สกู๊ปหน้า 1 : ลิซ่าฟีเวอร์-ปลุกคึก กินตามรอยซุป’ตาร์

สกู๊ปหน้า 1 : ลิซ่าฟีเวอร์-ปลุกคึก กินตามรอยซุป’ตาร์

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายน 2564 ซุปเปอร์สตาร์สาว ลิซ่า BLACKPINK หรือ ลลิษา มโนบาล กล่าวถึงอาหารโปรดสมัยที่แม่ชอบพาไปกินตอนเด็ก ผ่านรายการ วู้ดดี้โชว์ คือ ลูกชิ้นยืนกิน ที่มีน้ำจิ้มพริกเผารสเด็ด พร้อมผักจิ้ม กะหล่ำปลีและแตงกวา มักจะไปยืนกินบริเวณหลังสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ใน อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

เพียงเท่านี้ สถานการณ์ของพ่อค้าแม่ค้า ลูกชิ้นยืนกิน กำลังประสบวิกฤตเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้า ก็พลิกผันช่วงข้ามวัน ผู้คนในบุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียงพากันไปอุดหนุนลูกชิ้นยืนกินกันมากขึ้น ยังมีประชาชนจากทั่วประเทศเดินทางไปร่วมชิมเมนู ลูกชิ้นยืนกิน เพื่อลิ้มรสชาติความอร่อยเหมือนที่ลิซ่ากล่าวไว้

กระทั่งเมื่อ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ลิซ่า เดินทางกลับประเทศไทยอีกครั้งในรอบ 3 ปี เพื่อร่วมฉลองวันเกิดครบ 25 ปี วันที่ 27 มีนาคม กันภายในครอบครัว ส่งผลให้บรรยากาศร้านลูกชิ้นยืนกินบนสถานีรถไฟบุรีรัมย์ กลับมาคึกคักอีกครั้ง ประชาชนและบรรดาแฟนคลับลิซ่า แวะเวียนยืนกินอย่างไม่ขาดสาย ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าลูกชิ้นยืนกินรู้สึกตื่นเต้นดีใจที่ลิซ่าเดินทางมาเมืองไทย

ไม่แต่เพียงเท่านั้น ร้านพลาญชัย บาร์บีคิว เลขที่ 136 ถนนโชคชัย 4 ซอย 54 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. ร้านหมูกระทะ ที่ลิซ่า และครอบครัวมานั่งทานอาหาร เมื่อคืนวันที่ 22 มีนาคม โดยที่ไม่จองล่วงหน้า บอกกล่าวให้รู้ว่าซุปเปอร์สตาร์จะเดินทางมารับประทานด้วยตัวเอง ก็คึกคักขายดิบขายดีนับจากนั้น เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์ ตามกินตามรอยนักร้องดัง รับลูกค้าไม่หวาดไม่ไหว กระทั่งเจ้าของร้านก็พลอยดังไปด้วย เมื่อมีสื่อตามสัมภาษณ์หลายสำนัก

 

ในส่วนของลูกชิ้นยืนกิน เจ้าแรกที่ดังเปรี้ยงปร้างตามลิซ่าฟีเวอร์นั้น

ลูกชิ้นยืนกิน บุรีรัมย์ เริ่มจากแม่ค้ารถเข็นตั้งขายหลังสถานีรถไฟ (ฝั่งตัวเมืองบุรีรัมย์) ประมาณ 45 ปีที่ผ่านมา ป้านก ที่ลูกค้ารู้จักกันดีเป็นคนเข็นขายเป็นเจ้าแรก ก่อนจะมีเจ้าอื่นๆ ตามมา กลายเป็นแผงยาวบริเวณริมทางเท้า ประมาณ 10 ร้าน จากนั้นเริ่มมีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ขี่ไปขายตามจุดต่างๆ ทั่วจังหวัด กลายเป็นสัญลักษณ์ของบุรีรัมย์โดยปริยาย

หลังจากบุรีรัมย์มีสนามฟุตบอล และสนามแข่งรถ ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง จังหวัดได้พยายามผลักดันให้บริเวณ ลูกชิ้นยืนกิน เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยว จัดงานแข่งขันกินลูกชิ้น สร้างสัญลักษณ์ให้เป็นที่รู้จัก มีการย้ายจุดโซนลูกชิ้นโดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มยอดขายลูกชิ้นแต่ละร้านค้า ขายได้วันละ 5,000-10,000 บาท ก่อนจะเจอผลกระทบจากโควิดดังกล่าว

แต่วันนี้ พ่อค้าแม่ค้าลูกชิ้นยืนกินกลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง หลายเจ้าผลิตไม่ทันขาย ยอดหลักร้อยที่เคยคิดสั้น กลายมาเป็นวันละแสนอัพ ตั้งแต่กันยายน 2564 เป็นต้นมา

