ซึ้งสุดๆ ‘พลอย’ รองมิสยูนิเวิร์สไทยฯ แต่งเพลง ส่งกำลังใจเพื่อนสนิท ‘นิ้ง-โศภิดา’ (คลิป)

พลอย – วาเลนตินา รองมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ถ่ายทอดประสบการณ์การประกวด สู่บทเพลง “Brightest Star” เพลงที่ส่งกำลังใจให้ นิ้ง-โศภิดา และผู้เข้าประกวด Miss Universe 2018 ทุกประเทศในวันที่ “ดาวดวงนั้นจะส่องสว่างที่สุดบนท้องฟ้า”

พลอย – วาเลนตินา จาร์ดุลโล” รองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 กลับมาทำตามความฝัน ในเส้นทางสายดนตรีอีกครั้ง โดยตั้งใจทำเพลง “Brightest Star” ที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรงในการประกวด มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ที่ผ่านมา

“Brightest Star” เป็นเพลงพลอยเริ่มเขียนขึ้นในระหว่างที่เธอร่วมการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 และได้ถ่ายทอดความรู้สึกของตัวเองและเพื่อนๆ ผู้เข้าประกวดที่ต่างพยายามทำตามความฝันและ ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆระหว่างการประกวด เพื่อให้ได้มาเพื่อความภาคภูมิใจของตัวเองในวันสุดท้ายที่จะยืน อยู่ท่ามกลางสายตาของผู้คนและแสงไฟบนเวที

โดยเปรียบเทียบตัว “หญิงสาว” เป็น “ดวงดาวที่ส่องแสง สว่างที่สุดบนท้องฟ้า”

พลอย-วาเลนตินา กล่าวว่า แต่งเพลงนี้ขึ้นมาเพื่อตัวเองและเพื่อนๆ และยังอยากส่งเป็นกำลังใจเพื่อนที่สนิทมากคือ นิ้ง – โศภิดา กาญจนรินทร์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ซึ่งกำลังทำหน้าที่ตัวแทนหญิงไทยทั้ง ประเทศในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 รวมถึงผู้เข้าประกวดจากประเทศต่างๆอีก 94 ประเทศ ให้มีกำลังใจ เพราะไม่ว่าอย่างไรทุกคนก็คือ Brightest Star

“Brightest Star” เป็นผลงานที่พลอยแต่งเนื้อร้อง ทำนองและเรียบเรียงด้วยตัวเองทั้งหมด โดยปล่อยผลงานให้แฟนเพลงได้ฟังกันในวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา และสาวพลอยยังแอบบอกด้วยว่า เธอกำลังจะมีผลงานเพลง ปล่อยซิงเกิ้ลเปิดตัวเป็นศิลปินอย่างเต็มตัวกับทางค่ายเพลง What The Duck เร็วๆ นี้


เนื้อเพลงและความหมาย
BRIGHTEST STAR
Written & Melody by Valentina Play

Behind the stage and blinding lights (เบื้องหลังเวที และไฟที่ส่องสว่าง สาดเข้าตา)
Behind the glam and magic nights (เบื้องหลังที่หรูหรา ในคืนพิเศษ)
You gotta know, there’s a long way to go (คุณรู้ไหมว่า เส้นทางยังอีกยาวไกล)
There’s hard work, keep your spirit high (ความพยายาม อดทน ต้องต่อสู้)
There’s willing struggling all the time but you don’t know (มันมีความตั้งใจและมุ่งมั่นตลอดเวลา แต่คุณไม่รู้หรอก)
You see the final show (เพราะคุณเห็นแค่โชว์สุดท้าย)
And all the strength I had to keep (ความเข้มแข็งที่ต้องเก็บเอาไว้)
And all the fears I had to leave (และความกลัวที่ต้องละทิ้ง)
So you don’t see me fall (เพื่อไม่ให้คนได้เห็นฉันล้มลง)
Cause when you want to see something (เพราะเวลาที่คุณอยากได้สิ่งใด)
you gotta keep pushing your dream (คุณต้องพยายามไปให้ถึงฝัน)
until you reach the goal (จนกว่าคุณจะถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้)

CHORUS
And tonight I’ll be the brightest star in the sky (และค่ำคืนนี้ ฉันจะเป็นดวงดาวที่สว่างที่สุดบนฟ้า)
Out in the universe my sparks will fly (เป็นประกายอยู่นอกจักรวาล)
You’ll see the fire burning in my eyes (คุณจะเห็นไฟลุกโชนในตาฉัน)
I’ve finally got to keep my dream alive (สุดท้ายแล้ว ฉันก็ทำให้ฝันฉันยังคงอยู่ต่อไป)
For all these screams and rising hands (เพื่อเสียงตะโกน และมือที่ชูขึ้น)
I’ve been nights sleepless with my plans (ฉันอดหลับอดนอน เพื่อทำตามฝัน)
You gotta know, I had a long way to go (คุณควรรู้ ว่าฉันต้องเดินทางอีกยาวไกล)
It’s not about fame, it’s not a game (ไม่ใช่เพราะชื่อเสียง ไม่ใช่เกมการแข่งขัน)
It’s just the way that I ignite my flame (แต่มันเป็นวิธีที่ฉันปลุกไฟในตัวฉัน)
You know that day by day, it grows (คุณควรรู้ ว่าแสงไฟนี้มันเติบโตขึ้นทุกวัน)

CHORUS
This is the way I choose to write my life, (และนี่เป็นเส้นทางที่ฉันตัดสินใจเขียนชีวิตตัวเอง)
Although the prize to pay sometimes is high (ถึงแม้ว่าบางครั้งค่าแลกเปลี่ยนมันสูง)
Cause all is giving me the light to keep this flame alive and chase the dream
that I desire
(แต่ทุกอย่างที่ฉันทำมันจุดไฟในตัวฉัน เพื่อไม่ให้มันดับลงและไล่ตามความฝันที่ฉันต้องการ)

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มระแวงเมียปันใจชายอื่น ผสมยาให้กินก่อนจะผูกคอตายตาม
บทความถัดไปสถานทูตถึง ‘สตราสบูร์ก’ รุดช่วยภริยาเหยื่อ พร้อมประสานส่งศพกลับไทย ชี้ชันสูตร 7-15 วัน