เรียนรู้ สู้รูมาตอยด์ แบบเจาะลึก แค่ ‘เข้าใจโรค’ ควบคุมได้

เป็นอีกโรคที่มีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากส่วนใหญ่ได้รับการรักษาที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากขาดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทำให้ผู้ป่วยยากต่อการเข้าถึง และระบบหลักประกันสุขภาพไม่ครอบคลุมยารักษา

ศ.นพ.วรวิทย์ เลาห์เรณู นายกสมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย บอกว่า โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์พบได้บ่อยประมาณร้อยละ 1 ในประเทศตะวันตก สำหรับประเทศทางเอเชียรวมทั้งประเทศไทยพบได้บ่อยประมาณร้อยละ 0.3 ดังนั้น ถ้าคิดจากจำนวนประชากรประเทศไทย คาดว่าน่าจะมีผู้ป่วยโรคนี้ประมาณ 180,000 คน

แต่เชื่อว่ามีผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยและได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสมไม่เกิน 50,000 คน ด้วยสาเหตุหลัก คือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไม่เพียงพอต่อการเข้าถึงโรค โดยขณะนี้ประเทศไทยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาโรคนี้เพียง 150 ท่าน และอายุรแพทย์ทั่วไป รวมถึงศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ ที่ผ่านการอบรมและสามารถดูแลผู้ป่วยโรครูมาตอยด์ได้อย่างดีไม่เกิน 500 ท่าน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด ดังนั้น ภาครัฐ สถาบันผลิตแพทย์เฉพาะทาง ควรให้ความสำคัญในการผลิตแพทย์เฉพาะทางด้านโรคข้อและรูมาติสซั่ม (Rheumatologist) ให้มากขึ้นเพื่อให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างทั่วถึง อีกทั้งระบบหลักประกันสุขภาพไม่ครอบคลุมยาบางชนิดที่จำเป็นต้องใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง เป็นผลให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังต้องทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดและความพิการตามมา

“โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์จัดได้ว่าเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองชนิดหนึ่ง ซึ่งมีการทำลายข้อเป็นลักษณะเด่น จึงมีความจำเป็นต้องรีบให้การรักษาก่อนข้อจะถูกทำลาย ลักษณะเด่นของโรคนี้คือ มีอาการปวดข้อ มีข้ออักเสบชนิดเรื้อรังโดยเฉพาะข้อมือและข้อนิ้วมือ ข้อเข่า ข้อเท้า และข้อนิ้วเท้า และมักเป็นทั้ง 2 ข้างแบบสมมาตรกัน หากได้รับการรักษาที่ไม่ถูกต้องและเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก จะทำให้ข้อถูกทำลาย เกิดข้อพิการผิดรูปและภาวะทุพพลภาพตามมา” ศ.นพ.วรวิทย์บอกว่า ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคนี้ มีการศึกษาพบว่ามีความสัมพันธ์กับพันธุกรรมในครอบครัว ภาวะติดเชื้อโดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียบางชนิดในช่องปาก และเชื้อไวรัสบางชนิด พบว่าการสูบบุหรี่ก็ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้เช่นกัน สำหรับอาหารไม่พบว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ โดยผู้ป่วยข้ออักเสบรูมาตอยด์ในระยะแรกอาจจะมีอาการปวดข้อ ปวดเมื่อย เหนื่อยอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ไข้ต่ำ ข้อฝืดตึงตอนเช้ามากกว่า 1 ชั่วโมง โดยอาการข้ออักเสบจะยังไม่ชัดเจน จนกว่าอาการของโรคจะดำเนินไปหลายสัปดาห์


สำหรับการดูแลตนเอง ผู้ป่วยต้องสร้างกำลังใจและทำความเข้าใจต่อโรค ถึงแม้ว่าโรคนี้จะเป็นโรคเรื้อรังไม่ทราบสาเหตุ แต่จากความรู้ทางการแพทย์ในปัจจุบัน การที่มียาที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรคที่ดีขึ้น วิธีการประเมินโรคและวิธีการบริหารยาที่เหมาะสม ทำให้โรคนี้สามารถควบคุมได้ดีกว่าในอดีตอย่างมาก จนถึงขนาดที่บางรายโรคสามารถเข้าสู่ระยะสงบ ไม่เกิดข้อพิการผิดรูป ผู้ป่วยสามารถทำงาน ทำกิจกรรมต่างๆ ได้เหมือนคนปกติ และดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ป่วยรูมาตอยด์เรียนรู้แนวทางการรักษาโรครูมาตอยด์ที่ถูกต้องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และการดูแลตนเองเมื่อเป็นโรครูมาตอยด์อย่างรู้เท่าทัน สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย เตรียมจัดงาน เข้าใจ เรียนรู้ สู้รูมาตอยด์ แบบเจาะลึก เปิดประสบการณ์ตรง “เมื่อคุณรูมาตอยด์มาเยือน” ในวันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม 2561 ณ โรงพยาบาลราชวิถี เวลา 08.00-12.30 น. ลงทะเบียนหน้างาน (ฟรี! ไม่เสียค่าใช้จ่าย)

บทความก่อนหน้านี้ครั้งแรก! จีนตามจับตัวจนท.รัฐทุจริต หนีคดีไปยุโรปนาน 13 ปี กลับประเทศได้สำเร็จ
บทความถัดไป“เสนา”ขานรับนโยบายพลังงานสะอาด ตั้งเป้าเป็นผู้นำ100%