อย่านิ่งนอนใจ ‘ปอดบวม’ เพชฌฆาตเงียบ

อย่านิ่งนอนใจ ‘ปอดบวม’ เพชฌฆาตเงียบ

ปอดบวม – ในช่วงที่โลกกำลังตระหนกกับไวรัสโคโรนา ที่จุดกำเนิดแม้จะมาจากประเทศจีนแต่คนไทยก็ไม่ควรประมาท เมื่อมีอาการไอจาม ครั่นเนื้อครั่นตัว รู้สึกว่าจะป่วย ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะแม้จะไม่ใช่โรคที่มาจาก “ไวรัสอู่ฮั่น” แต่ก็ยังมีอีกหลายโรคที่เป็นอันตรายต่อชีวิตได้

อย่าง “โรคปอดบวม” ที่แม้ไม่ใช่โรคเกิดขึ้นใหม่ แต่นับว่าเป็นเพชฌฆาตเงียบตัวจริงที่คร่าชีวิตของคนทั่วโลกเป็นจำนวนมาก จากข้อมูลสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าในปี 2562 มีผู้ป่วยโรคปอดบวมแล้ว 96,084 ราย เสียชีวิต 79 ราย โดยกลุ่มที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือ กลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป ส่วนจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรกคือ เชียงราย อุบลราชธานี ขอนแก่น น่าน และศรีสะเกษ

แพทย์หญิงสุมิตรา อวิรุทธ์นันท์ กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านทารกแรกเกิดและปริกำเนิด โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 จังหวัดนครสวรรค์ ให้ข้อมูลว่า โรคปอดบวมมีทั้งติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ ส่วนมากที่พบบ่อยคือ “ปอดบวมจากการติดเชื้อ” ซึ่งมีทั้งเชื้อแบคทีเรียและไวรัส โดยจะพบเชื้อไวรัสมากกว่า ส่วนปอดบวมที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียจะมาจากเชื้อแบคทีเรียตัวร้าย “สเตรปโตคอคคัสนิวโมเนียอี” ที่จะทำให้เกิดโรคปอดบวมในวัยเด็กและเกิดโรคอื่นตามมาได้ เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือด ติดเชื้อในหูชั้นกลาง ทั้งนี้ หากมีการติดเชื้อรุนแรงจากเชื้อสเตรปโตคอคคัส จะเรียกว่าเป็นกลุ่มโรคไอพีดี (Invasive Pneumococcal Disease : IPD)

ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ ได้แก่ กลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กที่มีโรคประจำตัวและคลอดก่อนกำหนด รวมไปถึงผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป และผู้มีโรคประจำตัว อาทิ โรคทางปอด โรคหัวใจ เบาหวาน ความดัน จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้ง่ายเช่นกัน

อาการเบื้องต้นจะคล้ายเป็นไข้หวัดทั่วไป มีอาการไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ มีไข้ แต่หากเชื้อเริ่มลงปอดแล้ว ไข้จะสูง 39-40 องศาเซลเซียส มีอาการไอมาก หอบเหนื่อย หายใจเร็ว ควรรีบไปพบแพทย์ทันที โดยแพทย์จะทำการตรวจและฟังเสียงหลอดลม หากไม่ติดเชื้อรุนแรงสามารถรักษาโดยการพ่นยา หรือรับยาไปรับประทาน แต่หากติดเชื้อรุนแรงจะต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อรับยาฆ่าเชื้อ และให้น้ำเกลือทางเส้นเลือด

“ทุกคนสามารถป้องกันตนเองได้ด้วยการกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ หากไอหรือจามต้องปิดปากปิดจมูก เและควรล้างมือให้สะอาด เนื่องจากเชื้อเหล่านี้แพร่กระจายทางสารคัดหลั่ง ได้แก่ น้ำมูก น้ำลาย ในกลุ่มเด็กเล็กหากติดเชื้อแล้วควรงดไปโรงเรียน เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ นอกจากนี้สามารถรับวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือนขึ้นไป ตลอดจนทุกกลุ่มอายุ ภายใต้คำแนะนำของแพทย์” แพทย์หญิงสุมิตราแนะนำ

เพชฌฆาตเงียบ

บทความก่อนหน้านี้บทนำ : ท้องถิ่นช่วยได้
บทความถัดไป“โจอี้ เชิญยิ้ม” สุดช้ำ ชีวิตเคยไร้เงิน โดนคนไว้ใจโกง