ปั้นทีละลูก ปาดทีละชิ้น เจ๊ณี สาคู ข้าวเกรียบปากหม้อ เจ้าเด็ดบางรัก

เจ๊ณี (ขวา)

ปั้นทีละลูก ปาดทีละชิ้น เจ๊ณี สาคู ข้าวเกรียบปากหม้อ เจ้าเด็ดบางรัก

เอาใจคนชอบกินสาคู ข้าวเกรียบปากหม้อ แบบร้อนๆ จากเตา ไม่ทิ้งไว้ข้ามคืนจนเซ็ง เอามาอุ่นกินก็ไม่อร่อยเหมือนเดิม

เพราะอร่อยอินเทรนด์ สัปดาห์นี้พาไปลัดเลาะซอยหลังโรงพยาบาลเลิดสิน ตามรอยความอร่อยไปยังย่านบางรัก ที่ร้าน “ปากหม้อ เจ๊ณี บางรัก” สาคู และข้าวเกรียบปากหม้อต้นตำรับดั้งเดิม สูตรเจ๊ณี ที่เปิดขายมานานกว่า 30 ปี เป็นร้านเล็กๆ ตั้งอยู่หน้าโรงแรมปริ๊นซ์เฮอริเทจ บางรัก

ที่ปั้นสาคูทีละลูก ปาดข้าวเกรียบปากหม้อทีละชิ้น เสิร์ฟแบบร้อนๆ จากเตา แถมขายในราคาน่ารัก กล่องละ 35 บาท 3 กล่อง 100 บาท เป็นราคาที่ขายมาตลอด 10 กว่าปี รสชาติเข้มข้นจนโด่งดังจากการแนะนำกันปากต่อปาก

 

ซึ่งในปัจจุบัน เจ๊ณี – วรรณา จิตรเอื้ออารีย์กุล ก็ได้ส่งต่อสูตรเด็ดให้ลูกสาวเป็นผู้ดูแลร้าน ทายาทรุ่นที่ 2 ทว่าเจ้าของสูตรอร่อยในวัย 72 ปี ที่ยังแข็งแรงกระชุ่มกระชวย ก็มักจะแวะเวียนมาที่ร้านเสมอตามความเคยชินที่ขายมาตลอด 30 ปี

เจ๊ณี เล่าว่า สาคู กับ ข้าวเกรียบปากหม้อ ใช้ไส้ตัวเดียวกัน แต่กับสาคูจะเคี่ยวไส้ให้มีความข้นและหนืดกว่าข้าวเกรียบปากหม้อสักหน่อย เพื่อให้สามารถปั้นขึ้นเป็นก้อนสาคูได้ง่าย

ขึ้นชื่อว่า “อาหารไทย” ไม่ว่าจะเมนูไหนๆ ก็มีความละเมียดละไม และปราณีต เช่นเดียวกับ สาคู และ ข้าวเกรียบปากหม้อ เพียงแค่เทคนิคการปาดข้าวเกรียบปากหม้อ การปั้นสาคู ก็นับว่าต้องใช้ทักษะไม่น้อยแล้ว

ทว่า การทำ “ไส้” ที่อยู่ข้างในซึ่งแหล่งรวมรสก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยที่ร้านจะขับรถไปซื้อวัตถุดิบและส่วนผสมต่างๆ จากแหล่งจำหน่วยด้วยตัวเอง ไม่ซื้อผ่านตลาด อย่างเช่น ไซโป๊วต้องมาจากเจ็ดเสมียน ราชบุรีเท่านั้น น้ำตาลมะพร้าวก็ต้องมาจากอัมพวา ขณะที่ถั่วลิสงลงมือคั่วใหม่ทุกวันทุกกระทะ

“ลูกค้าที่ชอบมาซื้อประจำบอกว่าชอบรสชาติเข้มข้น หวานเค็มนัว ไส้เยอะ แป้งนุ่ม” เจ๊ณีกล่าว

ขณะที่เครื่องเคียงอย่าง กระเทียมเจียวก็เจียวเองเพื่อให้หอมกรอบ และไม่เหม็นหืน ไม่ใช้กระเทียมเจียวสำเร็จรูป พริกขี้หนูสวน ทานคู่กันชูรสชาติ ทางร้านเลือกพริกขี้หนูเม็ดเล็ก ลูกโดด ส่งตรงจากสวน ทั้งหอมและเผ็ด ห่อด้วยผักกาดหอมและผักชีก็เข้ากั๊นเข้ากัน ชวนน้ำลายไหล

ในส่วนของแป้งข้าวเกรียบปากหม้อ ไม่ใช้สีผสมอาหาร เป็นสีจากธรรมชาติ มีทั้งหมด 3 สี สีขาวจากแป้งขาว สีม่วงจากอัญชัญ และสีเขียวจากใบเตย

“แป้งสีม่วงจากอัญชัญรู้สึกว่าจะหนึบกว่าแป้งสีอื่นๆ อยู่นิดหน่อย นิดเดียว แป้งเขียวใบเตยก็เข้มข้นมาก เข้าปากก็ได้กลิ่นใบเตยเพราะปั่นใบเตยลงไปผสมในแป้งเลย ส่วนมากลูกค้าก็จะชอบสั่งแบบคละสี ได้กินครบทุกสี แต่หลายๆ คนก็จะชอบบางสีเป็นพิเศษก็สั่งสีเดียวหมดเลยก็ได้” เจ้าของร้านเล่าอย่างอารมณ์ดีและแนะนำเคล็ดลับการอุ่นสาคูและข้าวเกรียบปากหม้อว่า

“หลายคนซื้อไปแล้วยังไม่กินทันที วางไว้ก็มีเย็นๆ เซ็งๆ ไม่ควรอุ่นด้วยการเอาเข้าไมโครเวฟเพราะจะทำให้สาคูและข้าวเกรียบแห้ง แต่ให้ต้มน้ำให้เดือด พอเดือดแล้วเอาไปผ่านน้ำประมาณ 3-4 วินาที เหมือนลวกให้ร้อน วิธีนี้จะทำให้กินอร่อยเหมือนทำใหม่ๆ หรือจะนึ่งก็ได้ แต่มีขั้นตอนยุ่งยากกว่า”

ทั้งนี้กับสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านเข้ามา เจ๊ณี เล่าว่าได้รับผลกระทบคือจำนวนลูกค้าลดลง ด้วยปกติกลุ่มลูกค้าจะเป็นคนที่มาเยี่ยมไข้ มาหาหมอ ที่ร.พ. แต่ตั้งแต่มีโควิด-19ก็มีจำนวนลดลง แต่ยังคงขายได้กับลูกค้าประจำ และคนที่ทำงานแถวนี้ จากเดิมที่เคยขายได้ราวๆ 100 – 150 กล่องต่อวัน ก็ลดลงเกือบครึ่ง พออยู่ได้แต่ก็ไม่ได้ขายดีเท่าเดิม

สำหรับใครที่สนใจอยากลองชิมสาคู/ข้าวเกรียวปากหม้อสูตรเจ๊ณี ซึ่งมีสาขาเดียว สามารถไปซื้อได้ที่หน้าร้าน พิกัดหน้าโรงแรมปริ๊นซ์เฮอริเทจ ซอยหลังโรงพยาบาลเลิดสิน โทร. 08-2353-6539 หรือสั่งดิลิเวอรีผ่านแอพพ์ไลน์แมน เปิดร้านวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 6.00-15.00 น. หยุดวันเสาร์- อาทิตย์

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ไม่ตลก! หอการค้าสกลนคร จวกเพจขายเนื้อหมา ขอหยุดพฤติกรรมทำเสียภาพลักษณ์
บทความถัดไปกรมสตรีฯ ชวน ปชช.แสดงความเห็น กม.ค้าประเวณี ควรไปทางไหน