห์ ขึ้นชื่อเรื่องความสดของผลไม้ ที่ให้เยอะ ให้แน่น แต่ราคาไม่แรง มีทั้ง มะพร้าวเผือก ส้ม แตงโม เสาวรส ลิ้นจี่ กล้วย น้ำผึ้ง หรือชาชงต่างๆ ขายมานานกว่า 30 ปีเช่นกัน พี่ยุวดี เจ้าของร้าน นอกจากปั่นน้ำแล้วก็จะปอกผลไม้กันไว้สดๆ ไม่ทิ้งไว้นานให้เสียคุณค่าทางอาหารและมีกลิ่น แต่ละแก้วไม่ใส่น้ำตาลเยอะ เอาเนื้อ น้ำแข็ง ปั่นรวมกันไป ได้รสชาติผลไม้แท้ๆ ทีเดียว ร้านนี้เราเลือก มะพร้าวนมสด 30 บาท แก้วใหญ่จุกๆ

เดินต่อมาที่ ร้านกุยช่าย (เจ้าเก่าท่าน้ำศิริราช) ช้อปกุยช่ายในราคาเบาๆ 20 บาท ร้านเปิดขายทั้งไส้ผัก เผือก หน่อไม้ มันแกว แบมกลมและแบบเหลี่ยม ส่งตรงความอร่อย 10 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นเช่นกัน

มาถึงร้านของหวานอย่าง ขนมถังแตกป้าติ๋ม เลือกได้ 10 ไส้ ขายดีสุดสุดที่ไม่พ้นฝอยทองกับ มะพร้าวงา มากกว่านี้ยังมี เม็ดขนุน ลูกเกด ข้าวโพด สังขยา เผือก เค็มกุ้ง ชิ้นละ 15-20 บาท ทำกันสดๆ ได้รสชาติแป้งนิ่มๆ ขายดีขนาดมีเป็นสิบเตายังทำไม่ค่อยจะทัน และเพราะทางดูจะแคบเล็กน้อย หากใครจะโทรมาสั่งไว้ก่อน ค่อยโฉบมาเอา ก็จัดไปที่ 08-5937-1193 ทางเราเลือกหน้าฝอยทอง สนนราคา 20 บาท


เลาะเลี้ยวเดินตัดเข้ามาที่ถนนด้านในตลาด มุ่งตรงไปที่ ร้านอรทัยซูชิวังหลัง ร้านใหม่ ใครสะดวกแวะนั่งก็กินเมนูญี่ปุ่นหนักๆ ได้ หน้าร้านมีเคาน์เตอร์ให้สั่งหลากหลายหน้า ทั้งไข่ปลาแซลมอน หมึกยักษ์ สลัดทูน่า สลัดปูอัด โรลแซลมอน ไข่หวาน แคลิฟอร์เนียโรล ราคาตั้งแต่ 5 บาท ถึง 30 บาท เฉลี่ยชิ้นละ 10 บาท เลือกมา 10 ชิ้น ในราคา 62 บาท ข้างกันมีทาโกยากิ 6 ไส้ กุ้ง ปูอัด ทูน่า ปลาหมึก แซลมอน แฮม ทุกชิ้นเท่ากันชิ้นละ 5 บาท เลือกครบทุกไส้มาลองชิมที่ 30 บาท ซื้อง่าย กินง่าย อร่อยถูกปากสมราคา

ซูชิเต็มๆ คำ
ทาโกะยากิ

กำเงินที่เหลือ 108 บาท มุ่งหน้าไปที่ ร้านหมูทอดชาววัง เจ้าแรกศิริราชวังหลัง กับรสชาติหมูที่หวาน มัน ขีดละ 40 บาท กินกับข้าวเหนียวแน่นๆ ทั้งสีขาว สีดำ ถุงละ 10 บาท อิ่มอร่อยเต็มพุง

ปิดท้ายด้วยร้านขนมปังชื่อดังที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ที คิวก็ไม่เคยสั้นลง กับ ขนมปังวังหลัง วังหลังเบเกอรี่ ไส้แน่นๆ มีทั้งไส้คาว อย่างพิซซ่าปูอัด หมูหยอง เบคอน กะหรี่ไก่ หมูสับไข่เค็ม หรือไส้หวาน ลูกเกด เนยสด สังขยาใบเตย ช็อกโกแลตลูกเกด ผลไม้ลูกเกด และมะพร้าวนมสด ก้อนละ 50 บาท

เหลือเงินไว้ 8 บาท เป็นค่าเรือข้ามกลับมาที่ท่าพระจันทร์ยังได้

อิ่มอร่อยเต็มๆ วัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ไล่ออกแล้ว! รปภ.แอบถ่ายผู้โดยสารในสถานีรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที โพสต์คุกคามทางเพศ
บทความถัดไป‘บิ๊กป้อม’ เร่งขับเคลื่อนแผนพัฒนาแหล่งน้ำ 6 ด้าน 557 โครงการ เพื่อประโยชน์ต่อปชช.