‘เผ็ดเผ็ด’ รสแซ่บฉบับคนเมืองกินได้ คนอีสานหายคิดถึงบ้าน

‘เผ็ดเผ็ด’ รสแซ่บฉบับคนเมืองกินได้ คนอีสานหายคิดถึงบ้าน

เผ็ดเผ็ด (Phed Phed) ร้านอาหารกลิ่นอายอีสาน ที่ใช้เวลาเพียง 4 ปีในการขยายสาขาทั่วกรุงทั้งหมดจำนวน 5 สาขา ซึ่ง เผ็ดเผ็ด บิสโทร ได้รับรางวัลบิบ กูร์มองด์ จากคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2564 การันตีความอร่อยที่เริ่มต้นจากสองมือของคนสองคนคือ ต้อม – ณัฐพงศ์ แซ่หู และ โอม – ณัฐกร จิวะรังสินี เจ้าของร้านเผ็ดเผ็ด ที่ถอดชีวิต ความหลงใหล ต่ออาหารและการเดินทางจากนครพนมสู่กรุงเทพมหานคร

ต้อม เล่าถึงที่มาของการเปิดร้านว่า เขาคลุกคลีและซึมซับความรักในการทำอาหารจากคุณแม่ และที่บ้านทำธุรกิจโต๊ะจีนอยู่แล้ว จึงลงมือช่วยงานอยู่บ่อยครั้ง ประกอบกับจับพลัดจับผลูได้เข้ามาทำงานที่เมืองหลวง ต้อมตะเวนหากินส้มตำรสชาติเหมือนทานที่บ้านนครพนมก็ไม่พบสักที จึงเกิดเป็นไอเดียว่าอยากจะเปิด “ร้านส้มตำในอุดมคติ” ที่ตนอยากทานทุกๆ วัน ซึ่งก็เปิดมาแล้ว 4 ปีจากร้านเล็กๆ สู่ 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ โดยแต่ละสาขาแตกต่างกันทั้งคอนเซ็ปและเมนู

“เมนูจะเปลี่ยนบ่อยๆ เพราะอยากให้ลูกค้าได้ลองอะไรที่หลากหลาย สนุกและตื่นเต้นไปด้วย ร้านเราค่อนข้างเล็ก สาขาแรกก็มีแค่ 4 โต๊ะ เลยพยายามขยายสาขาเรื่อยๆ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย แต่ก็ยังคงคอนเซ็ปของแต่ละสาขาไว้เหมือนเดิม วัตถุดิบคัดทุกอย่าง จากไทย 90% นำเข้าประมาณ 10% เป็นอาหารที่มีกลิ่นอายของอีสาน” เจ้าของร้านกล่าว

ด้วยเมนูที่หลากหลายจนนับแทบไม่ถ้วน หลายคนอาจจะเลือกยากว่าจะทานอะไรดี

เริ่มที่ สาขาแรก เผ็ดเผ็ด คาเฟ่ ซ.ประดิพัทธ์ 20 (BTS สะพานควาย) คอนเซ็ปอาหารอีสานฉบับคนเมืองกิน โดยเมนูเด็ดคือ “ตำมังคุดกะปิน้ำตาลอ้อย” มังคุดคัดส่งตรงจากนครศรีธรรมราช เลือกมังคุดที่ยังไม่สุกแต่ใกล้จะเป็นสีม่วงมาปอกเอายางออกจนเหลือแต่เนื้อมังคุด เนื้อจะกรอบมาก รสสัมผัสคล้ายมะม่วง เม็ดจะอ่อนสามารถเคี้ยวได้ มาตำกับกะปิสั่งทำพิเศษ น้ำตาลอ้อยมาจากลาว มีกลิ่นหอมกว่า บอกเลยว่าเข้ากันสุดๆ

ตำมังคุดกะปิน้ำตาลอ้อย

ต่อด้วยสาขาที่สอง เผ็ดเผ็ด บิสโทร โครงการ เดอะเซอเคิล (ราชพฤกษ์-ตลิ่งชัน) โฮมคุ้กกิ้งที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรสมือคุณแม่ของเจ้าของร้าน เมนูเด็ดคือ “ตำหลวงพระบาง” ที่ทุกโต๊ะต้องสั่ง เส้นมะละกอแบนๆ ตำกับปลาร้า กะปิสูตรพิเศษที่เจ้าของร้านแย้มว่ามาจากการผสมกันของกะปิถึง 6 ชนิด และน้ำปูที่เคี่ยวเองนานกว่า 5 วัน ช่วยชูรสให้นัวขึ้น พริกที่ใช้จะเป็นพริกกะเหรี่ยง รสชาติจะออกเปรี้ยว เค็ม เผ็ด และหวานตาม สูดปากซี้ดด

