นิว นอร์มอล ผู้ป่วย ‘โรคภูมิแพ้’ มหิดล พัฒนาวัคซีนลดเสี่ยงโควิด

โรคภูมิแพ้
โรคภูมิแพ้

นิว นอร์มอล ผู้ป่วย ‘โรคภูมิแพ้’ มหิดล พัฒนาวัคซีนลดเสี่ยงโควิด

โรคภูมิแพ้ – เป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย แม้จะยังไม่มีรายงานว่าผู้ป่วยโรคภูมิแพ้เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ก็ได้รับผลกระทบเนื่องจากมีมาตรการล็อกดาวน์ที่ทำให้ไม่สามารถไปพบแพทย์เพื่อติดตามการรักษาได้เหมือนก่อนโควิดระบาด

กระนั้น จากความสำเร็จของการพัฒนาผลิตวัคซีนภูมิแพ้ไรฝุ่นครั้งแรกของอาเซียน โดย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนยาแล้ว จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยภูมิแพ้ไรฝุ่นในวันนี้ดีขึ้น โดยเป็นการรักษาที่สาเหตุโดยตรง และผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการดูแลรักษาได้อย่างเท่าเทียมกัน

รศ.ดร.นายแพทย์พงศกร ตันติลีปิกร รักษาการแทนผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและวิชาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการความร่วมมือการผลิตวัคซีนสำหรับโรคภูมิแพ้ กล่าวว่า “โรคภูมิแพ้” พบได้ร้อยละ 30-40 ของประชากรไทย ซึ่งเหมือนกับอุบัติการณ์ในต่างประเทศทั่วโลก และ “ไรฝุ่น” เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุหลักของโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย และประเทศเขตร้อน

ปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่า “ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้” เสี่ยงต่อการติดโรคโควิด-19 และอาการของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ไรฝุ่นก็มีความแตกต่างจากผู้ป่วยโรคโควิด-19 ดังนี้ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ไรฝุ่นจะมีอาการคันจมูก คันตา คัดจมูก จาม และ น้ำมูกใสไหลเป็นอาการเด่น บางรายที่แพ้ไรฝุ่นมาเป็นระยะเวลาหนึ่งก็อาจจะมีอาการหืดจากหลอดลมหดตัวได้ แต่ผู้ป่วยโควิดในบางรายมักจะพบอาการปอดอักเสบ ไอ หอบ และ ทางเดินหายใจล้มเหลวร่วมด้วย

รศ.ดร.นายแพทย์พงศกร ตันติลีปิกร

นิว นอร์มอล (New Normal) ของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ไรฝุ่นต่อไป จึงเป็นเรื่องของหารให้ความสำคัญต่อ “การป้องกันโรค” เทียบเท่ากับ “การรักษา”

โดย รศ.ดร.นายแพทย์พงศกร แนะนำ หลักสำคัญในการดูแลตัวเองของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ไรฝุ่น ว่า ให้เริ่มต้นจากการปรับสภาพแวดล้อมและที่อยู่อาศัยให้ปลอดฝุ่น และสารก่อภูมิแพ้ กรณีที่ยังมีอาการอยู่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าแพ้จริงหรือไม่ และแพ้สารก่อภูมิแพ้ชนิดใด จากนั้นให้พิจารณาใช้ยา หรือวัคซีนภูมิแพ้ ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อที่จะทำให้ภาวะภูมิแพ้ลดน้อยลง หรือหายไปได้ในที่สุด

ซึ่งในอนาคตทีมวิจัยและพัฒนาวัคซีนภูมิแพ้ของมหาวิทยาลัยมหิดล จะต่อยอดผลสำเร็จจากการพัฒนาวัคซีนภูมิแพ้ สู่การพัฒนาวัคซีนชนิดอื่นๆ อาทิ วัคซีนสำหรับผู้ที่แพ้แมวและแพ้สุนัข วัคซีนสำหรับผู้ที่แพ้แมลงสาบ และวัคซีนสำหรับผู้ที่แพ้ละอองเรณูหญ้า และวัชพืช เป็นต้น

นอกจากนี้จะพัฒนา “วัคซีนรุ่นใหม่” ที่เป็นชนิดหยอดใต้ลิ้น และชนิดพ่นจมูก เพื่อมีความปลอดภัยสูงและสะดวกสำหรับผู้ป่วยภูมิแพ้ที่สามารถใช้วัคซีนด้วยตนเองที่บ้าน ลดความถี่ที่ต้องมารับวัคซีนแบบเดิมที่ต้องมารับการฉีดทุกเดือน และที่สำคัญจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดโรคโควิด-19 จากการที่ผู้ป่วยจะต้องเดินทางออกนอกบ้านเพื่อมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาล

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นักวิทย์เตือนรับมือโรคระบาดจากสัตว์สู่คน ย้ำ ‘โคโรนา’ ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย
บทความถัดไป‘ศูนย์วิจัยกสิกรไทย’ มองน้ำหนักค่าบาทแข็งไม่สำคัญเท่าเศรษฐกิจประเทศคู่ค่า เชื่อทั้งปีไม่แข็งกว่านี้แล้ว