สวยทะลุจักรวาล เปิดใจ ‘ฟ้าใส’ หลังมงลง ‘มิสยูนิเวิร์สฟิลิปปินส์’ ชื่นชมมีความมุ่งมั่น

หลังจากผ่านค่ำคืนอันแสนพิเศษที่เปลี่ยนชีวิต ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้น ไปตลอดกาล กับการคว้ามงกุฎ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 ไปครองได้สำเร็จ ด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้ของเธอหลังจากพลาดหวังที่ 1 ด้วยคว้ามาได้เพียงรองอันดับ 1 นางสาวไทยปี 2556 , รองอันดับ 2 มิสไทยแลนด์ไชนีส คอสมอส และ รองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017

ฟ้าใส เป็นลูกครึ่งไทย-แคนาดา อายุ 25 ปี สูง 180 เซนติเมตร จบการศึกษาระดับปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 1 คณะวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว จากมหาวิทยาลัยคาลการี ประเทศแคนาดา

ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังเรียนเก่ง แถมยังมีเลือดนักสู้ และความมุ่งมั่น จนวันนี้เป็นวันของเธอ

และหลังจากเสร็จสิ้นการประกวด เช้าวันนี้ 30 มิถุนายน ฟ้าใส ควงคู่มากับ แคทรีโอนา เกรย์ มิสยูนิเวิร์ส 2018 ชาวฟิลิปปินส์ เปิดใจถึงค่ำคืนอันแสนพิเศษของเธอ และเคลียร์ดราม่าเป็นนางงามไทย แต่หน้าไม่ไทย ในห้องรับรองพิเศษ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

“ต้องบอกก่อนว่าตอนที่ได้รับตำแหน่งเป็นมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 รู้สึกดีใจมาก” และยังได้คุยกับแคทรีโอนา ว่า “เหมือนฝัน” แต่ก็บอกกับตัวเองว่า “ฉันทำได้แล้ว เพราะเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ คือความฝันสูงสุดของฟ้าใส” ฟ้าใสกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรกับกระแสที่บอกว่า “ฟ้าใสหน้าไม่ไทย” กับเรื่องนี้ฟ้าใสตอบทันทีว่า เรื่องหน้าไม่ไทยเป็นความคิดเห็นซึ่งใครจะคิดเห็นยังไงก็ได้ ไม่ผิด กระนั้นเธอรู้ตัวเสมอว่าเธอเป็นคนไทย พร้อมย้ำอีกครั้งว่า “ไอ แอม ไทย”

สอดคล้องกับที่เคยมีคนถามว่า ในเมื่อเป็นลูกครึ่งแคนาดา ทำไมไม่ลองไปประกวดที่แคนาดา เช่นเดียวกัน เธอตอบทันทีว่า “เพราะเธอเป็นคนไทย อยู่ที่ใจ” เพราะฉะนั้นเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์จึงเป็นเวทีในดวงใจ และเป็นความฝันสูงสุดสำหรับเธอ

ด้านแคทรีโอนา เกรย์ มิสยูนิเวิร์ส 2018 ที่บินตรงมาร่วมเป็นแขกรับเชิญพิเศษ ก็เผยความในใจถึง ‘น้องใหม่’ ของครอบครัวนางงามจักรวาลว่า

ยินดีต้อนรับเข้าสู่มิสยูนิเวิร์สซิสเตอร์ ทั้งนี้เธอกับฟ้าใสเคยเจอกันมาก่อนในช่วงปี 2017 ในขณะนั้นเธอดำรงตำแหน่งเป็นมิสยูนิเวิร์สฟิลิปปินส์ และทราบว่าฟ้าใสมีความฝันอยากจะเป็นมิสยูนิเวิร์สก็เป็นกำลังใจให้ วันนี้ยินดีอีกครั้งเพราะฟ้าใสเป็นนางงามที่ทำงานหนัก มีความมุ่งมั่น จนในที่สุดวันนี้ความฝันที่ยาวนานก็ได้กลายเป็นจริง

“ในฐานะที่ได้เป็นคณะกรรมการของทั้งมิสยูนิเวิร์สฟิลิปปินส์และมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ฉันบอกได้เลยว่าเสน่ห์ของทั้งคู่อยู่ที่ แฟนนางงาม เพราะทั้งสองประเทศต่างเป็นแหล่งพลังงานให้กับนางงามที่พวกเขารัก พวกเขาคอยมอบเอเนอจี้ให้กับสาวๆผู้เข้าประกวด ฉันประทับใจมาก”

นอกจากนี้ แคทรีโอนา ยังได้กล่าวถึงประสบการณ์ดำรงตำแหน่งร่วม 1 ปี ของเธอว่า เธอได้เดินทางไปในหลายประเทศทั่วโลก และปัญหาเกี่ยวกับผู้หญิงที่เธอพบว่าในแต่ละประเทศและคิดว่าสมควรได้รับการผลักดันและช่วยเหลือคือ “การศึกษา” เพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ ไม่เพียงแต่เพื่อผู้หญิงเท่านั้นที่จะมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น แต่การศึกษายังช่วยยกระดับสังคมให้ดีขึ้นด้วย

 


ติดตามข่าวบันเทิงไลฟ์สไตล์ กับ Line@มติชนนิวเจน

เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้เซ่นผลงานห่วยแตก! หุ้น ‘แมนฯ ยู’ ตกฮวบ 5.1 หมื่นล้านบาท!
บทความถัดไปสังคมมนุษย์ โดย นพ.วิชัย เทียนถาวร