ตำหลวงพระบาง

และเพราะกระแสตอบรับดีมาก จึงเปิดสาขาเพิ่มแห่งที่สาม เผ็ดเผ็ด กราว คลองลัดมะยม โซน3 (กาญจนาฯ-พุทธมณฑล สาย1) เป็นสาขาที่แต่ละเมนูจะทำให้คนอีสานหายคิดถึงบ้าน เพราะมีหมดไม่ว่าจะเป็นป่น ปลานึ่ง ปลาปิ้งโดยรสชาติจะออกโทนคนอีสานกิน คือเผ็ดเค็ม จะไม่ได้เน้นหวานเหมือนส้มตำทางกรุงเทพฯ เมนูแนะนำต้องนี่เลย “ขนมจีนน้ำยา” โดย 2 น้ำยาเด็ดคือ “น้ำยาแกงไก่กะทิโคราช” และ “น้่ำยาป่นปลาช่อน” แซ่บนัวและเข้มข้นมว้าก

ขนมจีนน้ำยาปลาช่อนกะทิลาว

ต่อมา ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่่ผ่านมาจึงปิ๊งไอเดียกลายมาเป็นสาขาที่สี่ เผ็ด เผ็ดหลาย พหลโยธินซอย8 (ซอยสายลม) เน้นอาหารจานเดียว ซื้อไปทานคนเดียว เมนูแนะนำคือ “ข้าวขย้ำปู” เนื้อปูม้าก้อน สดแบบวันต่อวัน นำมานึ่งกับข้าวสวยเลยทำให้ข้าวมีกลิ่นหอมของปู แล้วราดด้วยพริกเกลือ คล้ายกับน้ำจิ้มซีฟู้ดของเมืองจันท์ คลุกเคล้าอีกทีกับกากหมูและกระเทียม หอมชนหอม ยั่วยวนชวนน้ำลายไหลกันเลยทีเดียว

ข้าวขย้ำปู

สุดท้าย สาขาที่ห้า เผ็ดเผ็ด Hey ตึกมหานครคิวบ์ (ติดกับ BTS ช่องนนทรี) รวมจุดเด่นของทุกสาขา ด้วยตั้งใจอยู่ใจกลางเมือง ต้องลองเมนู “ตำขนมจีนโอเวอร์” ขนมจีนเส้นสด เส้นเล็กแต่หนึบ คลุกเคล้ากับผักลวกละลานตา หนวดปลาหมึกส่งตรงจากเรือที่ระนอง หมูยอจากนครพนม พร้อมกับเครื่องเคียงอื่นๆ อีกที่ยกทัพกันมา สมชื่อ “โอเวอร์”

ตำขนมจีนโอเวอร์

ทั้งนี้ สามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ 5 ระดับ ตั้งแต่ 0.ไม่ใส่พริก 1.เผ็ดน้อย 2.เผ็ดปกติ 3.เผ็ดมาก และ4.เผ็ดมากที่สุด แต่บางเมนูก็จะมีระดับเดียว ไม่สามารถเลือกได้ ด้วยเครื่องเคียงที่ใส่เข้าไปต้องมีปริมาณสมดุลกับระดับความเผ็ด และทุกสาขามีบริการดิลิเวอรีจากไลน์แมน และโรบินฮู้ด สามารถเช็กเวลาเปิด-ปิดร้านได้ที่ www.phedphed.com และเฟซบุ๊ก Phed Phed – ร้านเผ็ดเผ็ด

เมนูอื่นๆ ชวนน้ำลายไหล

เมี่ยงปลาเผา ผัดเผ็ดพวงไข่ ตำโน่งๆ และอื่นๆ
ตำมั่วไหลบัวกุ้งสด
ตำตะลิงปลิงกะปิ
เกาเหลาหนวดหมึกรสจัดๆ
ยำมาม่าหมูกรอบปลาร้า
เกาเหลาปูม้าปลาร้า

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เพลย์กราวด์’ สานต่อเจตนารมณ์ ‘ตุ้ย’ มอบเครื่องดนตรี-เงินช่วยเหลือนักแต่งเพลงตาบอด
บทความถัดไปห้ามแฟนกีฬาเข้าชมพาราลิมปิก หลังญี่ปุ่นเจอพิษโควิดหนักอีก