น.ส.รัชนก มณีวรรณ อายุ 39 ปี ร้านเจ๊นกกอก หนึ่งใน 13 เจ้าลูกชิ้นยืนกิน บอกว่า ระหว่างโควิด-19 ระบาด ยอดขายลดลงอย่างต่อเนื่อง จากยอดเงินหลักหมื่นเหลือหลักพันมาเหลือหลักร้อยจนแทบจะคิดสั้นเพราะเป็นรายได้หลักของครอบครัว ตอนนี้มีความสุขมาก เวลาเสียบลูกชิ้นที่มีคนมารอต่อคิวกัน จะนึกถึงใบหน้าลิซ่าทุกครั้ง เพราะวิกฤตตอนนั้น หน่วยงานไหนก็ช่วยไม่ได้ แต่น้องลิซ่าใช้เพียงประโยคเดียวที่ง่ายๆ เบาๆ ทำให้ลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์กระเทือนไปทั้งโลก

ขณะที่ น.ส.รุ่งนภา ช่างบุ อายุ 47 ปี เจ้าของ ร้านลูกชิ้นยืนกิน ป้านก รุ่นที่สอง บอกว่า แม่ขายเป็นคนแรกของบุรีรัมย์ สิ่งที่ทึ่งที่สุดกับคำพูดของลิซ่า จากที่เข็นรถเข็นไปขายริมทาง กลายเป็นนักธุรกิจได้ขึ้นมาเพียงข้ามคืน ตอนนี้มีสาขาอยู่ที่ลาดพร้าว 71 กรุงเทพฯ ส่วนที่บุรีรัมย์ เปิดอีก 2 คูหาคอยรับออเดอร์ ทั้งหมดเป็นเพราะลิซ่าเพียงคนเดียว วันคล้ายวันเกิดของลิซ่าปีนี้ 27 มีนาคม ขอเป็นตัวแทนแม่ค้าลูกชิ้นยืนกิน และชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ขอให้ลิซ่ามีแต่ความสุข และโด่งดังไปตลอดกาล

ด้าน นางนิภาพร วิริยานุภาพ อายุ 37 ปี เจ้าของ ร้านเจ๊พงษ์ลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ หนึ่งในร้านลูกชิ้นที่ลิซ่าถามถึงคือสูตรน้ำจิ้มพริกเผา เปิดเผยว่า เป็นเพียงร้านเดียวที่ไม่ได้ตั้งรถขาย เพราะพื้นที่เต็ม จึงเปิดหน้าบ้านขาย แต่อยู่บริเวณหอนาฬิกาเหมือนกัน ที่ผ่านมาขายได้ตามสถานการณ์ ตามเทศกาลจะขายดี วันปกติจะมีขาประจำเหมือนแต่ละร้านที่ขายกัน เพียงแต่คนที่ชอบน้ำจิ้มน้ำพริกเผา จะต้องมาหาที่ร้านตนร้านเดียว ส่วนเจ้าอื่นจะเป็นน้ำจิ้มสูตรมะขามเปียก ขึ้นอยู่ความชอบของลูกค้า ตอนนี้ขายแฟรนไชส์ไปแล้วร่วม 100 สาขาทั่วประเทศ มีเซ็นเตอร์ใหญ่อยู่กรุงเทพฯ เพื่อกระจายสินค้า ส่วนที่บุรีรัมย์ก็ขายแทบไม่ทันในแต่ละวัน เพราะผู้คนยังเดินทางมาซื้อไม่ขาดสาย

ต้องสำนึกถึงบุญคุณของน้องลิซ่า วันที่ 27 มีนาคมนี้ ตรงกับวันเกิดของน้องลิซ่า นอกจากกลุ่มแม่ค้าลูกชิ้นบนสถานีรถไฟจะเลี้ยงลูกค้าฟรีเพื่อฉลองงานวันเกิดให้ลิซ่าแล้ว ส่วนตัวจะแจกบริเวณหน้าร้านทั้งวัน เบื้องต้นได้ฝากลูกชิ้นพร้อมน้ำจิ้มสูตรพริกเผากับญาติน้องลิซ่าให้ไปรับประทานที่กรุงเทพฯ และลิซ่าได้ทานแล้ว

นางนิภาพรกล่าวอีกว่า การเติบโตของร้านลูกชิ้นเจ๊พงษ์ ได้เกิดแรงบันดาลใจที่จะพัฒนาการผลิตลูกชิ้นให้มีคุณภาพขึ้นไปอีก จะยื่นขอ อย. เพื่อให้ลูกค้ารับประทานได้อย่างสบายใจขึ้น และจะเพิ่มสูตรน้ำจิ้มให้มีมากกว่า 1 รสชาติ ให้ลูกค้าเลือกรับประทานตามที่ชอบ ต้องขอขอบคุณน้องลิซ่าอีกครั้ง ที่สร้างกระแสให้คนรู้จักลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ ฉุดให้แม่ค้าลูกชิ้นที่กำลังย่ำแย่ลุกขึ้นเดินได้อย่างภาคภูมิ ทั้งที่อยู่ในท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด-19

ตบท้ายที่ ธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ บอกว่า ลิซ่ากลายเป็นบุคคลสำคัญอีกคนหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นอีกหนึ่งโมเดลที่ผู้บริหารควรเก็บเอาไปคิดหาแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ของตัวเอง หมายถึงการสร้างจุดสนใจให้กับนักท่องเที่ยว จะเป็นเรื่องไหนก็ได้

“ครั้งนี้นอกจากจะสร้างความฮือฮาให้กับจังหวัดบุรีรัมย์แล้ว น้องลิซ่ายังทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดบุรีรัมย์ได้ฟื้นกลับมาในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจได้ดีอีกด้วย”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon